คลังเร่งเบิกจ่าย 4.31 ล้านล้าน เงินเข้าระบบหวังกระตุ้นเศรษฐกิจต่อเนื่อง
วันนี้ ( 2 ต.ค.2569) นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 29 ก.ย.2569 มีมติเห็นชอบ มาตรการเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณและการใช้จ่ายภาครัฐ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 เพื่อเร่งให้เม็ดเงินจากงบประมาณรายจ่ายลงสู่ระบบเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว พร้อมให้หน่วยงานของรัฐใช้เป็นแนวทางเร่งรัดการเบิกจ่ายเงินกันไว้เบิกเหลื่อมปี งบประมาณรายจ่าย และงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจ
นาย เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
สำหรับปีงบประมาณ 2570 มีเม็ดเงินภาครัฐรวม 4.31 ล้านล้านบาท ประกอบด้วย เงินกันไว้เบิกเหลื่อมปีของปีงบประมาณ 2569 จำนวน 2.44 แสนล้านบาท งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2569 จำนวน 3.79 ล้านล้านบาท และงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจ 2.79 แสนล้านบาท
ทั้งนี้กระทรวงการคลังกำหนดเป้าหมายการเบิกจ่ายงบประมาณรายจ่ายลงทุน ไม่น้อยกว่า 75% รายจ่ายประจำไม่น้อยกว่า 98% และรายจ่ายภาพรวมไม่น้อยกว่า 93% ขณะที่การก่อหนี้หรือการใช้จ่ายงบประมาณทั้งรายจ่ายลงทุน รายจ่ายประจำ และภาพรวม กำหนดเป้าหมาย 100% ส่วนรัฐวิสาหกิจต้องเบิกจ่ายงบลงทุนไม่น้อยกว่า 95% ของกรอบงบลงทุน
คลังเร่งเบิกจ่าย 4.31 ล้านล้าน เงินเข้าระบบหวังกระตุ้นเศรษฐกิจต่อเนื่อง
ในส่วนของเงินกันไว้เบิกเหลื่อมปี 2569 รายการที่ก่อหนี้ผูกพันแล้ว ให้เร่งเบิกจ่ายให้แล้วเสร็จตามสัญญาหรือข้อผูกพัน ส่วนรายการที่อยู่ระหว่างกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง ให้เร่งก่อหนี้ผูกพันให้แล้วเสร็จภายในไตรมาส 2 หากไม่สามารถก่อหนี้ผูกพันได้ภายในวันที่ 31 มี.ค.2570 กระทรวงการคลังจะพิจารณาไม่อนุมัติการขยายเวลาเบิกจ่ายงบประมาณปี 2569 ต่อไป
สำหรับงบประมาณรายจ่ายปี 2570 กำหนดให้เร่งก่อหนี้ผูกพันงบลงทุนให้แล้วเสร็จภายในไตรมาส 2 เช่นกัน หากไม่ทันกำหนด สำนักงบประมาณจะนำรายการดังกล่าวไปจัดทำร่างพระราชบัญญัติโอนงบประมาณ เพื่อนำไปใช้กับโครงการที่มีความสำคัญและมีความพร้อมในการดำเนินการมากกว่า ขณะเดียวกัน ให้เร่งดำเนินการและเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายด้านการฝึกอบรม การประชุม และสัมมนาให้แล้วเสร็จภายในไตรมาส 3
คลังเร่งเบิกจ่าย 4.31 ล้านล้าน เงินเข้าระบบหวังกระตุ้นเศรษฐกิจต่อเนื่อง
มาตรการดังกล่าวยังเพิ่มความเข้มข้นในการติดตามผล โดยให้ผู้บริหารหน่วยงานรัฐเร่งรัดการเบิกจ่ายให้เป็นไปตามเป้าหมาย และนำผลการก่อหนี้ผูกพันและการเบิกจ่ายไปประกอบการประเมินผลการปฏิบัติราชการของหัวหน้าหน่วยงาน รวมถึงการพิจารณาแต่งตั้งและโยกย้าย ขณะที่หน่วยงานต้องรายงานความคืบหน้าการเบิกจ่ายงบลงทุน ปัญหาอุปสรรค แนวทางแก้ไข และแผนการใช้จ่ายต่อกรมบัญชีกลางภายในวันที่ 5 ของเดือนถัดไป
ด้าน รัฐวิสาหกิจ กำหนดเป้าหมายการเบิกจ่ายงบลงทุนปี 2570 ไม่น้อยกว่า 95% ของกรอบงบลงทุน และให้นำผลการเบิกจ่ายเป็นส่วนหนึ่งของตัวชี้วัดผลการดำเนินงานของผู้บริหารสูงสุด พร้อมกำหนดให้เร่งลงทุนในลักษณะ Front-loaded โดยนำการลงทุนและการเบิกจ่ายมาไว้ในไตรมาส 1 และ 2 ไม่น้อยกว่า 60% ของกรอบงบลงทุนทั้งปี เพื่อให้มีเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจตั้งแต่ต้นปีและต่อเนื่องตลอดทั้งปี
คลังเร่งเบิกจ่าย 4.31 ล้านล้าน เงินเข้าระบบหวังกระตุ้นเศรษฐกิจต่อเนื่อง
นอกจากนี้ รัฐวิสาหกิจต้องเร่งทบทวนกรอบงบลงทุนและประมาณการเบิกจ่ายตั้งแต่ต้นปี หากจำเป็นต้องปรับกรอบงบลงทุนระหว่างปี ให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในไตรมาสแรก และเร่งก่อหนี้ผูกพันให้แล้วเสร็จภายในไตรมาส 2 พร้อมจัดทำแผนการเบิกจ่ายรายไตรมาส ตั้งแต่การเตรียมโครงการ การจัดซื้อจัดจ้าง การก่อหนี้ผูกพัน การส่งมอบงาน จนถึงการเบิกจ่าย เพื่อให้สามารถติดตามและบริหารความเสี่ยงได้ตลอดกระบวนการ
ขณะเดียวกัน หากพบปัญหาที่กระทบต่อเป้าหมายการเบิกจ่าย ให้รัฐวิสาหกิจรายงานต่อคณะกรรมการรัฐวิสาหกิจเพื่อแก้ไขปัญหาภายใน 7 วัน และให้กระทรวงเจ้าสังกัดติดตามผลการดำเนินงานและการเบิกจ่ายเป็นรายไตรมาส โดยเฉพาะรัฐวิสาหกิจที่มีผลเบิกจ่ายต่ำกว่า 95% ในปี 2569 หรือมีแนวโน้มไม่สามารถบรรลุเป้าหมายในปี 2570
ทั้งนี้ มาตรการเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณและการใช้จ่ายภาครัฐปี 2570 จะเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการใช้จ่ายและกระตุ้นการลงทุนทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อเร่งให้เม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ และสนับสนุนการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในช่วงที่เหลือของปี 2569 และตลอดปี 2570
อ่านข่าว:
กมธ.งบฯ ปี 2570 เคาะตั้ง 7 คณะอนุกรรมาธิการฯ ประชุมนัดแรก 15 ก.ค.นี้
กกร.ห่วงเศรษฐกิจไทย โตต่ำ 2% เหตุปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ งบปี70 ล่าช้า