“ทองคำนิวยอร์ก” ปิดร่วง 52.50 เหรียญ ต่ำสุดรอบ 3 เดือน หวั่นเฟดขึ้นดอกเบี้ย ธ.ค.


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (24 ต.ค.69) สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดปรับตัวลดลงในการซื้อขายวันศุกร์ (23 ต.ค.69) แตะระดับต่ำสุดในรอบ 3 เดือน และปรับตัวลดลงรายสัปดาห์รุนแรงที่สุดในรอบกว่า 4 เดือน หลังราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นกระตุ้นความกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มเงินเฟ้อ และเพิ่มแรงกดดันให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อาจดำเนินนโยบายการเงินเข้มงวดต่อเนื่อง รวมถึงความเป็นไปได้ในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยช่วงปลายปี

ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธันวาคม ลดลง 52.50 ดอลลาร์ หรือ 1.29% ปิดที่ 4,007.90 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 3 เดือน ขณะที่ภาพรวมตลอดทั้งสัปดาห์ ราคาทองคำปรับตัวลดลง 4% นับเป็นการปรับตัวลดลงรายสัปดาห์รุนแรงที่สุดตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2569

ปัจจัยสำคัญที่กดดันราคาทองคำมาจากการปรับตัวเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก โดยเฉพาะน้ำมันดิบเบรนท์ที่พุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 5 เดือน หลังกลุ่มฮูตีโจมตีพื้นที่ในซาอุดีอาระเบีย ส่งผลให้นักลงทุนกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงที่อุปทานพลังงานจากตะวันออกกลางอาจหยุดชะงักเพิ่มเติม และผลักดันต้นทุนพลังงานให้ปรับตัวสูงขึ้น

นักวิเคราะห์ระบุว่า การเพิ่มขึ้นของราคาพลังงานอาจส่งผลให้แรงกดดันด้านเงินเฟ้อกลับมารุนแรงขึ้น ซึ่งอาจทำให้ธนาคารกลางรายใหญ่ทั่วโลกไม่สามารถผ่อนคลายนโยบายการเงินได้รวดเร็วตามที่ตลาดคาดหวัง โดยเฉพาะเฟดที่ต้องพิจารณาความเสี่ยงจากเงินเฟ้อควบคู่กับแนวโน้มเศรษฐกิจ ส่งผลให้สินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ยอย่างทองคำเผชิญแรงกดดัน

นอกจากนี้ การปรับตัวลดลงของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีในตลาดสหรัฐฯ ยังเป็นอีกปัจจัยที่ซ้ำเติมตลาดทองคำ หลังนักลงทุนบางส่วนเผชิญการเรียกหลักประกันเพิ่ม (Margin Call) จากความผันผวนของราคาหุ้น ส่งผลให้จำเป็นต้องขายสินทรัพย์อื่น รวมถึงทองคำ เพื่อนำเงินสดมาเสริมสภาพคล่องและรองรับภาระหลักประกัน

ทั้งนี้ ในการซื้อขายวันศุกร์ ดัชนี S&P500 และ Nasdaq ปรับตัวลดลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 5 สัปดาห์ ท่ามกลางแรงขายหุ้นที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) หลังนักลงทุนเริ่มกังวลเกี่ยวกับต้นทุนการลงทุนและแนวโน้มผลตอบแทนจากการขยายโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยี

สำหรับแนวโน้มนโยบายการเงินสหรัฐฯ นักลงทุนส่วนใหญ่ยังคาดการณ์ว่าเฟดจะมีมติคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 27-28 ตุลาคม 2569 แม้ข้อมูลดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) และดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ของสหรัฐฯ ที่เปิดเผยในสัปดาห์ก่อนจะออกมาสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงที่เฟดอาจจำเป็นต้องใช้นโยบายการเงินเข้มงวดมากขึ้นในช่วงปลายปี

ข้อมูลจากเครื่องมือ CME FedWatch ระบุว่า ตลาดให้น้ำหนัก 92% ที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 27-28 ตุลาคม ขณะที่ประเมินโอกาส 78% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนธันวาคม สะท้อนความกังวลของนักลงทุนต่อแนวโน้มเงินเฟ้อที่อาจทรงตัวในระดับสูงต่อเนื่อง

ขณะเดียวกัน นักลงทุนยังต้องติดตามการเปิดเผยดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (Personal Consumption Expenditures: PCE) ของสหรัฐฯ ในวันที่ 29 ตุลาคม 2569 ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่เฟดให้ความสำคัญ โดยข้อมูลดังกล่าวจะเป็นปัจจัยสำคัญในการประเมินแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยและทิศทางราคาทองคำในระยะต่อไป

Back to top button