ปลอบลูกด้วยการกอด 5 ข้อดีที่ช่วยให้ลูกฟื้นตัวไว ในวันที่ผิดหวัง เสียใจ | theAsianparent Thailand
เมื่อลูกผิดหวัง เสียใจ ร้องไห้ ทำไมพ่อแม่จึงควร ปลอบลูกด้วยการกอด เพราะการกอด ช่วยให้ลูกสงบลง เปิดทางให้ปรับอารมณ์ร่วมกัน และเป็นความสัมพันธ์ที่หนุนให้ลูกฟื้นตัวจากเรื่องหนักได้ เมื่อลูกเสียใจ ร้องไห้หนัก สมองของเขายังไม่พร้อมฟังเหตุผลใดๆ การอยู่ตรงนั้นแล้วกอดเขาไว้เป็นสิ่งแรกที่ควรทำ
สารบัญ
- FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการ ปลอบลูกด้วยการกอด
- 5 ข้อดีของการ ปลอบลูกด้วยการกอด
- กอดอย่างไรให้ได้ผล
- ตัวอย่างประโยคปลอบลูกตามช่วงวัย
FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการ ปลอบลูกด้วยการกอด
Q: กอดลูกบ่อยเป็นการตามใจหรือเปล่า
A: ไม่ใช่ เพราะการกอดคือการรับรู้ความรู้สึก ไม่ได้แปลว่าต้องยอมตามคำขอหรือยกเลิกกติกา พ่อแม่กอดลูกได้ และยังคงบอกขอบเขตหรือพูดคุยเรื่องเหตุผลกับลูกได้หลังจากลูกสงบลงแล้ว ซึ่งสอดคล้องกับคำแนะนำของ University of Nebraska-Lincoln Extension ว่าตอนลูกอาละวาด ลูกต้องการความปลอบโยนเพื่อช่วยปรับอารมณ์ ไม่ใช่ของรางวัล
Q: ลูกไม่ชอบให้กอด ควรทำอย่างไร
A: ไม่ต้องบังคับ ลองถามว่า “อยากให้แม่กอดไหม” หรือนั่งอยู่ใกล้ๆ และพูดปลอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล งานของ Seltzer และคณะพบว่า เด็กหญิงอายุ 7-12 ปีที่ได้รับการปลอบครบทั้งสัมผัสและเสียงมีออกซิโทซินสูงสุด แต่กลุ่มที่ได้ยินเพียงเสียงแม่ก็มีรูปแบบฮอร์โมนใกล้เคียงกัน
Q: เมื่อไหร่ควรเริ่มคุยเหตุผลกับลูก
A: หลังลูกสงบลงแล้ว UNL Extension แนะนำให้ชวนลูกคุยเรื่องความรู้สึกเมื่อเหตุการณ์ผ่านไป ระหว่างที่ลูกอารมณ์แรง ให้ปลอบโยนก่อน

5 ข้อดีของการ ปลอบลูกด้วยการกอด
1. ปลอบลูกด้วยการกอด ช่วยให้ร่างกายคลายความเครียด
Dr. Emily Mudd จาก Cleveland Clinic Children’s อธิบายว่าการสัมผัสและการกอดสำคัญต่อการปรับระบบประสาทและพัฒนาการสมองของเด็ก โดยการกอดสัมพันธ์กับการหลั่งออกซิโทซิน และช่วยลดฮอร์โมนความเครียดอย่างคอร์ติซอล ทำให้เด็กที่กำลังเมลท์ดาวน์สงบลงได้ง่ายขึ้น
อีกงานวิจัยหนึ่งทดสอบเด็กหญิงอายุ 7-12 ปี จำนวน 61 คน ให้พูดและแก้โจทย์ต่อหน้าคนแปลกหน้าจนเครียด พบว่ากลุ่มที่ได้ปฏิสัมพันธ์กับแม่ มีออกซิโทซินสูงขึ้นและคอร์ติซอลลดลง ที่น่าสนใจคือผลนี้เกิดได้ทั้งจากการสัมผัสและจากน้ำเสียงปลอบโยน แปลว่ากอดเป็น “หนึ่งในวิธีที่ดี” ไม่ใช่วิธีเดียว
2. ปลอบทารกได้ผลดีเมื่อกอดพอดี
งานวิจัยจากญี่ปุ่นที่รายงานในสื่อนานาชาติพบว่า ทารกสงบลงมากกว่าเมื่อถูกกอดด้วยแรงปานกลางเมื่อเทียบกับแค่อุ้มไว้เฉยๆ แต่ผลลดลงเมื่อกอดแน่นเกินไป และในทารกที่อายุมากกว่า 125 วัน การกอดจากพ่อแม่ให้ผลสงบมากกว่าการกอดจากคนแปลกหน้า ผลนี้ศึกษาในทารกเท่านั้น
3. ปลอบลูกด้วยการกอด ช่วยให้ลูกได้เรียนรู้การปรับอารมณ์จากผู้ใหญ่
Center on the Developing Child ที่ Harvard ระบุว่าความสัมพันธ์ที่คอยตอบสนองต่อเด็กช่วยสร้างทักษะสำคัญ เช่น การวางแผน การติดตามตัวเอง และการควบคุมพฤติกรรม ส่วน UNL Extension อธิบายว่าในช่วงแรก ผู้ดูแลทำหน้าที่ช่วยเด็กปรับอารมณ์ด้วยการสงบและใช้วิธีปลอบโยน
4. สร้างความสัมพันธ์มั่นคง ที่ช่วยให้ลูกฟื้นตัวจากเรื่องหนัก
งานทบทวนของ National Scientific Council on the Developing Child ที่เผยแพร่ผ่าน Harvard พบว่า ปัจจัยที่พบบ่อยที่สุดในเด็กที่ผ่านความยากลำบากไปได้ดี คือการมีความสัมพันธ์ที่มั่นคงและต่อเนื่องกับผู้ใหญ่ที่คอยสนับสนุนอย่างน้อยหนึ่งคน
5. เปิดทางให้คุยเรื่องเหตุผลหลังลูกสงบลง
UNL Extension แนะนำให้ช่วยลูกปรับอารมณ์ก่อน แล้วค่อยคุยเรื่องความรู้สึกเมื่อลูกสงบลงแล้ว การดูแลใจก่อนจึงไม่ใช่การเอาใจ แต่เป็นลำดับที่ทำให้การพูดคุยเกิดขึ้นได้
กอดอย่างไรให้ได้ผล
- กอดแรงพอดี ไม่ต้องรัดแน่น
- พูดปลอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล เช่น “หนูเสียใจใช่ไหมลูก แม่อยู่ตรงนี้”
- ยังไม่ต้องสอน รอให้ลูกสงบลงก่อน แล้วค่อยคุยเรื่องความรู้สึกและเหตุผล
- ไม่บังคับให้กอด ถ้าลูกไม่อยากถูกกอดตอนนั้น ให้นั่งอยู่ใกล้ๆ หรือถามว่า “อยากให้แม่กอดไหม” ผู้เชี่ยวชาญจาก Cleveland Clinic ก็แนะนำไม่ให้ฝืนลูก และเมื่อลูกโตขึ้นรูปแบบการกอดก็เปลี่ยนไปตามวัย
ตัวอย่างประโยคปลอบลูกตามช่วงวัย
ลองปรับใช้ตามบุคลิกและช่วงวัยของลูก ไม่จำเป็นต้องพูดตามตัวอักษรนะคะ
| ช่วงวัย | ตัวอย่างประโยคปลอบลูก | เคล็ดลับ |
| ทารก – 2 ปี | “แม่อยู่นี่นะ ไม่เป็นไรแล้วลูก” | กอดแรงปานกลาง ไม่แน่นเกินไป |
| 3 – 5 ปี | “หนูตกใจใช่ไหม ร้องออกมาได้เลย แม่กอดอยู่” | พูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล และอยู่ใกล้ๆ จนลูกสงบ |
| 6 – 11 ปี | “แม่เห็นว่าหนูตั้งใจมาก เสียใจได้นะ ไว้พร้อมแล้วค่อยเล่าให้ฟัง” | ถามก่อนว่า “อยากให้กอดไหม” และไม่ฝืนถ้าลูกไม่อยาก |
| วัยรุ่น | “เรื่องนี้หนักนะ พ่อแม่อยู่ตรงนี้ถ้าอยากคุย” | วัยรุ่นต้องการการสัมผัสน้อยลงกว่าเด็กเล็ก ปรับรูปแบบตามที่ลูกสะดวก |
บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ
พลังแห่งการกอด: 5 เหตุผลที่แม่ควรกอดลูกให้บ่อยกว่าเดิม
ลูกกลายเป็นเด็กมีปัญหา เพราะโตมาในบ้านที่ไม่มีใคร “กอด” กันเลย
10 ข้อดีเมื่อพ่อช่วยเลี้ยงลูก อุ้ม กอด เล่นซน เติมเต็มพัฒนาการในสไตล์คุณพ่อ
แหล่งอ้างอิง
- Supportive Relationships and Active Skill-Building Strengthen the Foundations of Resilience, National Scientific Council on the Developing Child, Center on the Developing Child at Harvard University
- Resilience, Center on the Developing Child at Harvard University
- Science of Resilience, Harvard Graduate School of Education (Usable Knowledge)
- Social vocalizations can release oxytocin in humans (Seltzer LJ, Ziegler TE, Pollak SD, 2010), Proceedings of the Royal Society B via PubMed Central
- Receiving a hug is associated with the attenuation of negative mood that occurs on days with interpersonal conflict (Murphy MLM, Janicki-Deverts D, Cohen S, 2018), PLOS ONE via PubMed Central
- Tips on Staying Cool During the Heat of a Temper Tantrum, University of Nebraska-Lincoln Extension in Lancaster County
- How a hug can help your child more than you might think (Cleveland Clinic News Service), News4Jax
- Scientists reveal the secret to the perfect hug, South China Morning Post,
บทความอัปเดตล่าสุด ตุลาคม 2569
บทความจากพันธมิตร
มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!
