นายกฯ แถลงคืบหน้าโกงสอบท้องถิ่น ยืนยันคดียังไม่จบ เตรียมขยายผล เผยอายัดทรัพย์แล้วกว่า 320 ล้านบาท

วันนี้ (11 กันยายน) อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นำทีมกระทรวงมหาดไทย สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง.) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) แถลงความคืบหน้าคดีทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น ว่า คดีนี้ถือเป็นการกระทำที่ส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อระบบราชการของไทย ที่ผ่านมาหลายคนเข้าใจผิดว่าคดีนี้จบแล้ว แต่ข้อเท็จจริงยังไม่จบ อยู่ระหว่างการดำเนินการขยายผลในทุกรูปแบบ แต่ที่ได้ดำเนินการเสร็จไปแล้วคือของกระทรวงมหาดไทย ได้เพิกถอนผู้ที่แก้ไขคะแนนออกจากตำแหน่ง

นายกรัฐมนตรีกล่าวด้วยว่า คดีนี้เริ่มต้นขึ้นจากการลงนาม MOU 7 หน่วยงาน ในสมัยที่ตนดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จากนั้นได้มีการบูรณาการงานร่วมกัน โดยทุกหน่วยงานทำงานร่วมกันภายใต้กฎหมาย ผลจากการทำงานร่วมกันทำให้สามารถอายัดทรัพย์สินที่เชื่อมโยงกับการกระทำความผิดได้แล้ว จำนวน 320,860,765 บาท ขณะนี้สำนักงาน ป.ป.ง. อยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวน และวิเคราะห์การเชื่อมโยงข้อมูลทางธุรการ การเงิน รวมถึงประสานข้อมูลพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับผู้กระทำผิดที่เกี่ยวข้องเพื่อขยายผลต่อไป

อนุทินให้คำยืนยันกับหน่วยงานภาครัฐและประชาชนด้วยความชัดเจนที่สุดว่า รัฐบาลชุดนี้ไม่มีนโยบายปกป้องหรือเอื้อประโยชน์ให้กับผู้กระทำผิด ไม่ว่าจะเป็นบุคคลใด หรืออยู่ในตำแหน่งใด โดยยึดหลัก ‘ปิดชื่อถือพฤติกรรม’ และหากพบเส้นทางการเงินไปถึงใคร เราก็จะดำเนินคดีอย่างตรงไปตรงมา โปร่งใส เป็นธรรม ตรวจสอบได้ และดำเนินคดีให้ถึงที่สุดโดยไม่มีการละเว้นใดๆ ทั้งสิ้น รัฐบาลจะเดินหน้าปราบปรามอย่างต่อเนื่องและจริงจังให้สิ้นซาก เพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่นของประชาชนและระบบราชการ รวมทั้งคืนสิทธิ์ให้กับผู้ที่เข้าสอบด้วยความสามารถอย่างสุจริต

อนุทินกล่าวด้วยว่า หลังจากนี้การดำเนินการจะรายงานให้ทราบเป็นระยะ โดยมีการดำเนินการโยกย้ายผู้ที่เกี่ยวข้องออกจากตำแหน่งหน้าที่ ที่อยู่ในส่วนกำกับดูแลเกี่ยวกับการทุจริตสอบ รวมถึงส่งเรื่องให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวน ซึ่งการดำเนินการถือว่ามีความคืบหน้าเป็นอย่างมาก เบื้องต้นเราสามารถจับผู้ต้องหาได้หลายรายแล้ว และมีการขยายผลออกไปอย่างต่อเนื่อง และเบื้องต้นสามารถอายัดทรัพย์ได้ 320,860,765 บาท นี่คือสิ่งที่เราดำเนินการ

“ดังนั้น เรื่องของคดีขอประชาชนอย่ากังวลว่าจะมีอิทธิพลใดๆ มาทำให้รูปคดีนี้เปลี่ยนแปลงไปในทางเอื้อหรือช่วยเหลือผู้กระทำผิดได้ เราทำงานร่วมกันตาม MOU และแบ่งหน้าที่เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าจะไม่เกิดการแปลงคดีหรือทำให้คดีเบี่ยงเบนไปจากข้อเท็จจริง และ ป.ป.ช. ก็กำลังดำเนินการสอบสวนอยู่ และได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานต่างๆ ที่ร้องขอมา รัฐบาลและกระทรวงมหาดไทยพร้อมให้ความร่วมมือเต็มที่ ขอให้มั่นใจว่าเราเอาจริงเอาจังกับคดีเหล่านี้” อนุทินกล่าว