จาก 6 ล้านเล่ม มาวันนี้ยอดขายไม่ถึง 1 ล้าน Weekly Shonen Jump เสาหลักมังงะรายสัปดาห์ที่ถึงคราวขาลง - Marketeer Online


สมาคมผู้จัดพิมพ์นิตยสารแห่งของญี่ปุ่น เผยข้อมูลยอดตีพิมพ์ประจำไตรมาสแรกของปี 2026 ตามปีธุรกิจญี่ปุ่น ระหว่างเมษายนถึงมิถุนายนที่ผ่านมา 

ปรากฏว่ายอดตีพิมพ์เฉลี่ยต่อสัปดาห์ของนิตยสารมังงะ Weekly Shonen Jump ของสำนักพิมพ์ชูเอฉะ ที่ขายดีสุดในตลาด อยู่ที่ 985,000 เล่มต่อสัปดาห์

โดยนอกจากลดลง 1.9% จากไตรมาสก่อนแล้ว ยังเป็นครั้งแรกนับจากปี 2008 ที่ยอดตีพิมพ์ดิ่งลงต่ำกว่า 1 ล้านเล่ม 

ยอดตีพิมพ์ที่ลดลงนี้ สะท้อนถึงความต้องการเวอร์ชันสิ่งพิมพ์ของคนในประเทศที่ลดลง เพราะทั้งสำนักพิมพ์และผู้บริโภคชาวญี่ปุ่นต่างหันมาเปิดรับแพลตฟอร์มการอ่านแบบดิจิทัลมากขึ้น 

ซึ่งก็สอดคล้องกับพฤติกรรมของคนยุคนี้ที่เน้นความสะดวกในการเข้าถึงแบบดิจิทัล ช่วยให้ยังสามารถเข้าถึงมังงะได้ แม้ไม่มีร้านหนังสืออยู่ใกล้ที่พักและที่ทำงาน หรือไม่มีเวลาไปร้านหนังสือก็ตาม

การหันมาอ่านเวอร์ชันออนไลน์มากขึ้น ยังส่งผลกระทบต่อร้านค้าปลีกและร้านหนังสืออิสระที่ขายมังงะเล่มในญี่ปุ่น 

ต่างจากร้านค้าตามสถานีรถไฟและร้านสะดวกซื้อได้ที่ปรับตัวได้ดี นำมาสู่การลดขนาดหรือตัดแผงหนังสือออกไปแล้วแทนที่ด้วยบริการอื่นที่สามารถทำเงินอย่างตู้คีบตุ๊กตาที่มีให้เห็นใน FamilyMart บางสาขาแล้ว 

สถานการณ์ของ Weekly Shonen Jump ถือว่ายังดีกว่าเล่มอื่นๆ โดยมังงะรายสัปดาห์คู่แข่งที่ใกล้เคียงที่สุดคือ Weekly Shonen Magazine ของสำนักพิมพ์โคดันฉะ ซึ่งมียอดตีพิมพ์เฉลี่ย 281,000 เล่มต่อสัปดาห์เท่านั้น 

และมังงะรายสัปดาห์อีกเล่มของสำนักพิมพ์ชูเอฉะเองอย่าง Weekly Young Jump ยอดขายน้อยกว่านั้นอีก อยู่ที่เพียง 214,000 เล่มเท่านั้น 

ด้านคนในวงการมังงะญี่ปุ่นกังวลว่า การหันไปอ่านมังงะรายสัปดาห์แบบออนไลน์มากกว่าแบบเป็นเล่ม ยังส่งผลให้ผู้อ่านค้นพบเรื่องใหม่ๆ ได้ยากขึ้น เพราะอาจเน้นอ่านเฉพาะเรื่องที่ติดตามอยู่ 

หรือมัวแต่เลือกเรื่องที่คิดว่าน่าสนใจในแพลตฟอร์มซึ่งมีอยู่อย่างมหาศาลจนเหนื่อย แต่ก็ไม่เจอเรื่องที่ถูกใจเสียที จนท้ายที่สุดถอดใจไปเอง ต่างจากการอ่านแบบเล่ม ที่หากเปิดผ่านๆ ก็อาจได้เจอเรื่องใหม่ที่น่าสนใจได้ง่ายกว่า

สำหรับ Weekly Shonen Jump ตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี 1968 โดยเนื้อหาส่วนใหญ่เจาะตลาดกลุ่มวัยรุ่นผู้ชาย (โชเนน) 

ดังนั้นมังงะเรื่องแรกๆ ที่ฮิต จึงเป็นเรื่องชีวิตประจำวัน มุกตลก เรื่องรักหรือทะลึ่งตึงตังตามประสาวัยรุ่นอย่าง “ฮาเรนชิ กาคุเอน” โดยในปีแรกทำยอดพิมพ์เฉลี่ยได้เพียง 105,000 เล่มต่อสัปดาห์เท่านั้น 

ถัดมาปี 1982 Weekly Shonen Jump ก็เริ่มดัง โดยมังงะในช่วงนี้ขยับไปเป็นเรื่องกีฬาฟุตบอลอย่าง “กัปตันซึบาสะ” และเรื่องที่มีฉากต่อสู้รุนแรงได้รับอิทธิพลจากหนังดังและมวยจีนที่เมื่อเข้ามาในไทยใช้ชื่อไทยว่า “หมัดเทพเจ้าดาวเหนือ” 

ความดังของมังงะยุค 80 เหล่านี้ทำให้ยอดตีพิมพ์เฉลี่ยของ Weekly Shonen Jump เพิ่มเป็น 2.5 ล้านเล่มต่อสัปดาห์ 

Weekly Shonen Jump มาถึงยุคทองช่วงกลางยุค 90 ซึ่งความดังและความน่าติดตามของมังงะยุคนั้นอย่าง ดราก้อน บอลล์ และสแลมดังก์ ทำให้ยอดตีพิมพ์เฉลี่ยเพิ่มขึ้นอีก จนไปถึง 6.5 ล้านเล่มต่อสัปดาห์

จากนั้นแฟนมังงะก็หันไปอ่านผ่านออนไลน์กันมากขึ้น โดยในปี 2017 การหันไปอ่านออนไลน์ทำให้ยอดตีพิมพ์ของ Weekly Shonen Jump ซึ่งในเวลานั้นมี ดอกเตอร์ สโตนเป็นมังงะเรื่องดัง ลดลงไปเหลือต่ำกว่า 2 ล้านเล่มต่อสัปดาห์

ล่าสุดปี 2026 ซึ่ง “คากุราบาชิ” “ซาคาโมโต้ เดย์ส” และ “บลู บอกซ์” เป็นมังงะฮิต และจำนวนนักอ่านแบบออนไลน์ก็มีแต่จะเพิ่มขึ้น

ตรงข้ามกับยอดตีพิมพ์รายสัปดาห์ของ Weekly Shonen Jump ซึ่งร่วงลงมาอยู่ที่ระดับต่ำกว่าล้านเล่มเสียแล้ว / japantoday