‘ทรัมป์’ลั่นไม่สนเจรจา‘อิหร่าน’มุ่งถล่มคลังยูเรเนียมใต้ดิน ถึงแม้มะกันผลาญงบใช้จ่าย $37,000 ล้านแล้ว ขณะราคาน้ำมันก็พุ่งลิ่ว
<ol>
‘ทรัมป์’ลั่นไม่สนเจรจา‘อิหร่าน’มุ่งถล่มคลังยูเรเนียมใต้ดิน ถึงแม้มะกันผลาญงบใช้จ่าย $37,000 ล้านแล้ว ขณะราคาน้ำมันก็พุ่งลิ่ว
เผยแพร่: 22 ก.ค. 2569 22:18 ปรับปรุง: 22 ก.ค. 2569 22:18 โดย: ผู้จัดการออนไลน์
ทรัมป์ลั่นไม่ต้องการเจรจาและยังไม่คิดยุติสงครามกับอิหร่าน แม้ผลาญงบไปแล้ว 37,500 ล้านดอลลาร์ คุยเร็วๆ นี้เตรียมโจมตีภูเขาพิกแอกซ์ซึ่งเชื่อว่า เป็นที่ตั้งคลังยูเรเนียมเสริมสมรรถนะใต้ดิน ขณะที่ CENTCOM เปิดฉากโจมตีอิหร่านคืนที่ 11 และเตหะรานเอาคืนด้วยการถล่มที่ตั้งทางทหารของอเมริกาในคูเวต จอร์แดน และบาห์เรน เวลาเดียวกันมีรายงานว่า เรือสินค้าหลายลำตัดสินใจเลี่ยงช่องแคบบับ เอล-มันเดบ ในทะเลแดง หลังได้รับคำขู่จากกบฎฮูตี
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เผชิญแรงกดดันทางการเมืองหนักขึ้น ขณะที่สงครามอิหร่านจ่อเข้าสู่เดือนที่ 5 และการเลือกตั้งกลางเทอมของอเมริกากำลังจะเกิดขึ้นในต้นเดือนพ.ย. มิหนำซ้ำเสียงวิพากษ์วิจารณ์ต่อต้านสงครามภายในประเทศยิ่งดังขึ้นหลังจากเมื่อวันอังคาร (21 ก.ค.) พีท เฮกเซธ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ เผยว่า ต้นทุนจากการทำสงครามขณะนี้พุ่งขึ้นเป็น 37,500 ล้านดอลลาร์แล้ว
กระนั้น ทรัมป์ยังคงออกมาประกาศอ้างในวันเดียวกันว่า แม้เจ้าหน้าที่อิหร่านกระตือรือร้นเจรจา แต่อเมริกาไม่สนใจ ยกเว้นแต่เตหะรานพร้อมเจรจาอย่างจริงจังเท่านั้น
ผู้นำสหรัฐฯ เสริมว่า หากอเมริกาวางมือในตอนนี้ อิหร่านก็อยู่ในสภาพพังพินาศจนต้องใช้เวลาฟื้นฟู 20-25 ปีแล้ว แต่ภารกิจของอเมริกายังไม่เสร็จสิ้น และจะไม่ยอมจบเพียงเท่านี้
ทรัมป์สำทับว่า เร็วๆ นี้อเมริกาจะโจมตีบริเวณภูเขาพิกแอกซ์ ซึ่งเชื่อว่า เป็นที่ตั้งคลังยูเรเนียมเสริมสมรรถนะใต้ดินแห่งใหม่ของอิหร่าน และอยู่ใกล้โรงงานนิวเคลียร์นาทานซ์ที่ถูกอเมริกาถล่มเมื่อกลางปีที่แล้ว
ภายหลังคำขู่ดังกล่าว คาทัม อัล-อันบิยา กองบัญชาการกลางของกองทัพอิหร่านได้ออกคำแถลงเตือนว่า การโจมตีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์หรือโรงงานที่มีความอ่อนไหวอื่นๆ จะถือเป็นการยกระดับสงคราม และอิหร่านจะโจมตีผลประโยชน์ทั้งหมดของอเมริกา พันธมิตร และผู้สนับสนุน
อเมริกาโจมตีคืนที่ 11
ขณะที่การเจรจาเพื่อยุติสงครามและการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ยังคงอยู่ในภาวะชะงักงัน อเมริกาและอิหร่านต่างพยายามสร้างความได้เปรียบด้วยการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลเรือนทั่วตะวันออกกลาง
กองบัญชาการทหารด้านกลางของกองทัพสหรัฐฯ (CENTCOM) แถลงว่า โจมตีอิหร่านต่อเนื่องคืนที่ 11 ในคืนวันอังคาร (21) เป้าหมายครอบคลุมถึงโรงจอดเครื่องบินและสถานที่จัดเก็บโดรน
ขณะที่สำนักข่าวฟารส์ ซึ่งเป็นสำนักข่าวกึ่งทางการของอิหร่านรายงานว่า ประชาชนในเตหะรานได้ยินเสียงระเบิดในช่วงเช้ามืดวันพุธ และอิหร่านเปิดระบบป้องกันภัยทางอากาศทั่วเมืองหลวง
ทางด้าน IRNA สำนักข่าวของทางการอิหร่าน รายงานว่า อเมริกาโจมตีเป้าหมาย 3 จุดในจังหวัดบูเชห์ ที่เป็นที่ตั้งโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เพียงแห่งเดียวของอิหร่าน ซึ่งรวมถึงเสาไฟฟ้าใกล้โรงไฟฟ้าดังกล่าว นอกจากนั้นยังเกิดระเบิดในจังหวัดอาร์เซอร์ไบจานตะวันออก ฮามาดาน โฮร์โมซแกน คูเซสถาน และซิสทานและบาลูจิสถาน
เช้าวันพุธ กองทัพอิหร่านส่งโดรนพลีชีพอาราชโจมตีกลับไปที่ที่ตั้งทางทหารของอเมริกาในคูเวต จอร์แดน และบาห์เรน อาทิ อาคารที่พักและที่จัดเก็บอุปกรณ์ในฐานทัพอัลอัซราก ในจอร์แดน คลังจัดเก็บอุปกรณ์ และโรงจอดและซ่อมบำรุงอากาศยานในฐานทัพอากาศชีคอิซา ในบาห์เรน
สถานการณ์การสู้รบที่รุนแรงขึ้นส่งผลให้ราคาสัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันดิบเบรนต์ทะยานขึ้น 4.4% อยู่ที่ 95.02 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเมื่อวันพุธ นับเป็นเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 6 สัปดาห์ที่ราคาทะลุ 95 ดอลลาร์ ขณะที่ราคาสัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันเวสต์ เทกซัส อินเตอร์มิเดียต ของอเมริกาพุ่งขึ้น 4.5% อยู่ที่ 88.16 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
เรือบรรทุกน้ำมันผวาคำขู่ของกลุ่มฮูตี
วันอังคาร กบฏฮูตีในเยเมนที่เป็นพันธมิตรของอิหร่าน ส่งข้อความเตือนเรือสินค้าว่า อาจถูกโจมตีถ้าขนถ่ายน้ำมันซาอุดีอาระเบียและแล่นผ่านช่องแคบบับ เอล-มันเดบ ที่เชื่อมระหว่างทะเลแดงกับอ่าวเอเดน
ที่วอชิงตัน ทรัมป์กล่าวว่า ฮูตียังไม่ได้ปิดบับ เอล-มันเดบตามที่ขู่ แต่ถ้าฮูตีลงมือจริง อเมริกาจะเข้าไปจัดการ
อย่างไรก็ดี รอยเตอร์รายงานว่า เรือบรรทุกน้ำมัน 3 ลำที่ขนน้ำมันจากซาอุดีอาระเบียเพื่อส่งให้จีนและอินเดีย ตัดสินใจเลี้ยวเรือกลับเข้าสู่ทะเลแดงเมื่อวันอังคาร และเปลี่ยนไปใช้เส้นทางคลองสุเอซแทนการเสี่ยงแล่นผ่านเยเมน ขณะที่สำนักข่าวซาบาในเยเมนที่ดำเนินการโดยฮูตี รายงานว่า เรือ 6 ลำในทะเลแดงถูกบังคับให้เปลี่ยนเส้นทางหลังได้รับคำเตือนจากฮูตี
ทั้งนี้ นับจากเกิดสงครามในอิหร่านเมื่อปลายเดือนก.พ. ซาอุดีอาระเบียหลีกเลี่ยงเส้นทางฮอร์มุซ และเปลี่ยนมาขนน้ำมันผ่านทะเลแดงแทน ดังนั้น หากฮูตีปิดช่องแคบบับ เอล-มันเดบ อาจทำให้ปริมาณน้ำมันในตลาดโลกยิ่งลดลง รวมทั้งทำให้น้ำมันส่วนใหญ่ที่ริยาดเตรียมไว้ส่งออกต้องตกค้างไม่สามารถไปถึงตลาดได้
(ที่มา: เอเอฟพี/รอยเตอร์/เอพี)