ปั้นลูกค้าเงินล้านรวย5ล้าน ttbตั้งเป้า AUM แตะ 1.3 ล้านล้าน มั่นใจROEโตตามแผน
<ol>
ปั้นลูกค้าเงินล้านรวย5ล้าน ttbตั้งเป้า AUM แตะ 1.3 ล้านล้าน มั่นใจROEโตตามแผน
เผยแพร่: 19 ส.ค. 2569 19:00 ปรับปรุง: 19 ส.ค. 2569 19:00 โดย: ผู้จัดการออนไลน์
ttb เปิดตัว “ttb superior” เจาะกลุ่มเริ่มสร้างความมั่งคั่งที่มีผลิตภัณฑ์ทางการเงินตั้งแต่ 1 ล้านบาท ตั้งเป้าดันสินทรัพย์กลุ่ม MAF เพิ่มเป็น 3.6 แสนล้านบาท และ Wealth Banking แตะ 9 แสนล้านบาทภายในปี 2571 พร้อมเร่งรายได้ค่าธรรมเนียม หลังโบรกฯ บางแห่งประเมิน ROE ปีหน้าอาจลดเหลือ 7.7% จากสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ทยอยหมดลง ขณะที่ผู้บริหารยังไม่ยืนยันเป้าหมาย ROE 9% แต่มั่นใจผลดำเนินงานเป็นไปตามแผน
นายฐากร ปิยะพันธ์ ผู้จัดการใหญ่ ทีทีบี เปิดเผยว่า
ธนาคารเปิดตัว “ttb superior” เอกสิทธิ์และประสบการณ์ทางการเงินรูปแบบใหม่สำหรับลูกค้ากลุ่มเริ่มสร้างความมั่งคั่งMass Affluent (MAF) ที่มีผลิตภัณฑ์ทางการเงินรวมกับธนาคารตั้งแต่ 1 ล้านบาทขึ้นไป ภายใต้แนวคิด “A Superior Path for Your Next Success -ก้าวที่เหนือกว่า สู่ความสำเร็จอีกระดับ”
“ลูกค้ากลุ่ม Mass Affluent หรือ MAF เป็นกลุ่มที่มีศักยภาพสูงและเติบโตอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย โดยข้อมูลในระบบพบว่ามีบัญชีเงินฝากมูลค่า 1-5 ล้านบาท มากกว่า 1.47 ล้านบัญชี คิดเป็นมูลค่าสินทรัพย์รวม (AUM) กว่า 2.95 ล้านล้านบาท ขณะที่ปัจจุบันทีทีบี มีลูกค้ากลุ่มเป้าหมายดังกล่าวประมาณ 600,000ราย มีสินทรัพย์ภายใต้การดูแลรวมกว่า 2.8 แสนล้านบาท”
อย่างไรก็ตาม ธนาคารพบว่าลูกค้ากลุ่มนี้ยังมีช่องว่างสำคัญในการบริหารความมั่งคั่ง โดยกว่า 75% ยังถือครองสินทรัพย์ในรูปแบบบัญชีเงินฝากเป็นหลักและกว่า 60% ของสินทรัพย์ยังอยู่ในบัญชีเงินฝากที่ให้ผลตอบแทนในระดับต่ำ สะท้อนให้เห็นถึงโอกาสในการต่อยอดความมั่งคั่งผ่านเครื่องมือบริหารความมั่งคั่ง พร้อมคำแนะนำ และโอกาส การลงทุนที่เหมาะสมยิ่งขึ้น
ปักธง AUM แตะเกือบ 1.3 ล้านล้านบาท
นายฐากร กล่าวอีกว่า ภายในปี 2028 ทีทีบีต้องการเติบโตต่อเนื่อง โดย Wealth Banking และธุรกิจ MAF ถือเป็นผลิตภัณฑ์ในกลุ่มธุรกิจเรือธง หรือ Flagship Business ที่ทีทีบีต้องการผลักดันให้เติบโต
สำหรับ MAF เราตั้งเป้าเพิ่มขึ้นประมาณ 70,000–80,000 ล้านบาท จากปัจจุบัน 280,000 ล้านบาท เป็น 360,000 ล้านบาท ส่วน Wealth Banking จากประมาณ 800,000 ล้านบาท ต้องการเพิ่มเป็นประมาณ 900,000 ล้านบาท หรือเติบโตอีกราว 100,000 ล้านบาท
โดยรวมแล้ว มูลค่าจะเพิ่มขึ้นเป็นเกือบ 1.3 ล้านล้านบาท ส่วนหนึ่งเราต้องการให้ลูกค้านำเงินเข้ามาฝาก แต่เป้าหมายสำคัญคือการช่วยให้ลูกค้ามีพอร์ตโฟลิโอ หรือ Portfolio (พอร์ตการลงทุน) ที่เหมาะสมและยั่งยืน สอดคล้องกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ รวมถึงตอบโจทย์เป้าหมาย หรือ Goal ที่ลูกค้ากำหนดไว้
พิเศษเริ่มดูแลตั้งแต่ “ล้านแรก”
ด้านนางณัฐวรรณ อภิรัตนพิมลชัย ประธานกลุ่มกลยุทธ์และธุรกิจการขายลูกค้าบุคคล ทีทีบี กล่าวว่า “โดยทั่วไปการดูแลลูกค้ากลุ่ม MAF มักเริ่มต้นดูแลลูกค้าที่มี AUM ตั้งแต่ 2 ล้านบาทขึ้นไป แต่ทีทีบีเลือกเริ่มต้นการดูแลตั้งแต่ระดับ 1 ล้านบาท (รวมเงินฝาก เงินลงทุนในกองทุนรวม หุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง ประกันชีวิต และประกันวินาศภัย) ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ช่วงอายุ 30 ปีขึ้นไป มีรายได้เฉลี่ยมากกว่า 75,000 บาทต่อเดือน และมีเป้าหมายสร้างความมั่งคั่งในระยะยาว”
ทีทีบีต้องการร่วมยินดีกับความสำเร็จของลูกค้าตั้งแต่วันที่ก้าวสู่เป้าหมายล้านแรก และสนับสนุนให้สามารถยกระดับความมั่งคั่งสู่กลุ่ม Wealth ที่มี AUM ตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไปก่อนอายุ 45 ปี จึงได้ออกแบบโซลูชันและประสบการณ์ที่เหนือกว่าในทุกมิติ ภายใต้ 3 แกนหลักสำคัญ ได้แก่
Superior Solutions โซลูชันทางการเงินที่ช่วยต่อยอดความมั่งคั่ง
Superior Digital Wealth Advisory บริการบริหารความมั่งคั่งผ่าน My Wealth
สุดท้าย• Superior Privilege สิทธิประโยชน์ด้านไลฟ์สไตล์เติมเต็มประสบการณ์การใช้ชีวิต
โต้โบรกฯมั่นใจผลดำเนินงานดันROE9%
ทั้งหลังจากมีบริษัทหลักทรัพย์บางแห่งตั้งข้อสังเกตว่าอัตราผลตอบแทนต่อส่วนผู้ถือหุ้น ROE ของttb จะปรับลดลงในปีหน้าเหลือประมาณ 7.7%
นายฐากร กล่าวว่า ทิศทางการดำเนินงานของธนาคารยังเป็นไปตามแผน ทั้งการฟื้นตัวของสินเชื่อบ้าน สินเชื่อรถยนต์ และบัตรเครดิต ตลอดจนการเติบโตของเงินฝากและธุรกิจการลงทุน จึงคาดว่าผลการดำเนินงานปี 2569 จะเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ในระดับ9%
ทั้งนี้ในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2569 เติบโตในระดับตัวเลขสองหลัก โดยขยายตัวประมาณ 12–13% มีแรงสนับสนุนหลักจากค่าธรรมเนียมธุรกิจประกันและการลงทุนในกองทุนรวม ซึ่งรายได้จากธุรกิจกองทุนรวมเติบโตเกือบ 20% เป็นผลจากการทำงานร่วมกันระหว่าง บลจ. อีสท์สปริง หน่วยงานด้านการลงทุน) ทีม Private Banking และทีมสาขา
ขณะเดียวกัน ยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตของกลุ่ม PPB เติบโตประมาณ 15% แม้ภาพรวมตลาดบัตรเครดิตในปีนี้มีแนวโน้มหดตัว หรืออาจเติบโตเพียง 1–2% จึงเป็นปัจจัยที่ทำให้ธนาคารเชื่อว่า รายได้ค่าธรรมเนียมในปีนี้มีโอกาสทำได้ตามเป้าหมายหรือสูงกว่าเป้าหมาย
อย่างไรก็ตามแม้การขยายธุรกิจบางส่วนอาจเริ่มต้นช้ากว่าที่คาด แต่ฐานลูกค้าระดับบนมีความแข็งแกร่งมากขึ้นในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ส่วนโอกาสสำคัญในระยะต่อไป คือการเพิ่มศักยภาพของลูกค้ากลุ่มรายได้ปานกลาง ซึ่งมีฐานมากกว่า 600,000 คน
ปัจจุบันมีลูกค้าประมาณ 100,000 คนที่เริ่มมีเงินลงทุนตั้งแต่ 1 ล้านบาทขึ้นไป ขณะที่ยังมีลูกค้าเป้าหมายอีกประมาณ 500,000 คน หากสามารถยกระดับให้ลูกค้ากลุ่มดังกล่าวมีเงินออมหรือเงินลงทุนเพิ่มขึ้น แม้เฉลี่ยเพียงคนละ 500,000 บาท ก็อาจสร้างฐานสินทรัพย์รวมได้หลายแสนล้านบาท
หากเงินส่วนหนึ่งไหลเข้าสู่กองทุนรวม จะช่วยเพิ่มรายได้ค่าธรรมเนียมให้กับธนาคาร โดยคาดว่าในช่วง 2 ปีข้างหน้า รายได้ค่าธรรมเนียมจากลูกค้ากลุ่มนี้อาจเติบโตประมาณ 15–20%
ปัจจุบันลูกค้ากลุ่มดังกล่าวสร้างสัดส่วนรายได้ค่าธรรมเนียมให้ธนาคารประมาณ 14% หากสามารถขยายฐานการลงทุนได้ตามเป้าหมาย สัดส่วนดังกล่าวอาจเพิ่มขึ้นไปแตะระดับประมาณ 30% อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นจะต้องเกิดควบคู่กับการขยายตัวของรายได้ค่าธรรมเนียมโดยรวมด้วย