ภาวะตลาดเงินบาท: ปิด 33.40 ทรงตัวจากช่วงเช้า คาดกรอบต้นสัปดาห์หน้า 33.30-33.
เงินบาท [USDTHB.X] ปิดตลาดเย็นนี้ อยู่ที่ระดับ 33. 40 บาท/ดอลลาร์ ระดับเดียวกันจากช่วงเช้าที่เปิดตลาดที่ระดับ 33.40 บาท/ดอลลาร์
นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา ระบุว่า เงินบาทระหว่างวันเคลื่อนไหวในกรอบ 33.33 33.48 บาท/ดอลลาร์ วันนี้เงินบาทแข็งค่าตามภูมิภาค โดยปัจจัยหลักยังเป็นเรื่องค่าเงินเยน วันนี้ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) คงดอกเบี้ยตามคาด
ผู้ว่า BOJ พูดถึงความเสี่ยงเงินเฟ้อขาขึ้น ทำให้ตลาดมองว่า มีโอกาสมากขึ้น ที่ BOJ จะขึ้นดอกเบี้ยในเดือนกันยายน ทำให้เยนแข็งค่าต่อระหว่างวันนักบริหารเงิน ระบุ
นอกจากนี้ ในฝั่งไทย ต่างชาติซื้อสุทธิในตลาดพันธบัตร ประมาณ 7,200 ล้านบาท
นักบริหารเงิน คาดว่า วันจันทร์หน้าเงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 33.30 33. 50 บาท/ดอลลาร์
*ปัจจัยสำคัญ
เงินเยน อยู่ที่ระดับ 159.91 เยน/ดอลลาร์ จากช่วงเช้าที่ระดับ 160.49 เยน/ดอลลาร์
เงินยูโร อยู่ที่ระดับ 1.1510 ดอลลาร์/ยูโร จากช่วงเช้าที่ระดับ 1.1520 ดอลลาร์/ยูโร
ดัชนี SET ปิดวันนี้ที่ระดับ 1,623.64 จุด เพิ่มขึ้น 25.53 จุด (+1.60%) โดยมีมูลค่าการซื้อขาย 89,032.00 ล้านบาท
สรุปปริมาณการซื้อขายรายกลุ่ม ต่างชาติขายสุทธิ 3,577.74 ล้านบาท
ธปท. ประเมิน เศรษฐกิจไทยในเดือน มิ.ย. ทรงตัวจากเดือนก่อน โดยการบริโภคภาคเอกชนปรับเพิ่มขึ้นส่วนหนึ่งจากผลของมาตรการรัฐ และยอดจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่การส่งออกสินค้าและการลงทุนภาคเอกชนเพิ่มขึ้นในกลุ่มสินค้าเทคโนโลยีเป็นหลักซึ่งส่วนใหญ่พึ่งพาการนำเข้า ด้านการผลิตภาคอุตสาหกรรมลดลงในหลายหมวด ขณะที่ภาคบริการที่เกี่ยวกับท่องเที่ยวชะลอลงตามนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นสำคัญ
ธปท. มองภาพรวมเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 2 ปี 2569 มีทิศทางชะลอลงจากไตรมาสก่อน จากผลกระทบของราคาพลังงานที่สูงขึ้น และข้อจำกัดด้านการเดินทางจากสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง โดยเชื่อว่าเศรษฐกิจไทยไตรมาส 2 เป็นจุดที่ต่ำสุดแล้วของปีนี้ มองว่าไตรมาส 3 เศรษฐกิจจะเริ่มผ่อนคลายได้มากขึ้นกว่านี้ และคงจะดีขึ้นกว่าไตรมาส 2 ซึ่งเหมือนเป็น Perfect Strome
ธปท. คาดแนวโน้มไทยหลุด Monitoring List ของกระทรวงคลังสหรัฐฯ ในรายงานรอบถัดไปช่วงปลายปีนี้ หรือต้นปี 70 หากไทยไม่ติดเกณฑ์อะไรเพิ่มเติมอีก จากที่ติดอยู่ 1 ใน 3 เกณฑ์
หอการค้าไทย หนุน ศุภจี เร่งสรุปข้อตกลงภาษีไทย-สหรัฐฯ โดยเร็ว ผลักดันสินค้าไทยที่มี Local Content สูง ให้ได้รับการยกเว้นภาษี ( Exemption List ) เสริมขีดความสามารถการแข่งขันประเทศ
ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ส่งสัญญาณอาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก เนื่องจากเงินเฟ้อมีความเสี่ยงที่จะปรับตัวสูงขึ้น โดยการส่งสัญญาณดังกล่าวมีขึ้นหลังจาก BOJ มีมติคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันนี้ (31 ก.ค.)
แหล่งข่าวจากรัฐบาลญี่ปุ่นเปิดเผยว่า ทางการญี่ปุ่นได้เข้าแทรกแซงตลาดปริวรรตเงินตราในวันพฤหัสบดี (30 ก.ค.) โดยได้เข้าซื้อสกุลเงินเยนและเทขายสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งความเคลื่อนไหวดังกล่าวของรัฐบาลเกิดขึ้นในขณะที่เงินเยนอ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่อง โดยมีการซื้อขายในระดับที่อ่อนค่าที่สุดในรอบกว่า 39 ปี
ตลาดการเงิน คาดการณ์ว่า ECB อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยมากกว่า 2 ครั้ง แต่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่มีมุมมองระมัดระวังมากขึ้น โดยประเมินว่า ECB อาจปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกเพียงครั้งเดียว หากราคาพลังงานที่พุ่งสูงขึ้นไม่ส่งผลกระทบรอบสองไปยังราคาสินค้าชนิดอื่น
โดย ฐานิสร์ ทองนอก/รัชดา คงขุนเทียน