สหรัฐเรียกเก็บภาษี 60 ประเทศ อ้างแรงงานบังคับ ไทยเจอ 12.5%
สหรัฐเรียกเก็บภาษีคู่ค้า 60 ประเทศ ภายใต้มาตรา 301 อ้างเหตุผลแรงงานบังคับ ไทยเจอ 12.5%
มติชน รายงานว่า สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐ (USTR) ประกาศบังคับใช้มาตรการภาษีตอบโต้ภายใต้มาตรา 301 ของกฎหมายการค้าสหรัฐปี 1974 ต่อประเทศคู่ค้า 60 แห่ง โดยอ้างเหตุผลว่า ประเทศเหล่านี้ขาดกลไกหรือมาตรการที่เข้มงวดเพียงพอในการห้ามและปราบปรามการนำเข้าสินค้าที่ใช้แรงงานบังคับ (Forced Labor) ซึ่งส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานและการแข่งขันที่เป็นธรรมของภาคการผลิตในสหรัฐ
มาตรการดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคม 2026 เวลา 00.01 น. ตามเวลาสหรัฐ (11.01 น. ตามเวลาไทย) เพื่อทดแทนการเก็บภาษีชั่วคราว 10% ตามมาตรา 122 ของกฎหมายการค้าสหรัฐที่ให้อำนาจฉุกเฉินแก่ประธานาธิบดีในการเรียกเก็บภาษี ซึ่งหมดอายุลง เมื่อ 23 ก.ค.
มาตรา 122 ถูกนำมาใช้หลังจากศาลสูงสุดของสหรัฐมีมติสั่งยกเลิกการขึ้นภาษีเป็นวงกว้างของทรัมป์ที่ประกาศใช้กับคู่ค้าสหรัฐทั่วโลก หลังจากที่เขารับตำแหน่งได้ไม่นาน
สำหรับอัตราภาษีใหม่ที่ USTR เพิ่งประกาศนั้นประเทศไทยถูกเรียกเก็บภาษีที่ 12.5% เป็นไปตามตามหลักการที่สหรัฐได้แบ่งคู่ค้าออกเป็น 2 กลุ่ม โดยกลุ่มแรกที่มีมีการเรียกเก็บภาษีในอัตรา 10% ซึ่งเป็นคู่ค้ามีกฎหมายห้ามนำเข้าสินค้าที่ใช้แรงงานบังคับหรือมีข้อตกลงการค้าต่างตอบแทนกับสหรัฐอยู่แล้ว
ไทยอยู่ในกลุ่มที่ต้องจ่ายภาษีในอัตรา 12.5% เนื่องจากยังไม่มีกรอบความร่วมมือหรือมาตรการทางกฎหมายที่สอดคล้องกับข้อกำหนดของสหรัฐ
ภาษีใหม่ดังกล่าว จะครอบคลุมสินค้านำเข้าของสหรัฐ 99.4% แต่มีข้อยกเว้นการเรียกเก็บภาษีกับสินค้าหลายรายการ เช่น น้ำมันและก๊าซ ปุ๋ย และอาหารบางประเภท ทำให้รัฐบาลทรัมป์สามารถคงอัตราภาษีขั้นต่ำสำหรับสินค้านำเข้าของสหรัฐเกือบทั้งหมดได้ และยังมีโอกาสที่จะเผชิญความเสี่ยงทางกฎหมายน้อยกว่า เนื่องจากการใช้มาตรา 301 เคยผ่านการทดสอบในชั้นศาลมาแล้วหลายครั้งและยังคงมีผลบังคับใช้
เจมีสัน เกรียร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐ กล่าวว่า สหรัฐมีกฎหมายห้ามนำเข้าสินค้าที่ผลิตด้วยแรงงานบังคับมานานเกือบหนึ่งศตวรรษ และมีการบังคับใช้อย่างเข้มงวด ถึงเวลาแล้วที่ประเทศคู่ค้าจะต้องทำเช่นเดียวกัน พร้อมระบุว่า มาตรการครั้งนี้จะเริ่มแก้ไขทั้งปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนและการปฏิบัติทางการค้าที่บิดเบือนการแข่งขัน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของแรงงานทั่วโลก
ก่อนหน้านี้ เกรียร์เคยให้คำมั่นว่า สำหรับประเทศที่ได้ทำข้อตกลงการค้ากับสหรัฐและมีการกำหนดเพดานอัตราภาษีไว้แล้ว ภาษีใหม่ที่ถูกเรียกเก็บโดยอ้างอิงประเด็นแรงงานบังคับจะไม่ทำให้อัตราภาษีรวมสูงเกินเพดานที่ตกลงกันไว้
ภายใต้การตัดสินใจขั้นสุดท้าย สหรัฐจะเรียกเก็บภาษี 10% กับสินค้าจาก อาร์เจนตินา บังกลาเทศ สหราชอาณาจักร กัมพูชา แคนาดา เอกวาดอร์ เอลซัลวาดอร์ กัวเตมาลา ฮอนดูรัส อินเดีย อินโดนีเซีย จอร์แดน มาเลเซีย เม็กซิโก ปากีสถาน ศรีลังกา และตรินิแดดและโตเบโก
ส่วนสหภาพยุโรป ไต้หวัน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และสวิตเซอร์แลนด์ จะถูกกำหนดอัตราภาษีในลักษณะที่เมื่อรวมกับอัตราภาษีศุลกากรเดิมตามหลักประเทศที่ได้รับการอนุเคราะห์ยิ่ง (MFN) แล้ว จะมีอัตราภาษีรวมอยู่ที่ 10% หรือ 12.5%
สำหรับอีก 38 ประเทศที่เหลือ จะถูกเรียกเก็บภาษี 12.5% ซึ่งรวมถึงจีนด้วย โดยสหรัฐกล่าวหาว่าจีนควบคุมตัวชนกลุ่มน้อยชาวอุยกูร์ไว้ในค่ายแรงงาน ข้อกล่าวหาที่รัฐบาลปักกิ่งปฏิเสธมาโดยตลอด
เจ้าหน้าที่รัฐบาลทรัมป์ได้แจ้งกับฝ่ายจีนว่า สหรัฐมีแผนจะปรับภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนในขณะที่ทรัมป์ดำรงตำแหน่งสมัยที่ 2 กลับไปอยู่ที่ 20% ตามที่ได้มีการตกลงกันไว้ในการสงบศึกทางการค้าระหว่างการหารือของทรัมป์กับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เมื่อเดือน พ.ย. 2025 แต่จะไม่ปรับสูงเกินระดับดังกล่าว ก่อนหน้ามาตรการที่จะมีผลในวันศุกร์ อัตราภาษีของสินค้าจีนได้ลดลงเหลือ 10% โดยยังไม่รวมภาษี 25% ที่ทรัมป์กำหนดไว้ตั้งแต่สมัยแรกกับสินค้าภาคอุตสาหกรรม