“แลคตาซอย 5 บาท” เพลงที่ประธานบริษัทแต่งเอง จากโจทย์ขายนมกล่อง สู่เพลงที่คนไทยจำได้ทั้งประเทศ - Marketeer Online
“แลคตาซอย 5 บาท” แค่ขึ้นต้นประโยค เชื่อว่าคนไทยกว่า 90% มีเสียงในหัวร้องต่อได้เองจนจบเพลง
เพลงนี้เป็นปรากฏการณ์ Earworm หรือเพลงติดหู ระดับตำนานที่อยู่คู่กับสังคมไทยมายาวนานเกือบ 2 ทศวรรษ
ความน่าสนใจของเพลงนี้ ไม่ได้อยู่ที่โปรดักชั่นอลังการ หรือเอเจนซีระดับโลก
แต่กลับอยู่ที่ “ผู้แต่งเนื้อร้อง” ซึ่งก็คือ “ประธานบริษัท” ที่เริ่มต้นมาจากโจทย์ง่ายๆ ของการขายนมถั่วเหลือง แต่กลายเป็นเพลงที่คนจำได้ถึงทุกวันนี้
ย้อนกลับไปเมื่อปี พ.ศ. 2548 หรือเมื่อ 21 ปีก่อน แลคตาซอยต้องการขยายตลาดเพื่อบุกกลุ่มเด็กเล็ก จึงออกสินค้านมกล่องขนาด 125 มิลลิลิตร
เพราะในยุคนั้น เห็นช่องว่างทางการตลาด ยังไม่มีใครทำนมกล่องขนาดนี้ ในราคา 5 บาท
เมื่อถึงเวลาต้องคิดแผนโฆษณาออกสื่อ ก็เลือกทำออกมาเป็นเพลง
โจทย์ในตอนนั้นเรียบง่ายและตรงๆ คือ ทำอย่างไรก็ได้ให้ผู้บริโภครู้ว่า “แลคตาซอยมีกล่องเล็ก 125 มล. ขายในราคา 5 บาท”
ในยุคนั้น สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) มีความเข้มงวดสูงมากในการโฆษณาสรรพคุณสินค้ากลุ่มนม
หากจะขายสรรพคุณ หรือชูว่าดื่มแล้วแข็งแรง ก็อาจเป็นปัญหาได้
สามารถ จิรพัฒนกุล ประธานบริษัท และทายาทรุ่น 2 ของตระกูลจิรพัฒนกุล จึงเขียนเนื้อเพลงเอง แบบสรุปใจความสำคัญของผลิตภัณฑ์ จึงได้ออกมาเป็นข้อความว่า
“แลคตาซอย 5 บาท 125 มิลลิลิตร ปริมาณคับกล่อง เต็มที่ ดื่มได้ดื่มดี ดื่มแลคตาซอย 5 บาท”
จากนั้นก็ส่งให้ผู้ผลิตโฆษณานำไปใส่ทำนอง โดยกำชับให้ยึดตามเนื้อที่กำหนดไว้
ฝั่งผู้ผลิตโฆษณาจะขอแก้เนื้อ หรือขอปรับบางท่อน เพราะไม่มีอะไรคล้องจองกันเลย เป็นคำขายโฆษณาล้วนๆ ฟังดูไม่เหมือนเพลง
แต่คำตอบจากฝั่งแลคตาซอยคือ “ไม่ได้” เพราะต้องการให้เพลงออกมาเป็นข้อความเดิมที่ส่งไปให้เท่านั้น
สุดท้ายก็ออกมาเป็นเพลง พร้อมกับ MV สปอตโฆษณาที่มีเด็กเต้นในตำนาน
แล้วเพลงนี้ก็ทำให้คนจำได้จริงๆ กลายเป็นปรากฏการณ์ Earworm ทั่วประเทศ
เพลงนี้มีส่วนช่วยให้ยอดขายกล่องขนาด 125 มล. ขยับขึ้นมามีสัดส่วนถึง 25% ของรายได้รวม
ส่วนขนาดขายดีที่สุดยังเป็น 300 มล. คิดเป็นราว 65% ของรายได้รวม
แลคตาซอยใช้เนื้อเพลงนี้ยาวนานถึง 17 ปี มีเพียงการทำเวอร์ชั่นใหม่และเปลี่ยนผู้ร้อง เช่น ลาบานูน และ BNK48
แต่เมื่อถึงจุดหนึ่ง ราคา 5 บาท ก็ไปต่อไม่ไหว
ในปี 2566 แลคตาซอยตัดสินใจปรับขึ้นราคาสินค้าทุกขนาด
ช่วงนั้นแบรนด์ต้องสื่อสารอย่างหนักเพื่อทำความเข้าใจกับผู้บริโภค ว่าเป็นเพราะแรงกดดันจากต้นทุนต่างๆ ที่ปรับสูงขึ้นจนแบกรับไม่ไหวแล้ว
ในที่สุด ขนาด 125 มล. ก็ปรับขึ้นเป็น 6 บาท เป็นการปรับราคาครั้งแรกนับตั้งแต่เริ่มวางขายในปี 2548
เท่ากับว่าเพลง 5 บาทในตำนาน ก็ใช้ต่อไปไม่ได้แล้ว ปิดตำนานไว้ที่ 18 ปี
ต่อมาแลคตาซอยก็ทำเพลงขายขนาด 125 มล. เวอร์ชั่นใหม่ โดยเลือกพรีเซนเตอร์เป็น “Paper Planes”
เป็นการจับกลุ่มเด็กโดยตรง เพราะวงนี้เป็นขวัญใจวัยรุ่นฟันน้ำนมที่ดังมาจากเพลง “ทรงอย่างแบด แซดอย่างบ่อย”
แต่ในเวอร์ชั่นใหม่ ไม่มีคำว่า “6 บาท” อยู่ในเนื้อร้องอีกแล้ว
กรณีของแลคตาซอยเป็นเรื่องที่น่าสนใจเกี่ยวกับการสื่อสารให้คนจำตัวผลิตภัณฑ์
เพลงที่คนจำได้กว่า 2 ทศวรรษ มีจุดเริ่มต้นจากโจทย์ทางธุรกิจที่เล็กมาก คือจะทำอย่างไรให้คนรู้ว่ามีของปริมาณเท่านี้ และจะขายในราคานี้เท่านั้น