5 สิ่งที่ไม่ควรบอก ChatGPT เสี่ยงข้อมูลหลุด-เงินหาย-ความลับรั่วไหล!
เครื่องมือ AI แชตบอตอย่าง ChatGPT ได้กลายมาเป็นผู้ช่วยคนสำคัญทั้งด้านการเรียน การทำงาน และชีวิตประจำวัน ตั้งแต่การค้นหาข้อมูล เขียนบทความ ไปจนถึงช่วยเขียนโค้ด อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางความสะดวกสบายนั้น กลับมีภัยเงียบด้านความเป็นส่วนตัวที่หลายคนอาจยังไม่ตระหนักอย่างถี่ถ้วน
หลายคนเริ่มติดนิสัยมองแชตบอตเป็นเหมือน "ผู้ช่วยส่วนตัว" หรือ "เพื่อนคุย" จนเผลอแบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลความลับของบริษัท ไปจนถึงประวัติสุขภาพ Jennifer King ผู้เชี่ยวชาญด้านความเป็นส่วนตัวจากสถาบัน AI มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ชี้ว่า ผู้ใช้งานมักจะเปิดเผยข้อมูลกับแชตบอตมากกว่าปกติ เพราะไม่ได้รู้สึกว่ากำลังสื่อสารกับองค์กรหรือบริษัท แต่เมื่อข้อมูลถูกส่งเข้าสู่ระบบไปแล้ว ผู้ใช้อาจไม่สามารถควบคุมได้เลยว่าข้อมูลเหล่านั้นจะถูกจัดเก็บหรือนำไปใช้งานต่ออย่างไร
ย้อนกลับไปในปี 2023 OpenAI เคยยืนยันเหตุการณ์ระบบขัดข้องที่ทำให้ผู้ใช้งานบางส่วนสามารถมองเห็นประวัติการคุย รวมถึงชื่อ อีเมล และข้อมูลการชำระเงินของผู้อื่นได้ ผู้เชี่ยวชาญจึงออกเตือน 5 กลุ่มข้อมูลสำคัญ ที่เด็ดขาด! ห้ามนำไปพิมพ์คุยกับ AI โดยเด็ดขาด
1. ข้อมูลยืนยันตัวตนบุคคล (Personal Identification)
นี่คือกลุ่มข้อมูลสำคัญที่สุดที่ต้องปกป้อง ห้ามระบุเลขบัตรประชาชน, เลขพาสปอร์ต, ใบขับขี่, ที่อยู่บ้าน, เบอร์โทรศัพท์ หรือวันเดือนปีเกิดเต็มรูปแบบลงในช่องแชต
หากจำเป็นต้องให้ AI ช่วยร่างเอกสาร ตรวจตรวจทานเรซูเม่ หรือกรอกแบบฟอร์ม ควรใช้ข้อมูลสมมุติ หรือใช้สัญลักษณ์แทนตัว เช่น [นามสมมุติ] หรือ [XXXX] ก่อนส่งเนื้อหาเข้าระบบเสมอ
2. ประวัติสุขภาพและข้อมูลทางการแพทย์
ผลการตรวจร่างกาย, ใบสั่งยา, ประวัติการรักษา หรือผลวินิจฉัยโรคถือเป็นข้อมูลเซนซิทีฟอย่างยิ่ง ปัจจุบันหลายคนนิยมใช้แชตบอตช่วยแปลศัพท์ทางการแพทย์หรืออ่านผลตรวจเลือด แต่ก่อนจะอัปโหลดเอกสารหรือพิมพ์ข้อความลงไป ต้องลบหรือเบลอข้อมูลระบุตัวตนออกทั้งหมด เพื่อป้องกันความเสี่ยงข้อมูลสุขภาพรั่วไหล
3. ข้อมูลทางการเงินและธุรกรรม
เลขบัญชีธนาคาร, เลขบัตรเครดิต, รหัส CVV, รหัส OTP, ประวัติการทำธุรกรรม หรือข้อมูลการชำระเงินต่างๆ เป็นสิ่งที่ไม่ควรปรากฏอยู่ในบทสนทนากับแชตบอตโดยเด็ดขาด เพราะหากข้อมูลเหล่านี้หลุดออกไป อาจเสี่ยงต่อการถูกมิจฉาชีพดูดเงิน หรือตกเป็นเป้าหมายของขบวนการหลอกลวงออนไลน์ได้
4. เอกสารและข้อมูลภายในองค์กร/บริษัท
พนักงานจำนวนมากเลือกใช้ AI ช่วยสรุปรายงาน เขียนอีเมล วิเคราะห์ข้อมูล หรือช่วยตรวจโค้ด แต่งานวิจัยและแผนการตลาดที่ยังไม่เปิดเผย, สัญญาจ้าง, ข้อมูลลูกค้า รวมถึง ซอร์สโค้ด (Source Code) ของบริษัท ถือเป็นความลับขั้นสุดยอด
กรณีตัวอย่างที่เคยเป็นข่าวใหญ่คือ พนักงานของบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่อย่าง Samsung เคยเผลอนำซอร์สโค้ดภายในอัปโหลดขึ้น ChatGPT เพื่อให้ช่วยหาจุดบกพร่อง จนทำให้บริษัทต้องออกกฎเหล็กห้ามใช้ AI ภายนอกทันที เพราะเสี่ยงต่อการทำข้อมูลความลับทางธุรกิจรั่วไหลไปสู่สาธารณะ
5. รหัสผ่านและข้อมูลระบบความปลอดภัย
รหัสผ่าน (Password), รหัส PIN, API Key, คำถามกันลืม หรือรหัสผ่านใช้ครั้งเดียว (OTP) ต้องเก็บเป็นความลับสูงสุด หากต้องการให้ AI ช่วยตรวจสอบโค้ดหรือการตั้งค่าระบบ ต้องมั่นใจว่าได้ลบรหัสผ่านหรือคีย์ความปลอดภัยออกไปจนหมดแล้วก่อนส่งคำสั่ง
วิธีปกป้องความเป็นส่วนตัวเมื่อใช้ AI: นอกจากการหลีกเลี่ยงการแชร์ข้อมูลไว้นำข้างต้นแล้ว ผู้ใช้ควรรู้จักตั้งค่าความเป็นส่วนตัว เช่น ปิดการอนุญาตให้นำประวัติการคุยไปใช้เทรน AI (Data Training Option), ใช้งานโหมดคุยชั่วคราว (Temporary Chat) รวมถึงการขยันลบประวัติการสนทนาเก่าๆ ออกจากบัญชีอย่างสม่ำเสมอ