“ดาวโจนส์” ปิดบวก 366 จุด แรงหนุนหุ้น AI-ชิปทะยาน รับน้ำมัน-บอนด์ยีลด์ร่วง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดการซื้อขายเมื่อคืนวันจันทร์ (21 ก.ย.69) ปรับตัวขึ้นทั้ง 3 ดัชนีหลัก นำโดยหุ้นเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์ หลังความเชื่อมั่นต่อการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ฟื้นตัว ขณะที่ราคาน้ำมันและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ลดลง ช่วยคลายความกังวลด้านเงินเฟ้อและต้นทุนทางการเงิน
ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ (.DJI) ปิดที่ 52,048.83 จุด เพิ่มขึ้น 366.19 จุด หรือ 0.71% ดัชนี S&P 500 (.SPX) ปิดที่ 7,764.70 จุด เพิ่มขึ้น 114.20 จุด หรือ 1.49% และดัชนี Nasdaq Composite (.IXIC) ปิดที่ 27,122.09 จุด เพิ่มขึ้น 599.55 จุด หรือ 2.26%
Nasdaq ปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ครั้งแรกนับตั้งแต่วันที่ 2 มิถุนายน 2569 หลังนักลงทุนกลับเข้าซื้อหุ้น AI ซึ่งถูกเทขายจากคำเตือนด้านความปลอดภัยของผู้บริหารบริษัท AI รายใหญ่ในสัปดาห์ก่อน
หุ้น 8 ใน 11 กลุ่มอุตสาหกรรมของ S&P 500 ปิดบวก นำโดยกลุ่มบริการสื่อสารเพิ่มขึ้น 4.16% ตามด้วยกลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศที่ปรับขึ้น 2.4% ขณะที่ปริมาณการซื้อขายในตลาดหุ้นสหรัฐฯ อยู่ที่ประมาณ 16,500 ล้านหุ้น สูงกว่าค่าเฉลี่ย 20 วันที่ระดับ 16,200 ล้านหุ้น
หุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์พุ่งขึ้น โดย Intel ทะยาน 12.2% และ Arm Holdings พุ่ง 17% ส่วน Advanced Micro Devices (AMD) บวกประมาณ 10% ส่งผลให้มูลค่าตลาดของบริษัทแตะระดับ 1 ล้านล้านเหรียญเป็นครั้งแรก
หุ้น Meta Platforms พุ่งขึ้น 11.4% หลัง Wells Fargo ปรับเพิ่มราคาเป้าหมาย ภายหลังบริษัทเปิดตัว Muse ผู้ช่วย AI รุ่นใหม่
หุ้นที่เกี่ยวข้องกับคริปโทเคอร์เรนซีปรับตัวขึ้น หลังบิตคอยน์พุ่งกว่า 6% แตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 7 เดือน ส่งผลให้หุ้น Coinbase และ Strategy ปรับตัวขึ้นตาม
ส่วนหุ้น Paramount Skydance ลดลงเกือบ 3% หลังมีรายงานว่าบริษัทบรรลุข้อตกลงยุติข้อพิพาทกับรัฐแคลิฟอร์เนียและอีก 11 รัฐ ซึ่งยื่นฟ้องเพื่อขัดขวางการควบรวมกิจการมูลค่า 1.10 แสนล้านเหรียญกับ Warner Bros. Discovery
ด้านตลาดพันธบัตร อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ลดลงต่ำกว่าระดับ 5% ช่วยลดแรงกดดันต่อหุ้นเติบโต ซึ่งมีความอ่อนไหวต่อทิศทางอัตราดอกเบี้ยและต้นทุนการกู้ยืม
ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 11 วัน จากความคาดหวังว่าจะเกิดความคืบหน้าในการเจรจาเกี่ยวกับตะวันออกกลาง ระหว่างการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 81 (UNGA81) ที่นครนิวยอร์กในสัปดาห์นี้ โดยสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ลดลงต่ำกว่า 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลระหว่างวัน ก่อนปิดที่ 100.34 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ความคาดหวังด้านการเจรจาเพิ่มขึ้น หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ เปิดเผยว่า พร้อมพบกับประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน ผู้นำอิหร่าน ซึ่งมีกำหนดเข้าร่วมการประชุมดังกล่าว แม้สหรัฐฯ และอิหร่านยังคงส่งสัญญาณแข็งกร้าวต่อกันในช่วงสุดสัปดาห์
นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตาทิศทางดอกเบี้ยสหรัฐฯ หลังธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งแรกในรอบ 3 ปีเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อควบคุมเงินเฟ้อ โดยข้อมูลจาก CME FedWatch ระบุว่า ตลาดให้น้ำหนักประมาณ 50% ที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งในการประชุมเดือนตุลาคม
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่เฟดอย่างน้อย 10 รายมีกำหนดแสดงความคิดเห็นในสัปดาห์นี้ ซึ่งตลาดจะติดตามเพื่อประเมินแนวโน้มนโยบายการเงิน หลังราคาน้ำมันที่ลดลงช่วยบรรเทาความกังวลด้านเงินเฟ้อในระยะสั้น