“โสภณ” ลุยวันหยุด ทำบุญเข้าพรรษา 435 วัด–พบ 360 ผู้นำนักเรียน ปลูกเมล็ดพันธุ์ประชาธิปไตย

ันที่ 15 สิงหาคม 2569 นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วย นายศักดิ์ ซารัมย์ สส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย นายอำเภอ ตำรวจ ฝ่ายปกครอง สาธารณสุข ผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้บริหารสถานศึกษา และประชาชนในพื้นที่ 6 อำเภอของจังหวัดบุรีรัมย์ ร่วมกิจกรรมทำบุญเนื่องในโอกาสเข้าพรรษา ถวายปัจจัยและภัตตาหารแด่พระสงฆ์ รวมทั้งสิ้น 435 วัด ซึ่งประกอบด้วย อำเภอบ้านใหม่ไชยพจน์ 54 วัด อำเภอนาโพธิ์ 57 วัด อำเภอพุทไธสง 53 วัด อำเภอคูเมือง 92 วัด อำเภอลำปลายมาศ 142 วัด และอำเภอหนองหงส์ 37 วัด เป้าหมายเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระ ค่าน้ำ ค่าไฟ และร่วมทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาในช่วงเข้าพรรษา รวมถึงแสดงความขอบคุณวัดต่าง ๆ ที่ให้ความอนุเคราะห์สถานที่ในการดำเนินโครงการ “รวมพลังรักศรัทธาแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบบูรณาการ” ซึ่งยังคงดำเนินการอย่างต่อเนื่อง
.
ในโอกาสเดียวกัน นายโสภณได้ร่วมกับเหล่ากาชาดอำเภอบ้านใหม่ไชยพจน์ มอบถุงยังชีพแก่ผู้ยากไร้ เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าครองชีพและเป็นกำลังใจให้ประชาชนในพื้นที่จากกิจกรรมทางศาสนาและชุมชน
.
จากนั้น นายโสภณเดินทางไปพบผู้นำสภานักเรียนสหวิทยาเขตพุทไธสง จำนวน 360 คน จาก 8 โรงเรียน ได้แก่ โรงเรียนกู่สวนแตงพิทยาคม โรงเรียนนาโพธิ์พิทยาคม โรงเรียนอุดมอักษรพิทยาคม โรงเรียนพุทไธสง โรงเรียนคูเมืองวิทยา โรงเรียนตูมใหญ่วิทยา โรงเรียนมัธยมพรสำราญ และโรงเรียนแคนดงพิทยาคม

.
นายโสภณ บรรยายพิเศษและแลกเปลี่ยนมุมมองกับเยาวชน เพื่อพัฒนาศักยภาพความเป็นผู้นำ และปลูกฝัง จิตวิญญาณประชาธิปไตย ให้เยาวชนเข้าใจว่า ประชาธิปไตยไม่ได้มีเพียงเรื่องการเลือกตั้ง แต่เริ่มต้นได้จากชีวิตประจำวัน ตั้งแต่การรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่าง การเคารพกติกา การกล้าแสดงความคิดเห็นอย่างมีเหตุผล ไปจนถึงการรับผิดชอบต่อส่วนรวม
.
นายโสภณกล่าวว่า โครงการนี้ยังจัดประกวดเรียงความหัวข้อ “ผู้นำในดวงใจของฉัน” ชิงทุนการศึกษารวม 35,000 บาท เพื่อเปิดพื้นที่ให้เยาวชนได้คิด วิเคราะห์ และถ่ายทอดมุมมองว่า “ผู้นำที่ดี” ในสายตาของคนรุ่นใหม่ควรเป็นอย่างไร
.
กิจกรรมตลอดทั้งวันในวันหยุดได้เชื่อมโยงตั้งแต่ วัด ชุมชน ไปจนถึงโรงเรียน ด้านหนึ่งคือการสืบสานศรัทธาและช่วยเหลือประชาชน อีกด้านคือการเปิดพื้นที่ให้เด็กและเยาวชนได้เรียนรู้ความเป็นผู้นำและประชาธิปไตยจากประสบการณ์จริง เพราะประชาธิปไตยที่เข้มแข็ง ไม่ได้เริ่มต้นในวันที่เด็กมีสิทธิเลือกตั้ง แต่เริ่มต้นตั้งแต่วันที่เขารู้จักฟัง เคารพความเห็นต่าง รับผิดชอบต่อหน้าที่ และเห็นคุณค่าของส่วนรวม