ครม.ไฟเขียวบ้านเช่าคนรายได้น้อย 596 หน่วย 4 จังหวัด ค่าเช่าเริ่ม 2,000 บาท

ครม.เห็นชอบโครงการอาคารเช่าสำหรับผู้มีรายได้น้อย 4 จังหวัด รวม 596 หน่วย วงเงิน 439.225 ล้านบาท ค่าเช่าเดือนละ 2,000-3,200 บาท รองรับผู้มีรายได้น้อย ผู้สูงอายุ ข้าราชการ พนักงานรัฐ และคนเริ่มทำงาน ออกแบบตามหลัก Universal Design คาดก่อสร้างแล้วเสร็จปีงบประมาณ 2570

29 กันยายน 2569 - ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบการจัดทำโครงการอาคารเช่าสำหรับผู้มีรายได้น้อย ปี 2567 จำนวน 4 โครงการ รวม 596 หน่วย ในจังหวัดสกลนคร ภูเก็ต เลย และนราธิวาส วงเงินลงทุนรวม 439.225 ล้านบาท เพื่อเพิ่มทางเลือกด้านที่อยู่อาศัยให้ประชาชนผู้มีรายได้น้อย สามารถเข้าถึงที่อยู่อาศัยที่มีคุณภาพในราคาที่เหมาะสม โดยไม่ต้องรับภาระจากการซื้อบ้านเป็นของตนเอง

โครงการประกอบด้วย จ.สกลนคร 146 หน่วย จ.ภูเก็ต 44 หน่วย จ.เลย 75 หน่วย และ จ.นราธิวาส 331 หน่วย รองรับกลุ่มผู้มีรายได้น้อย รวมถึงผู้สูงอายุ ข้าราชการ พนักงานราชการ ลูกจ้าง และผู้ที่เพิ่งเริ่มต้นทำงาน ซึ่งมีรายได้ไม่สูงและต้องการที่อยู่อาศัยที่มีค่าใช้จ่ายสอดคล้องกับกำลังของตนเอง

สำหรับอัตราค่าเช่า กำหนดไว้ประมาณ 2,000-3,200 บาทต่อเดือน ขณะที่อาคารและพื้นที่ส่วนกลางจะออกแบบตามหลัก Universal Design เพื่อให้คนทุกวัยสามารถใช้งานได้อย่างสะดวกและปลอดภัย โดยเฉพาะผู้สูงอายุและคนพิการ พร้อมคำนึงถึงการออกแบบที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

พื้นที่ดำเนินโครงการจะใช้พื้นที่ราชพัสดุและที่ดินของการเคหะแห่งชาติที่มีความพร้อมด้านสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยสามารถเข้าถึงบริการและสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐานได้อย่างเหมาะสม โดยคาดว่าจะเริ่มดำเนินการก่อสร้างในปีงบประมาณ 2568 และแล้วเสร็จในปีงบประมาณ 2570

ส่วนงบประมาณ การเคหะแห่งชาติจะนำเงินคงเหลือจากการดำเนินโครงการบ้านเอื้ออาทร จำนวน 314.340 ล้านบาท มาใช้ดำเนินโครงการในระยะแรกก่อน ส่วนที่เหลือให้การเคหะแห่งชาติจัดทำแผนปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณ เพื่อเสนอขอตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปีตามขั้นตอน พร้อมควบคุมต้นทุนค่าก่อสร้างให้เป็นไปอย่างประหยัดและอยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า โครงการดังกล่าวจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านที่อยู่อาศัย และเพิ่มความมั่นคงในการดำรงชีวิตให้ประชาชนกลุ่มเป้าหมาย โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อยและผู้ที่เพิ่งเริ่มต้นทำงาน ขณะที่การออกแบบตามหลัก Universal Design จะช่วยให้ผู้สูงอายุและคนพิการสามารถใช้ชีวิตได้สะดวกและปลอดภัยมากขึ้น.