5G SA กับ NSA คืออะไร ต่างกันอย่างไร ทำไมความเร็ว 5G ไม่เท่ากัน

หลายคนอาจเคยสังเกตว่ามือถือขึ้นสัญลักษณ์ 5G เหมือนกัน แต่กลับใช้งานได้ไม่เหมือนกัน บางครั้งโหลดไฟล์เร็วมาก เล่นเกมลื่น หรือวิดีโอคอลแทบไม่มีดีเลย์ ขณะที่บางพื้นที่แม้จะขึ้น 5G แต่ความเร็วกลับใกล้เคียงกับ 4G

what-is-5g-sa-vs-nsa

สาเหตุสำคัญอย่างหนึ่งคือ เครือข่าย 5G มี 2 รูปแบบ ได้แก่ 5G NSA (Non-Standalone) และ 5G SA (Standalone) ซึ่งเป็นโครงสร้างเครือข่ายที่แตกต่างกัน แม้ผู้ใช้ทั่วไปจะเห็นเพียงคำว่า “5G” บนหน้าจอมือถือก็ตาม

บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจว่า 5G SA และ NSA คืออะไร ต่างกันอย่างไร ข้อดีข้อเสียเป็นแบบไหน และมือถือของคุณรองรับหรือไม่

5G SA และ NSA คืออะไร

ก่อนจะเปรียบเทียบความแตกต่าง ต้องเข้าใจก่อนว่าทั้งสองแบบเป็นมาตรฐานของเครือข่าย 5G แต่ใช้โครงสร้างเบื้องหลังไม่เหมือนกัน

5G NSA (Non-Standalone)

5G NSA เป็นการนำเครือข่าย 5G มาใช้งานร่วมกับโครงสร้างพื้นฐานของ 4G LTE เดิม โดยยังใช้ Core Network ของ 4G เป็นหลัก

พูดง่าย ๆ คือ

ช่วงแรกที่ 5G เปิดให้บริการในหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทย ส่วนใหญ่ใช้ระบบ NSA เพราะสามารถให้บริการได้เร็วโดยไม่ต้องสร้างโครงข่ายใหม่ทั้งหมด

5G SA (Standalone)

5G SA คือเครือข่าย 5G แบบเต็มรูปแบบ

มือถือเรือธง ขายดีประจำสัปดาห์

รวมรุ่นน่าสนใจ ราคาดี เหมาะกับคนกำลังเลือกซื้อรุ่นใหม่

Top 5

1

vivo X300 Ultra

ราคาเริ่มต้น 54,999 บาท

2

iQOO 15

ราคาเริ่มต้น 29,900 บาท

3

OPPO Find X9 Ultra

ราคาเริ่มต้น 54,999 บาท

4

HONOR Magic8 Pro

ราคาเริ่มต้น 39,990 บาท

5

POCO F8 Ultra

ราคาเริ่มต้น 23,990 บาท

* ราคาและโปรโมชันอาจมีการเปลี่ยนแปลง โปรดตรวจสอบอีกครั้งก่อนสั่งซื้อ

ทุกส่วนของระบบตั้งแต่ Core Network ไปจนถึงเสาสัญญาณถูกออกแบบมาสำหรับ 5G โดยเฉพาะ ไม่ต้องพึ่ง 4G อีกต่อไป

ข้อดีคือ

จึงถือเป็นเป้าหมายหลักของเครือข่าย 5G ในระยะยาว

what-is-5g-sa-vs-nsa

ตารางเปรียบเทียบ 5G SA กับ 5G NSA

รายการ5G NSA5G SA
โครงสร้างเครือข่ายใช้ Core ของ 4Gใช้ Core ของ 5G
ต้องพึ่ง 4Gใช่ไม่ต้อง
ความเร็วสูงสูง
Latencyต่ำกว่า 4Gต่ำที่สุด
ความเสถียรดีดีกว่า
รองรับ IoT จำนวนมากจำกัดรองรับเต็มรูปแบบ
Network Slicingไม่สมบูรณ์รองรับ
เหมาะกับผู้ใช้งานทั่วไปอุตสาหกรรมและบริการอนาคต

ทำไม 5G SA ถึงดีกว่า

แม้ว่าความเร็วในการดาวน์โหลดอาจไม่ได้แตกต่างกันมากในบางพื้นที่ แต่จุดเด่นของ SA ไม่ได้อยู่แค่เรื่องความเร็ว

Latency ต่ำกว่า

Latency คือเวลาที่ข้อมูลเดินทางจากมือถือไปยังเซิร์ฟเวอร์

ยิ่งต่ำ

รองรับ Network Slicing

Network Slicing คือการแบ่งเครือข่ายเสมือนหลายชุดบนโครงข่ายเดียว

ตัวอย่างเช่น

แต่ละระบบจึงไม่แย่งทรัพยากรกัน

รองรับอุปกรณ์ IoT จำนวนมาก

ในอนาคตอุปกรณ์ IoT จะมีจำนวนมหาศาล

เช่น

5G SA ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการเชื่อมต่อเหล่านี้โดยเฉพาะ

ถ้าใช้งานทั่วไป จะรู้สึกต่างไหม

สำหรับการใช้งานทั่วไป เช่น

ผู้ใช้จำนวนมากอาจแทบไม่รู้สึกถึงความแตกต่างระหว่าง NSA กับ SA

แต่หากใช้งาน

5G SA จะเริ่มแสดงข้อได้เปรียบมากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องความหน่วงและความเสถียร

มือถือต้องรองรับ 5G SA ด้วยหรือไม่

ใช่

แม้ว่าผู้ให้บริการจะเปิดเครือข่าย 5G SA แล้ว แต่หากมือถือไม่รองรับ ก็จะเชื่อมต่อได้เฉพาะ NSA

โดยทั่วไป

นอกจากนี้ ผู้ผลิตบางรายอาจต้องเปิดใช้งานผ่านการอัปเดตซอฟต์แวร์ก่อน

เช็กอย่างไรว่ามือถือรองรับ 5G SA

สามารถตรวจสอบได้หลายวิธี เช่น

หากมือถือรองรับแต่ยังใช้งานไม่ได้ อาจเกิดจาก

แล้วในประเทศไทยใช้แบบไหน

ผู้ให้บริการเครือข่ายในประเทศไทยเริ่มต้นให้บริการด้วย 5G NSA เพื่อให้ครอบคลุมพื้นที่ได้รวดเร็ว ก่อนทยอยขยายไปสู่ 5G SA มากขึ้นในช่วงหลัง

ปัจจุบันทั้งสองระบบยังคงทำงานควบคู่กัน โดยการเชื่อมต่อของผู้ใช้จะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น

สรุป 5G SA กับ NSA ต่างกันอย่างไร

แม้ทั้ง 5G SA และ 5G NSA จะเป็นเครือข่าย 5G เหมือนกัน แต่โครงสร้างการทำงานแตกต่างกันอย่างชัดเจน โดย NSA เป็นการใช้โครงสร้าง 4G ร่วมกับ 5G เพื่อให้ขยายเครือข่ายได้รวดเร็ว ส่วน SA คือเครือข่าย 5G เต็มรูปแบบ ที่ให้ประสิทธิภาพสูงกว่า รองรับความหน่วงต่ำ การเชื่อมต่ออุปกรณ์จำนวนมาก และเทคโนโลยีใหม่ในอนาคต

สำหรับผู้ใช้งานทั่วไป ความแตกต่างอาจยังไม่ชัดเจนในชีวิตประจำวัน แต่เมื่อบริการอย่าง Cloud Gaming, AI, AR/VR, รถยนต์อัตโนมัติ และ Smart City เติบโตมากขึ้น 5G SA จะกลายเป็นรากฐานสำคัญที่ช่วยให้เทคโนโลยีเหล่านี้ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

ดูเพิ่มเติม: