“สศค.” เผยเศรษฐกิจ ก.ค. แกร่ง! ต่างชาติซื้อหุ้นสะสม 6 หมื่นล้านบาท


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (28 ส.ค.69) นายพิสิทธิ์ พัวพันธ์ ผู้อำนวยการกองนโยบายเศรษฐกิจมหภาค ในฐานะโฆษกสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง เปิดเผยถึง ภาวะเศรษฐกิจการคลัง ประจำเดือนกรกฎาคม 2569 ว่า สถานการณ์เศรษฐกิจไทยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการขยายตัวอย่างต่อเนื่องจากภาคการส่งออกสินค้าและการท่องเที่ยวภายในประเทศ ตลอดจนการกลับมาขยายตัวเป็นครั้งแรกในรอบ 4 เดือนของดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม อย่างไรก็ดี จำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศยังคงมีทิศทางชะลอตัว

โดยเครื่องชี้เศรษฐกิจด้านการบริโภคภาคเอกชน มีสัญญาณขยายตัวต่อเนื่องจากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเฉพาะหมวดสินค้าคงทน สะท้อนจากปริมาณรถยนต์นั่งจดทะเบียนใหม่และรถจักรยานยนต์จดทะเบียนใหม่ในเดือนกรกฎาคมที่เพิ่มขึ้น 17.4% และ 4.6% ตามลำดับ สอดคล้องกับรายได้เกษตรกรที่แท้จริงที่ขยายตัว 8.2%

ทั้งนี้ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 51.8 จากระดับ 50.7 ในเดือนก่อนหน้าโดยได้รับแรงหนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ และราคาน้ำมันที่ปรับลดลง สะท้อนให้เห็นถึงสัญญาณการฟื้นตัวของความเชื่อมั่น แม้ภาคธุรกิจและผู้บริโภคจะยังคงมีความกังวลต่อปัจจัยเสี่ยงทางเศรษฐกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศ

ขณะที่เครื่องชี้เศรษฐกิจด้านการลงทุนภาคเอกชน เริ่มมีสัญญาณการฟื้นตัวที่ดีขึ้น สะท้อนจากการนำเข้าสินค้าทุนที่ขยายตัวสูงถึง 33.8% ขณะที่ปริมาณรถยนต์เชิงพาณิชย์จดทะเบียนใหม่หดตัว 10.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนแต่เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า สำหรับการลงทุนในหมวดก่อสร้างเพิ่มขึ้น 1% สะท้อนจากปริมาณจำหน่ายปูนซีเมนต์ที่ขยายตัวเล็กน้อย 0.3%

ส่วนมูลค่าการส่งออกสินค้ารวมในรูปเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 25 เพิ่มขึ้น 21.6% คิดเป็นมูลค่า 34,789.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และหากพิจารณาเฉพาะมูลค่าการส่งออกสินค้าที่ไม่รวมน้ำมันและสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับทองคำ และยุทธปัจจัย พบว่าขยายตัว 23.3% ตามการขยายตัวของสินค้าในหมวดเครื่องโทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบเครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ และหม้อแปลงไฟฟ้าและส่วนประกอบ ขยายตัว 160.3% 63.2% และ 47.5% ตามลำดับ

ขณะเดียวยางพารา กุ้งสด แช่เย็น แช่แข็ง อาหารสัตว์เลี้ยง และไก่แปรรูป ขยายตัว 33.8% 24.7% 17.4% และ 7.5% ตามลำดับ ด้านมูลค่าการนำเข้าสินค้าขยายตัวที่ 36.7% ส่งผลให้ภาพรวมดุลการค้าขาดดุล 3,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

นายพิสิทธิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า เครื่องชี้เศรษฐกิจด้านอุปทาน ภาคการบริการด้านการท่องเที่ยวภายในประเทศยังคงเติบโตได้ดี โดยมีผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย 23 ล้านคน เพิ่มขึ้น 4.9% สวนทางกับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่หดตัว 2.5% ด้านภาคอุตสาหกรรมเริ่มฟื้นตัว โดยดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมขยายตัว 0.5% ซึ่งเป็นการกลับมาเป็นบวกครั้งแรกในรอบ 4 เดือน และภาคการเกษตรดัชนีผลผลิตสินค้าเกษตรหดตัว1.5%

สำหรับเสถียรภาพเศรษฐกิจยังคงอยู่ในเกณฑ์ดี และมีความมั่นคง สะท้อนจากอัตราเงินเฟ้อทั่วไปที่ระดับ 1.95% และเงินเฟ้อพื้นฐาน 1.34% ส่วนสัดส่วนหนี้สาธารณะ ณ สิ้นเดือนมิถุนายนอยู่ที่ 66.9% ต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ (GDP) ซึ่งยังอยู่ภายใต้กรอบวินัยการเงินการคลัง และทุนสำรองระหว่างประเทศทรงตัวในระดับสูงที่ 275.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

ด้านภาพรวมภาวะตลาดการเงินไทยยังคงเคลื่อนไหวแบบผสมผสาน โดยตั้งแต่วันที่ 1–25 สิงหาคม 2569 โดยนักลงทุนต่างชาติมีสถานะขายสุทธิในตลาดหุ้นไทยรวม 16,640.24 ล้านบาท หากนับตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน (YTD) นักลงทุนต่างชาติยังคงมียอดซื้อสุทธิสะสมอยู่ที่ 59,293.90 ล้านบาท สะท้อนให้เห็นว่ากระแสเงินทุนยังคงมีความผันผวน ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง

Back to top button