กรมอุทยานฯ ปัดค้านกองทัพ ตัดถนนเนิน 450 ช่องสะงำ ย้ำรักษาอธิปไตย สำคัญควบคู่คุ้มครองผืนป่า

สบอ.9 ยืนยันไม่เคยคัดค้านสร้างถนนยุทธวิธีเนิน 450 ช่องสะงำ พร้อมสนับสนุนทัพภาค 2 เต็มที่ ย้ำสนับสนุน-บูรณาการการทำงานร่วมกับฝ่ายความมั่นคงต่อเนื่อง
เมื่อวันที่ 16 กันยายน สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 (อุบลราชธานี) กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ออกแถลงชี้แจงกรณีข่าวลือในสื่อสังคมออนไลน์ ยืนยันไม่เคยคัดค้านการสร้างถนนยุทธวิธีของฝ่ายความมั่นคงบริเวณเนิน 450 ช่องสะงำ พร้อมสนับสนุนทหารกล้าเต็มร้อย ย้ำความสัมพันธ์และการทำงานร่วมกับกองกำลังสุรนารี กองทัพภาคที่ 2 เป็นไปอย่างใกล้ชิดและเรียบร้อยดีตลอดแนวชายแดนในทุกภารกิจและตามแผนการสร้างถนนด้านยุทธวิธีทุกเส้นทาง
สืบเนื่องจากกรณีที่มีการโพสต์และส่งต่อข้อมูลในสื่อสังคมออนไลน์ อ้างอิงคำกล่าวของ “น้องรุ้ง” ซึ่งระบุว่า ฝ่ายไทยยังไม่สามารถเข้าควบคุมพื้นที่บริเวณเนิน 450 ช่องสะงำ ได้อย่างเต็มที่ เนื่องจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) คัดค้านการก่อสร้างถนนเข้าสู่แนวหน้า ทำให้กองทัพประสบปัญหาในการส่งกำลังพล เสบียง และยุทโธปกรณ์ จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์และสร้างความสับสนแก่สังคมนั้น
นายพิชัย วัชรวงษ์ไพบูลย์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 (อุบลราชธานี) กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะหน่วยงานรับผิดชอบดูแลพื้นที่ป่าอนุรักษ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ชี้แจงว่า จากการตรวจสอบพื้นที่เนิน 450 ซึ่งตั้งอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยทับทัน-ห้วยสำราญ อ.บัวเชด จ.สุรินทร์ อยู่ห่างจากช่องสะงำไปทางทิศตะวันตกประมาณ 8 กิโลเมตรนั้น เส้นทางดังกล่าวตั้งอยู่ในแผนการดำเนินงานของฝ่ายความมั่นคงอยู่แล้ว และที่ผ่านมาบริเวณใกล้เคียงตั้งแต่หลักเขตแดนที่ 2 ถึง 3 ระยะทางประมาณ 4 กิโลเมตร ฝ่ายความมั่นคงก็ได้ดำเนินการปรับปรุงเส้นทางยุทธวิธีบางส่วนไปแล้ว หากฝ่ายความมั่นคงมีความจำเป็นเร่งด่วนที่จะปรับปรุงเส้นทางยุทธวิธีบริเวณเนิน 450 เพิ่มเติม สบอ.9 และหัวหน้าพื้นที่ป่าอนุรักษ์ก็พร้อมให้การสนับสนุนและอนุญาตให้ดำเนินการได้ทันทีโดยไม่มีอุปสรรคใดๆ ทั้งสิ้น
สบอ.9 เปิดเผยเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันหน่วยงานพื้นที่ป่าอนุรักษ์ทั้ง 6 แห่ง ในสังกัด สบอ.9 ซึ่งดูแลพื้นที่ตลอดแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ครอบคลุม จ.สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี ได้บูรณาการทำงานร่วมกับกองกำลังสุรนารี กองทัพภาคที่ 2 และหน่วยงานความมั่นคงอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง ในการปรับปรุงเส้นทางยุทธวิธีและเส้นทางลาดตระเวนป้องกันทรัพยากรป่าไม้ทุกเส้นทาง ซึ่งทุกเส้นทางดำเนินการไปด้วยความราบรื่นและไม่เคยมีปัญหาคัดค้านระหว่างกันแต่อย่างใด
นายพิชัยย้ำว่า ภารกิจด้านการรักษาอธิปไตยและความมั่นคงของชาติถือเป็นเรื่องสำคัญที่สุด ซึ่งต้องดำเนินควบคู่ไปกับการคุ้มครองผืนป่า ทั้งนี้ ขอความร่วมมือประชาชนและสื่อมวลชนรับฟังข้อมูลจากช่องทางอย่างเป็นทางการของทางราชการ และโปรดระมัดระวังการส่งต่อข้อมูลที่ไม่เป็นความจริงซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงและเข้าข่ายผิดกฎหมาย โดยหากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับพื้นที่ป่าอนุรักษ์แนวชายแดน สามารถติดต่อสอบถามข้อเท็จจริงได้ที่ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 (อุบลราชธานี) โดยตรง