เปิดลิสต์ 6 หุ้นใน SET100 ปันผลทะลุ 5% ต่อเนื่อง 3 ปี แถม P/E ไม่ถึง 10 เท่า
ท่ามกลางสภาวะตลาดหุ้นที่เต็มไปด้วยความท้าทาย การมองหา "หุ้นคุณค่า" ที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง ราคาไม่แพง และจ่ายปันผลสม่ำเสมอ ถือเป็นหนึ่งในกลยุทธ์หลบภัยชั้นดี
Thairath Money ได้ทำการคัดกรองหุ้นในกลุ่ม SET100 พบว่ามี 6 หุ้นที่มีอัตราเงินปันผลตอบแทน (Dividend Yield) สูงกว่า 5% ติดต่อกัน 3 ปี (ปี 2566 - 2568) และมีอัตราส่วนราคาต่อกำไร หรือ P/E ในปัจจุบันไม่ถึง 10 เท่า
1. หุ้น SIRI (บมจ.แสนสิริ)
ผู้พัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยครบทุกประเภทและทุกระดับราคา ตั้งแต่คอนโดมิเนียม บ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม จนถึงโครงการระดับลักชัวรี พร้อมทั้งมีธุรกิจบริการหลังการขาย บริหารนิติบุคคล และมีการลงทุนในกลุ่ม PropTech
ความน่าสนใจคือ SIRI เป็นหุ้นที่จ่ายปันผลได้ดุดันที่สุดในกลุ่มนี้ ขณะที่ค่า P/E ล่าสุดอยู่ที่เพียง 5.74 เท่า โดยให้อัตราเงินปันผลตอบแทนย้อนหลัง
- ปี 2568 ที่ 11.12%
- ปี 2567 ที่ 10.65%
- ปี 2566 ที่ 7.87%
ส่วนผลตอบแทนราคาหุ้น ให้ผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปี (YTD) เป็นบวกที่ +11.19% และย้อนหลัง 3 ปีอยู่ที่ -26.24%
2.หุ้น SPALI (บมจ.ศุภาลัย)
บริษัทพัฒนาและขายบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์โฮม และคอนโดมิเนียม จุดเด่นสำคัญคือความสามารถในการบริหารต้นทุนที่ดีเยี่ยม ฐานะการเงินแข็งแรง และเน้นกระจายความเสี่ยงโดยขยายโครงการไปยังหัวเมืองต่างจังหวัดจำนวนมาก
SPALI เป็นหุ้นที่จ่ายปันผลสม่ำเสมอในระดับสูง โดยให้อัตราเงินปันผลตอบแทน ด้วยมูลค่าหุ้น P/E ที่ 7.42 เท่า
- ปี 2568 ที่ 8.83%
- ปี 2567 ที่ 7.97%
- ปี 2566 ที่ 7.79%
โดยราคาหุ้นตั้งแต่ต้นปี (YTD) ติดลบ-7.65% และผลตอบแทนจากราคาหุ้นย้อนหลัง 3 ปี อยู่ที่ -25.24%
3. หุ้น QH (บมจ.ควอลิตี้เฮ้าส์)
โดดเด่นด้านการพัฒนาโครงการบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ และคอนโดมิเนียม ภายใต้แบรนด์ Q House, Casa และ Laddarom นอกจากนี้ยังมีทีเด็ดคือ "รายได้ประจำ" จากการลงทุนในโรงแรม อาคารสำนักงาน และเงินลงทุนในบริษัทจดทะเบียนใหญ่อย่าง LH และ HMPRO
P/E ปัจจุบันอยู่ที่ 8.33 เท่า พร้อมอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล
- ปี 2568 ที่ 8.27%
- ปี 2567 ที่ 8.72%
- ปี 2566 ที่ 6.25%
ขณะที่ราคาหุ้นตั้งแต่ต้นปี (YTD) ปรับตัวขึ้นมา +5.26% ส่วนผลตอบแทนย้อนหลัง 3 ปียังติดลบอยู่ที่ -37.50%
4.หุ้น AP (บมจ.เอพี (ไทยแลนด์))
ผู้พัฒนาที่อยู่อาศัยแบบครบวงจร ทั้งบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์โฮม และคอนโดมิเนียม เน้นทำเลในกรุงเทพฯ และปริมณฑลเป็นหลัก และมีความแข็งแกร่งจากการมีโครงการร่วมทุนกับพาร์ทเนอร์ยักษ์ใหญ่จากญี่ปุ่นอย่าง Mitsubishi Estate
ปัจจุบันเทรดบน P/E ค่อนข้างต่ำเพียง 5.70 เท่า โดยมีอัตราเงินปันผลตอบแทน
- ปี 2568 ที่ 6.98%
- ปี 2567 ที่ 8.64%
- ปี 2566 ที่ 5.75%
ด้านผลตอบแทนราคาหุ้น ตั้งแต่ต้นปี (YTD) ราคาหุ้นปรับตัวลดลง -8.14% แต่หากดูภาพรวมย้อนหลัง 3 ปี ให้ราคาหุ้นปรับตัวลดลงมาแล้ว -34.17%
5. หุ้น TCAP (บมจ.ทุนธนชาต)
บริษัทโฮลดิ้ง (Holding Company) ด้านการเงิน ปัจจุบันเลือกลงทุนในธุรกิจสินเชื่อ เช่าซื้อ หลักทรัพย์ บริหารสินทรัพย์ ประกันภัย และอสังหาริมทรัพย์
TCAP เป็นหุ้นที่จ่ายปันผลมั่นคง บนระดับ P/E สูงที่สุดในลิสต์ ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ 9.38 เท่า ให้ผลตอบแทนจากเงินปันผลย้อนหลัง
- ปี 2568 ที่ 5.67%
- ปี 2567 ที่ 6.34%
- ปี 2566 ที่ 6.26%
นอกจากนี้ ยังโดดเด่นด้านการเติบโตของราคา โดยตั้งแต่ต้นปี (YTD) บวกไปถึง +25.32% และถ้าวัดผลตอบแทนยาว 3 ปี ทะยานไปถึง +46.73%
6. หุ้น TOP (บมจ.ไทยออยล์)
ผู้ประกอบการโรงกลั่นน้ำมันรายใหญ่ของไทยในเครือ ปตท. ผลิตทั้งน้ำมันเชื้อเพลิง น้ำมันหล่อลื่น และมีปิโตรเคมีบางส่วน โดยรายได้หลักจะขึ้นอยู่กับทิศทางค่าการกลั่น (GRM) และราคาน้ำมันในตลาดโลก
TOP เป็นหุ้นที่ P/E ต่ำที่สุดในลิสต์นี้เพียง 4.68 เท่า ขณะที่ให้อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล
- ปี 2568 ที่ 5.28%
- ปี 2567 ที่ 12.04%
- ปี 2566 ที่ 6.88%
ด้านผลตอบแทนจากราคาหุ้นก็ถือว่าเป็นหุ้นที่ราคาพุ่งแรง โดยผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปี (YTD) กระโดดไปถึง +77.78% ขณะที่ย้อนหลัง 3 ปี เพิ่มขึ้น +34.03%
(หมายเหตุ: ข้อมูล ณ ราคาปิดวันที่ 23 ก.ค.69)
อย่างไรก็ตาม Dividend Yield ที่สูงไม่ได้หมายความว่าหุ้นจะให้ผลตอบแทนที่ดีเสมอไป นักลงทุนควรพิจารณาทั้งความสามารถในการทำกำไร กระแสเงินสด แนวโน้มธุรกิจ และความยั่งยืนของการจ่ายเงินปันผลควบคู่กันไป
อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money ได้ที่
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้