ครูสอนทำอาหาร เปิดร้านขายเบอร์เกอร์ งัดสกิล 4 ภาษา รับออร์เดอร์ สร้างยอดขายสุดปัง 100 ชิ้น ใน 3 ชั่วโมง - เส้นทางเศรษฐี
ผู้เขียน พิมพรรณ มีชัยศรี
จากความฝัน “อยากเปิดร้านอาหาร” มาตั้งแต่วัยเด็ก ทำให้ “คุณเพิร์ธ-วิรัล ธนานพตุลธร” ครูสอนทำอาหารผันตัวมาเป็นแม่ค้า เปิดร้านเบอร์เกอร์เล็กๆ “Chef Perth Station” ที่ตลาดนัดจตุจักร ก่อนสร้างไวรัลด้วยการรับออร์เดอร์ 4 ภาษา ได้แก่ ไทย จีน เกาหลี และอังกฤษ จนได้ใจลูกค้าต่างชาติ สามารถสร้างยอดขายได้ 100 ชิ้น ใน 3 ชั่วโมง
จากคุณครูสู่ผู้ประกอบการ
คุณเพิร์ธทำงานประจำเป็นครูสอนทำอาหารให้เด็กๆ ในโรงเรียนนานาชาติ แต่ลึกๆ แล้วเธอมีความฝันอยากเปิดร้านอาหารมาตั้งแต่วัยเด็ก จึงเลือกเปิดร้านอาหารสตรีตฟู้ดขายเบอร์เกอร์ที่ตลาดนัดจตุจักรในช่วงค่ำของวันศุกร์ถึงวันอาทิตย์
“การที่จะเปิดร้านใหญ่เป็นเรื่องที่ไม่ง่ายเลย ทั้งงบประมาณ บุคลากร พละกำลังเรา และเวลา ตัวเบอร์เกอร์ที่มาขายสตรีตฟู้ด เป็นสิ่งที่เราทำได้เลย และเป็นเรื่องง่าย แถมมีครอบครัวเป็นกำลังสำคัญช่วยซัพพอร์ต
และเบอร์เกอร์เป็นเมนูที่ใครๆ ก็ชอบ และตัวเราเองก็อยากจะส่งต่อเบอร์เกอร์ที่มีคุณภาพ รสชาติอร่อย และคุ้มค่าให้กับลูกค้า เมนูที่ร้านมีเนื้อวัว เนื้อหมู เนื้อไก่ และเต้าหู้ แต่ตัวซิกเนเจอร์ที่ขายดีคือ เนื้อวัวออสเตรเลียค่ะ และเมนูเนื้อหมูชุ่มฉ่ำ สูตรของทางร้านที่เราทำเอง มีรสชาติไม่เหมือนใคร” คุณเพิร์ธเล่าเสริม
รับออร์เดอร์ 4 ภาษาจนไวรัล
ร้าน Chef Perth Station ได้รับความสนใจจากลูกค้าเป็นจำนวนมากจากทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ ด้วยคุณเพิร์ธมีความสามารถทางด้านภาษา สามารถสื่อสารได้ทั้งภาษาไทย อังกฤษ จีน รวมถึงเกาหลี จึงสร้างความประทับใจให้กับลูกค้าที่แวะเวียนมาอุดหนุน
“ถ้านอกเหนือจากภาษาไทยแล้ว เราพอสื่อสารภาษาอังกฤษ ภาษาเกาหลี ภาษาจีนได้ ย้อนไปเมื่อ 15 ปีที่แล้วเราชอบฟังเพลง ซื้ออัลบั้มเกาหลีมา ซึ่งเวลาฟังเพลง เราก็อยากร้องตาม
แต่เนื้อเพลงเป็นภาษาเกาหลีหมดเลย เราอยากร้องเพลงตามได้ก็เลยไปซื้อหนังสือเรียนภาษาเกาหลีด้วยตัวเอง เริ่มแรกเรียนแค่อักษรอย่างเดียวเลย หลังจากที่ร้องเพลงตามได้ เขียนได้ เรามีความคิดขึ้นมาว่า ถ้าเราเรียนเพิ่มอีกนิด เราก็จะรู้คำศัพท์และสามารถสื่อสารได้
หลังจากนั้นก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ขอคุณพ่อ คุณแม่ไปเรียนพิเศษจริงจังจริงๆ เราไม่ได้เก่งขนาดนั้น แต่ว่าเราสามารถสื่อสารได้ เพราะมีการฝึกเองด้วย ส่วนลูกค้าต่างชาติ เขาก็ตกใจ ทุกคนก็จะแบบ พูดจีนได้เหรอ พูดเกาหลีได้เหรอ เราก็พูดคุยกับเขาว่าเราเรียนเอกภาษาจีนมาก่อนนะ และเราฝึกภาษาเกาหลีนะ หลายๆ คนก็ชื่นชม” คุณเพิร์ธเล่าให้ฟัง

ยอดขายสุดปัง 100 ชิ้น ใน 3 ชั่วโมง
จากการเปิดร้านเบอร์เกอร์ คุณเพิร์ธได้รับฟีดแบ็กที่ดีจากลูกค้า ถึงขั้นมีคนเอ่ยปากชมว่า “เป็นเบอร์เกอร์ที่อร่อยที่สุดที่เคยกินมา” ซึ่งเป็นผลมาจากความใส่ใจตั้งแต่การคัดสรรวัตถุดิบไปจนถึงขั้นตอนการทำ
“เราก็รู้สึกขอบคุณมากๆ ที่เขาชื่นชอบ เราเน้นวัตถุดิบที่ดี ทำสดใหม่ รสชาติใส่ความเป็นเราเข้าไป ซึ่งลูกค้าหลายๆ คนที่ชื่นชอบก็อาจจะชอบสไตล์นี้ที่คล้ายๆ เรา
ถึงที่ร้านลูกค้าจะเยอะ แต่ชั่วโมงขายเราน้อย เพราะถ้าขายจริงๆ อาจจะแค่ 2 ชั่วโมงด้วยซ้ำ ไม่เกิน 3 ชั่วโมง ตีเฉลี่ยก็ประมาณ 100 ชิ้น”
ความสุขของแม่ค้าเบอร์เกอร์
สุดท้ายนี้ เมื่อถามถึงความสุขของการเป็นแม่ค้าเบอร์เกอร์ เธอบอกว่าคือการได้ทำในสิ่งที่ชอบและมีความสุข แม้จะทำงานถึง 7 วันก็ตาม
“ยิ่งลูกค้าบอกว่าอร่อย เราก็ใจฟูมากๆ เลย ที่สำคัญคือการที่ได้พูดคุยกับลูกค้า จากต่างบ้าน ต่างเมือง เราได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ ได้เห็นมุมมองใหม่ๆ
พอเรามีโอกาสได้อัดคลิปลง เหมือนเราได้บันทึกความทรงจำดีๆ และส่งต่อให้เพื่อนๆ ในโซเชียลให้เขาได้ดู เราก็รู้สึกว่าเป็นสิ่งที่ดี เป็นความสุข และกำลังใจที่ทำให้เราอยากมาขายของทุกวันเลย”
ร้าน Chef Perth Station
ตั้งอยู่ที่ตลาดนัดจตุจักร ประตู 1
เปิดวันศุกร์-อาทิตย์
เวลา 19.00-22.30 น.
ขอบคุณข้อมูลจาก ข่าวสด
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2569
Tags
Related Posts
ผู้เขียน พิมพรรณ มีชัยศรี จากความฝัน “อยากเปิดร้านอาหาร” มาตั้งแต่วัยเด็ก ทำให้ “คุณเพิร์ธ-วิรัล ธนานพตุลธร” ครูสอนทำอาหารผันตัวมาเป็นแม่ค้า เปิดร้านเบอร์เกอร์เล็กๆ “Chef Perth Station” ที่ตลาดนัดจตุจักร ก่อนสร้างไวรัลด้วยการรับออร์เดอร์ 4 ภาษา ได้แก่ ไทย จีน เกาหลี และอังกฤษ จนได้ใจลูกค้าต่างชาติ สามารถสร้างยอดขายได้ 100 ชิ้น ใน 3 ชั่วโมง จากคุณครูสู่ผู้ประกอบการ คุณเพิร์ธทำงานประจำเป็นครูสอนทำอาหารให้เด็กๆ ในโรงเรียนนานาชาติ แต่ลึกๆ แล้วเธอมีความฝันอยากเปิดร้านอาหารมาตั้งแต่วัยเด็ก จึงเลือกเปิดร้านอาหารสตรีตฟู้ดขายเบอร์เกอร์ที่ตลาดนัดจตุจักรในช่วงค่ำของวันศุกร์ถึงวันอาทิตย์ “การที่จะเปิดร้านใหญ่เป็นเรื่องที่ไม่ง่ายเลย ทั้งงบประมาณ บุคลากร พละกำลังเรา และเวลา ตัวเบอร์เกอร์ที่มาขายสตรีตฟู้ด เป็นสิ่งที่เราทำได้เลย และเป็นเรื่องง่าย แถมมีครอบครัวเป็นกำลังสำคัญช่วยซัพพอร์ต และเบอร์เกอร์เป็นเมนูที่ใครๆ ก็ชอบ และตัวเราเองก็อยากจะส่งต่อเบอร์เกอร์ที่มีคุณภาพ รสชาติอร่อย และคุ้มค่าให้กับลูกค้า เมนูที่ร้านมีเนื้อวัว เนื้อหมู เนื้อไก่ และเต้าหู้ แต่ตัวซิกเนเจอร์ที่ขายดีคือ เนื้อวัวออสเตรเลียค่ะ
3 ตุลาคม 2569
การไป “คอมมูนิตี้” กลายเป็นหนึ่งในไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ สะท้อนจากการเกิดใหม่ของคอมมูนิตี้มากมาย ซึ่งแต่ละแห่งล้วนมีเรื่องราวและเสน่ห์เฉพาะตัว ตั้งแต่การชุบชีวิตพื้นที่เก่าให้กลับมาคึกคักจนกลายเป็นพื้นที่พักผ่อนของผู้คน ไปจนถึงคอมมูนิตี้เล็กๆ ที่เกิดจากความตั้งใจของครอบครัวและกลุ่มคนที่มีแพสชันเหมือนกัน ชวนไปทำความรู้จัก 5 คอมมูนิตี้ ที่นอกจากจะมีร้านน่าสนใจให้แวะแล้ว ยังมีบรรยากาศและเรื่องราวที่ทำให้อยากไปสัมผัสด้วยตัวเอง SALAA Craftsman Yard – ปรีดี พนมยงค์ 15 เสน่ห์ของคอมมูนิตี้แห่งนี้คือการปรับพื้นที่ซึ่งเคยเป็นร้านขายต้นไม้ให้เป็นคอมมูนิตี้ที่เกิดจากการรวมตัวกันของลูกหลานชาวเชียงรายที่เข้ากรุงมาปักหลักในย่านสุขุมวิท ทั้ง Mui Coffee Bar ร้านกาแฟ, My Mood Matcha ร้านมัทฉะ, Anne de Pridi ร้านซาวโดวจ์โฮมเมด และ Blackbean Architect & Construction ออฟฟิศสถาปนิกและก่อสร้าง นอกจากให้บรรยากาศของความเป็นโรงเรือนแล้ว ยังได้สัมผัสรสชาติความอร่อยของร้านอันมีเอกลักษณ์ที่ได้คัดสรรมารวมไว้ในที่เดียว และยังมีมุมให้ถ่ายรูปทำคอนเทนต์ แม้จะเป็นคอมมูนิตี้เล็กๆ แต่รับรองว่าดีงามไม่แพ้ที่ไหนๆ พ
3 ตุลาคม 2569
เมื่อการย้ายไปทำงานในเมืองใหญ่มาพร้อมกับ “ความเหงา” และความพยายามในการหาเพื่อนใหม่ หลายคนอาจเลือกไปงานสังสรรค์หรือดาวน์โหลดแอปต่างๆ แต่สำหรับ Owen Akhibi Herrera วัย 27 ปี เขาเลือกชวนคนแปลกหน้ามา “วิ่ง” จากจุดเริ่มต้นเล็กๆ เพื่อแก้เหงาในนิวยอร์ก สู่การเป็นคอมมูนิตี้ฟิตเนสสุดฮิตที่มีผู้เข้าร่วมหลักหมื่นคน และต่อยอดงานเสริมนี้ให้กลายเป็น ธุรกิจทำเงินสูงถึง 640,000 ดอลลาร์ (ราว 23 ล้านบาท) ต่อปี บทความนี้จะพาทุกคนไปถอดบทเรียนความสำเร็จของเขาว่า ทำไม “รันคลับ” ที่มีอยู่เกลื่อนเมือง ถึงทำเงินมหาศาลได้ขนาดนี้ จุดเริ่มต้นการสร้างรายได้จาก Run Club Owen Akhibi Herrera ผู้ก่อตั้ง Peak and Pace กลุ่มรันคลับในนิวยอร์กซิตี เล่าว่า เขาใช้เวลาหลายสัปดาห์ในการวางแผนจัดงานวิ่ง 5 กิโลเมตรและงานอาฟเตอร์ปาร์ตี้บนเกาะ Governor’s Island โดยตอนนั้นตนเองและทีมงานได้บรรจุสิ่งของลงในรถบรรทุกถึง 18 คัน และวางแผนจะนำขึ้นเรือข้ามฟาก แต่ทว่าในเช้าวันก่อนจัดงาน เขาได้รับโทรศัพท์แจ้งว่าเรือเสีย ทำให้รถบรรทุกติดเคว้งอยู่ที่วอลล์สตรีท ย่านธุรกิจการเงินอันพลุกพล่านของเมือง “ตอนนั้นผมกังวลเรื่องการต้องคืนเงินให้คน 2,00
2 ตุลาคม 2569
กระแสความนิยมอาหารจีนยังมาแรงไม่หยุด ล่าสุด YONNY แบรนด์ร้านอาหารจีนในเครือ Yu Ni Zai Yi Qi เดินหน้าบุกตลาดไทย ด้วยการเปิด 6 สาขาใหม่พร้อมกันในกรุงเทพฯ และเชียงใหม่ หลังสาขาต้นแบบที่เซ็นทรัลเวสต์เกต ได้รับการตอบรับดีเกินคาด โดยมีสัดส่วนลูกค้าชาวไทยมากกว่า 80% มีอัตรากลับมาใช้บริการซ้ำมากกว่า 50% พร้อมร่วมกับ Thailand Franchise Center จัดสัมมนาการลงทุนและเปิดรับพันธมิตรแฟรนไชส์ในประเทศไทย เปิด 6 สาขาใหม่ รองรับทุกช่วงเวลาแห่งความอร่อยของคนไทยทุกกลุ่ม โดย คุณหม่า ไห่เทา กรรมการและผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายธุรกิจต่างประเทศ YONNY (Ma Haitao, General Manager of YONNY’s Overseas Business Division.) กล่าวว่า สาขาใหม่ทั้ง 6 แห่งตั้งอยู่ในศูนย์การค้าหลักของกรุงเทพฯ และเชียงใหม่ โดยเป็นร้านขนาดใหญ่ที่มีพื้นที่ตั้งแต่ 100 ตารางเมตรขึ้นไป บางสาขามีหน้าร้านยาวกว่า 23 เมตร และใช้รูปแบบร้านเจเนอเรชัน 6.0 ซึ่งรวมเมนูซิกเนเจอร์ ซวนไฉ่อวี๋ (Suancai Fish) หรือที่รู้จักในต่างประเทศว่า Sauerkraut Fish ซึ่งก็คือ เมนูปลาต้มผักกาดดองอันเป็นเอกลักษณ์ ผนวกรวมเข้ากับเมนูมินิฮอตพอต หม้อไฟขนาดเล็กที่ลูกค้าสามารถเลือกวัต
2 ตุลาคม 2569
กล้วยทอด เป็นเมนูที่หาทานง่าย ราคาจับต้องได้ และมีขายแทบทุกตลาด แต่ กล้วยทอดเจ๊เอม กำลังทำให้ของกินธรรมดา กลายเป็นเมนูที่คนอยากตามไปลอง เบื้องหลังไม่ได้มีแค่เรื่องสูตร แต่เป็นการวางเกมตั้งแต่ พื้นที่ คน สินค้า ไปจนถึงวิธีขาย ในขณะที่ผู้ประกอบการรายอื่นเลือกทุ่มงบหลักแสนถึงหลักล้านเพื่อแย่งชิงพื้นที่ทำเลทองในงานวัดไร่ขิง เจ๊เอมกลับเลือกแนวทางที่ชาญฉลาดกว่าด้วยการบริหารต้นทุนโดยเลือกพื้นที่ราคาหลักหมื่น แล้วใช้กลยุทธ์ดึงดูดผู้คน ด้วยการดึงศิลปินและคนดังอย่าง ต้าอู๋ห์ และโฟกัส มาร่วมสร้างสีสันในบริเวณเดียวกัน พร้อมปักหมุดแลนด์มาร์กใหม่ในชื่อ “ซอยดารา” การทำเช่นนี้ทำให้เกิดแม่เหล็กดึงดูดลูกค้าที่หลากหลาย ทั้งกลุ่มแฟนคลับดารา คนตามกระแสโซเชียล และสายกิน แทนที่จะพึ่งพาทำเลแพงๆ เจ๊เอมเลือกที่จะสร้างจุดศูนย์กลางแรงดึงดูดขึ้นมาด้วยตนเอง ก่อนเปิดขายจริงในวันที่ 1 ตุลาคม เจ๊เอมสร้างกระแสความสนใจด้วยกิมมิคป้ายหน้าบูธที่เขียนว่า “ขายหมดแล้วจ้า” แม้ร้านจะยังไม่เปิด พร้อมโลโก้ลิงถือกล้วยอันเป็นเอกลักษณ์ มุกตลกนี้ทำหน้าที่เป็น Hook ชั้นดีที่กระตุ้นความสงสัย สร้างคำถามในใจผู้บริโภคว่า “ร้านอะไร?” และ “
2 ตุลาคม 2569
วิเชียร เจนตระกูลโรจน์ จากเด็กวัยรุ่นหนีออกจากบ้าน ทำงานแลกข้าว ขัดรองเท้า ขายดอกไม้ ซ่อมรถ ขายนาฬิกา เป็นบาร์เทนเดอร์ ไต่เต้าเป็นผู้จัดการแผนก เก็บเงินสร้างธุรกิจของตัวเอง จนเป็น “ศรีฟ้าเบเกอรี่” อาณาจักรเบเกอรี่พันล้าน ล้มร้อยครั้ง แปลว่าลุกขึ้นมาได้เกินร้อยครั้งแล้ว ดูคลิปเต็มได้แล้ว | จุดเริ่มเจ็บ
2 ตุลาคม 2569