กะเพรา4สายพันธุ์ ที่เอกชนจดทะเบียน ปลูกขายได้ไหม?
ปลูกกะเพรากินเองได้! เปิดชื่อ 4 สายพันธุ์เอกชนจดทะเบียนคุ้มครอง พร้อมรู้จักกะเพรา 3 ชนิดยอดฮิต
กลายเป็นประเด็นที่คนรักผัดกะเพราต้องจับตา หลังมีการเปิดเผยว่าบริษัทเอกชนได้รับสิทธิคุ้มครองพันธุ์กะเพราใหม่ 4 สายพันธุ์ จนหลายคนกังวลว่าจะกระทบกับการปลูกกะเพราไว้กินเองหรือไม่ ล่าสุด สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ยืนยันว่า ประชาชนยังปลูกกะเพราไว้บริโภคในครัวเรือนได้ตามปกติ แต่การนำพันธุ์ที่ได้รับความคุ้มครองไปขยายพันธุ์เพื่อจำหน่าย ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขของกฎหมาย
เปิดชื่อกะเพรา 4 สายพันธุ์ที่ได้รับความคุ้มครอง
ข้อมูลจากมูลนิธิชีววิถี (ไบโอไทย) ระบุว่า CPRAM บริษัทเอกชนในเครือ CP ได้รับสิทธิคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2542 โดยมีระยะเวลาคุ้มครองตั้งแต่ปี 2567-2579 รวม 12 ปี สำหรับกะเพรา 4 สายพันธุ์ ได้แก่
1. กะเพราแก้วจุรี 01
2. กะเพราแก้วจุรี 02
3. กะเพราแก้วจุรี 03
4. กะเพราแก้วจุรี 04
กะเพราทั้ง 4 สายพันธุ์พัฒนาจากกะเพราพื้นเมืองรหัส CPR1 โดยใช้เทคนิคเพิ่มจำนวนชุดโครโมโซมร่วมกับการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ เพื่อปรับปรุงลักษณะของพืชให้เหมาะกับการนำไปใช้ประโยชน์
อย่างไรก็ตาม การได้รับสิทธิคุ้มครองไม่ได้หมายความว่าเอกชนเป็นเจ้าของกะเพราทุกชนิดในประเทศไทย ประชาชนและเกษตรกรยังสามารถปลูกกะเพราพื้นเมืองหรือพันธุ์ทั่วไปที่ไม่ได้อยู่ภายใต้สิทธิคุ้มครองได้ตามปกติ ส่วนพันธุ์แก้วจุรีทั้ง 4 สายพันธุ์ ต้องพิจารณาการใช้ประโยชน์ตามเงื่อนไขและข้อยกเว้นของกฎหมาย
รู้จักกะเพรา 3 ชนิดยอดนิยม ต่างกันอย่างไร?
แม้จะมีชื่อเรียกกะเพราหลากหลายแบบ แต่ชนิดที่คนไทยคุ้นเคยกันดี ได้แก่ กะเพราแดง กะเพราขาว และกะเพราป่า ซึ่งแต่ละกลุ่มมีลักษณะและกลิ่นที่แตกต่างกัน
- กะเพราแดง มักมีลำต้นและก้านสีแดงอมม่วง กลิ่นหอมฉุนชัดเจน เหมาะกับเมนูรสจัด เช่น ผัดกะเพราเนื้อ ผัดเผ็ด และแกงป่า
- กะเพราขาว มักมีลำต้นและก้านสีเขียว ใบสีเขียวสด นิยมนำมาทำผัดกะเพราหมูสับ ผัดกะเพราไก่ และผัดกะเพราทะเล
- กะเพราป่า เป็นชื่อเรียกที่ใช้กันในบางท้องถิ่นและท้องตลาด มักหมายถึงกะเพราที่มีกลิ่นฉุนจัด เหมาะกับอาหารที่ต้องการกลิ่นสมุนไพรเด่นๆ เช่น ผัดเผ็ดและผัดกะเพรารสจัด
ทั้งนี้ ลักษณะและความเข้มข้นของกลิ่นอาจแตกต่างกันตามสายพันธุ์ อายุใบ และสภาพแวดล้อมในการปลูก
ประโยชน์ของกะเพรา สมุนไพรคู่ครัวไทย
นอกจากช่วยเพิ่มกลิ่นหอมให้เมนูอาหารแล้ว กะเพรายังมีสารสำคัญตามธรรมชาติ เช่น น้ำมันหอมระเหยและสารกลุ่มฟีนอลิก โดยในตำรับการแพทย์แผนไทยมีการใช้กะเพราเพื่อช่วยขับลมและบรรเทาอาการท้องอืด นอกจากนี้ กลิ่นหอมเฉพาะตัวยังช่วยเพิ่มความน่ากินให้กับอาหารหลากหลายเมนู
สรุปแล้ว คนที่ปลูกกะเพราไว้กินเองไม่จำเป็นต้องกังวลจนเกินไป เพราะสิทธิคุ้มครองครอบคลุมเฉพาะพันธุ์ที่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย ไม่ใช่กะเพราทุกชนิดในประเทศ แต่หากต้องการนำพันธุ์ที่ได้รับความคุ้มครองไปขยายพันธุ์เพื่อการค้า ควรตรวจสอบข้อกำหนดให้ชัดเจนก่อนดำเนินการ
ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!