ดาวโจนส์ร้อนแรง! ทะยานกว่า 600 จุด พุ่งมากสุดรอบ 1 เดือน

ดัชนีดาวโจนส์พุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดทะยานกว่า 600 จุด ทำสถิติปรับตัวขึ้นมากที่สุดในรอบ 1 เดือน ขานรับการปรับตัวลงของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ หลังนักลงทุนลดคาดการณ์เกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในเดือนนี้

ณ เวลา 22.50 น.ตามเวลาไทย ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ [DJI.X] บวก 657.46 จุด หรือ 1.24% สู่ระดับ 53,719.41 จุด ทำสถิติปรับตัวขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 4 ส.ค.

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐร่วงลงในวันนี้ ขานรับถ้อยแถลงของนายคริสโตเฟอร์ วอลเลอร์ สมาชิกคณะกรรมการผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) และเป็นสมาชิกถาวรของคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของเฟด (FOMC) ที่สนับสนุนให้เฟดคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนนี้

นักลงทุนเทน้ำหนักต่อคาดการณ์ที่ว่า เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 15-16 กันยายน จากเดิมคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนนี้

ล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 51.6% ที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนก.ย. จากเดิมที่ให้น้ำหนักเพียง 36.8% เมื่อวานนี้

นอกจากนี้ นักลงทุนให้น้ำหนัก 48.4% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมเดือนก.ย. จากเดิมที่ให้น้ำหนักมากถึง 63.2% เมื่อวานนี้

นักลงทุนปรับมุมมองเกี่ยวกับการดำเนินการของเฟด หลังนายวอลเลอร์กล่าวในวันนี้ว่า เขาจะสนับสนุนให้เฟดคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนนี้ หากตัวเลขเงินเฟ้อที่จะออกมาในสัปดาห์หน้าไม่สูงกว่าที่คาดไว้

ทั้งนี้ ในการแสดงความเห็นที่แตกต่างจากนายเควิน วอร์ช ประธานเฟด เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว นายวอลเลอร์แสดงความมั่นใจต่อแนวโน้มเงินเฟ้อในปัจจุบัน โดยกล่าวว่า ภาษีนำเข้ามีแนวโน้มว่าจะส่งผลกระทบไม่มากนัก และราคาพลังงานที่สูงขึ้นก็ยังไม่ได้ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อภาคส่วนอื่น ๆ ของเศรษฐกิจ

แม้ยอมรับว่าเงินเฟ้ออยู่ในระดับสูงกว่าอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับเป้าหมาย 2% ของเฟด แต่นายวอลเลอร์ก็ชี้ว่า แนวโน้มในช่วงที่ผ่านมา แสดงให้เห็นว่า ในที่สุดเรากำลังเริ่มเห็นสัญญาณบางอย่างของการชะลอตัวของเงินเฟ้อ

หากข้อมูลเงินเฟ้อที่จะออกมายังคงเป็นไปในทิศทางนี้ ผมก็มีแนวโน้มที่จะสนับสนุนการคงเป้าหมายอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับปัจจุบัน นายวอลเลอร์กล่าวในการให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวรอยเตอร์

รายงานเงินเฟ้อสำคัญอีกสองชุดที่เฟดจะได้รับก่อนการประชุมในวันที่ 15-16 กันยายน คือ ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) และดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ซึ่งกระทรวงแรงงานสหรัฐมีกำหนดเผยแพร่ในสัปดาห์หน้า

อย่างไรก็ดี นายวอลเลอร์กล่าวว่า หากมีสัญญาณใด ๆ เกิดขึ้นระหว่างนี้จนถึงการประชุมในเดือนนี้ เขาก็อาจเปลี่ยนจุดยืนได้

ผมประเมินว่าในขณะนี้นโยบายการเงินกำลังจำกัดอุปสงค์โดยรวมเพียงเล็กน้อย และหากเงินเฟ้อปรับตัวขึ้น แม้ไม่เร่งตัวขึ้นมากนัก ก็อาจทำให้ผมเปลี่ยนมาสนับสนุนนโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้นได้

หากมีหลักฐานว่า ตัวเลขเงินเฟ้อประจำเดือนสิงหาคมบ่งชี้ว่าเฟดไม่มีความคืบหน้าในการผลักดันเงินเฟ้อไปสู่เป้าหมาย 2% เราก็จะปรับจุดยืนเพื่อให้มั่นใจว่าแนวโน้มดังกล่าวจะดำเนินต่อไป นายวอลเลอร์กล่าว

นายวอลเลอร์แสดงความคิดเห็นดังกล่าวไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์หลังจากนายวอร์ชกล่าวในการประชุมประจำปีของเฟดที่เมืองแจ็กสันโฮล รัฐไวโอมิง ว่า ตัวเลขเงินเฟ้อรายเดือนที่อ่อนตัวลงในช่วงที่ผ่านมา ไม่ได้ทำให้ผมเห็นว่าแนวโน้มพื้นฐานดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

นายวอร์ชกล่าวเพิ่มเติมว่า หากแนวโน้มต่าง ๆ ไม่เป็นไปในทิศทางที่คาดไว้ เราก็ยังมีงานที่ต้องทำ

แม้ว่าคำกล่าวดังกล่าวแทบไม่แตกต่างจากจุดยืนก่อนหน้านี้ของนายวอร์ช แต่ตลาดตีความว่าเป็นการส่งสัญญาณที่เข้มงวดต่อทิศทางอัตราดอกเบี้ย และคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนนี้

นักลงทุนจับตาการเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรในวันพรุ่งนี้ โดยนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ตัวเลขจ้างงานเพิ่มขึ้น 58,000 ตำแหน่งในเดือนส.ค. หลังจากลดลง 23,000 ตำแหน่งในเดือนก.ค. และคาดว่าอัตราว่างงานทรงตัวที่ระดับ 4.1%

โดย ก้องเกียรติ กอวีรกิติ