คุมตัว “อัจฉริยะ” เข้าห้องขัง สน.ทุ่งสองห้อง รอส่งศาล 5 ต.ค.นี้ เจ้าตัวยัน 4 ข้อหาเป็นเรื่องเท็จ

  1. หน้าหลัก 
  2. อาชญากรรม 
  3. ข่าวอาชญากรรม 

คุมตัว “อัจฉริยะ” เข้าห้องขัง สน.ทุ่งสองห้อง รอส่งศาล 5 ต.ค.นี้ เจ้าตัวยัน 4 ข้อหาเป็นเรื่องเท็จ

เผยแพร่: 3 ต.ค. 2569 22:24   ปรับปรุง: 3 ต.ค. 2569 22:27   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม



ตร.ไซเบอร์นำตัว “อัจฉริยะ” ฝากควบคุมตัว สน.ทุ่งสองห้อง หลังสอบนานกว่า 4 ชม. เตรียมนำตัวฝากขังศาลอาญา 5 ต.ค.นี้ เจ้าตัวยัน 4 ข้อหาเป็นเรื่องเท็จ พร้อมโต้เงิน 414,000 บาท ไม่ใช่เงินฉ้อโกง

จากกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจ กองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนทางเทคโนโลยี 1 (บก.สอท.1) นำหมายศาลเข้าจับกุม นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม บริเวณหน้าสนามมวยเวทีอ้อมน้อย จ.สมุทรสาคร ตามหมายจับใน 4 ข้อหา ได้แก่ ฉ้อโกงประชาชนโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง, นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอม หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ, ฟอกเงิน และลักลอบเล่นการพนันชกมวย (ประเภท ข) ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ พนันเอาทรัพย์สินกันโดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนนำตัวมาสอบปากคำที่ บก.สอท.1

ล่าสุด ภายหลังพนักงานสอบสวนใช้เวลาสอบปากคำนานกว่า 4 ชั่วโมง เมื่อเวลา 19.30 น. พนักงานสอบสวน บก.สอท.1 ได้ควบคุมตัวนายอัจฉริยะไปฝากควบคุมตัวที่ สน.ทุ่งสองห้อง โดยเตรียมนำตัวไปฝากขังต่อศาลอาญาในวันที่ 5 ต.ค.นี้

ระหว่างถูกควบคุมตัว นายอัจฉริยะกล่าวว่า ข้อกล่าวหาทั้ง 4 ข้อหาเป็นเรื่องเท็จ และเป็นการสร้างพยานหลักฐาน ซึ่งตนเองเชื่อว่าสามารถนำหลักฐานมาพิสูจน์ได้ทั้งหมด

นายอัจฉริยะยังกล่าวถึงประเด็นเรื่องเงินที่ปรากฏในสำนวน โดยยืนยันว่าเงินดังกล่าวไม่ได้มาจากการหลอกลวงประชาชน พร้อมระบุว่า มีเงินอยู่ 2 ส่วนที่ถูกนำมาเกี่ยวข้องในคดี

ส่วนแรกเป็นเงินทอดกฐิน จำนวน 14,000 บาท ขณะที่อีกส่วนจำนวน 400,000 บาท เป็นเงินที่เกี่ยวข้องกับการว่าจ้างให้ทำคดีนอมินีใน จ.ภูเก็ต โดยมีการว่าจ้างในวงเงิน 1 ล้านบาท และมีการวางเงินมัดจำ 2 ครั้ง เมื่อวันที่ 19 และ 20 มีนาคม 2569

นายอัจฉริยะระบุว่า หากนับเฉพาะเงินที่ถูกกล่าวอ้างว่าเกี่ยวข้องกับผู้เสียหาย จะมีจำนวนประมาณ 414,000 บาท ไม่ใช่จำนวนเงินกว่า 300 ล้านบาทตามที่มีการนำเสนอข่าว พร้อมปฏิเสธว่าตนเองเกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน


นอกจากนี้ ยังกล่าวถึงข้อมูลเกี่ยวกับบัญชีเฟซบุ๊กที่ถูกนำมาใช้เป็นหลักฐาน โดยระบุว่าเป็นข้อมูลตั้งแต่ปี 2567 ทั้งที่ตนเองปิดบัญชีเฟซบุ๊กไปตั้งแต่ปี 2565 และยืนยันว่าในช่องยูทูบของตนเองในปี 2566 ไม่เคยเปิดรับบริจาคหรือเผยแพร่เลขบัญชีธนาคารเพื่อรับเงินบริจาคแต่อย่างใด

นายอัจฉริยะยังระบุว่า พยานหลักฐานบางส่วนที่ถูกนำมาใช้ในสำนวนเป็นข้อมูลเก่าจากคดีที่กองปราบปรามเคยดำเนินการ และมองว่าเป็นการนำเรื่องเดิมกลับมาดำเนินการใหม่ พร้อมยืนยันว่ามีหลักฐานที่จะสามารถชี้แจงและพิสูจน์ข้อกล่าวหาต่าง ๆ ได้

จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวนายอัจฉริยะเข้าสู่ห้องควบคุมของ สน.ทุ่งสองห้อง โดยนายอัจฉริยะเดินนำหน้าเจ้าหน้าที่เข้าไป ก่อนเข้าสู่กระบวนการควบคุมตัวเพื่อเตรียมนำฝากขังต่อศาลตามขั้นตอนกฎหมายในวันที่ 5 ต.ค.นี้