เนปาลเร่งช่วยกว่า 600 ชีวิตติดอุโมงค์โรงไฟฟ้า เหตุธารน้ำแข็งถล่ม ยอดดับเฉียดพัน สูญหาย
ทีมกู้ภัยเนปาลเร่งสร้างสะพานชั่วคราวและเปิดปฏิบัติการค้นหาครั้งใหญ่ในพื้นที่ห่างไกลแถบเทือกเขาหิมาลัย หลังเผชิญมหาอุทกภัยและดินโคลนถล่มจากธารน้ำแข็งพังทลายเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ล่าสุดวันนี้ (1 ก.ย.) สำนักงานจัดการภัยพิบัติแห่งชาติเนปาลเผยยอดผู้เสียชีวิตพุ่งแตะ 987 ราย และยังมีผู้สูญหายอีกราว 4,000 คน (เป็นชาวต่างชาติ 583 คน) ขณะนี้เจ้าหน้าที่มุ่งเป้าช่วยเหลือคนงานโรงไฟฟ้าพลังน้ำที่ยังติดค้างอยู่ใต้อุโมงค์อีกอย่างน้อย 639 คน
วิกฤตใต้อุโมงค์โรงไฟฟ้า ขาดแคลนเครื่องจักรหนัก
จุดวิกฤตอยู่ที่โรงไฟฟ้าพลังน้ำตรีศูลี (Trishuli) ในเขตรสุวา โดย อาซิช กูรุง มัคคุเทศก์ภูเขาที่ร่วมทีมกู้ภัย เผยว่า ดินโคลนทับถมปิดปากทางจนไม่สามารถเดินเท้าเข้าไปได้ จำเป็นต้องใช้รถแทรกเตอร์และรถแบคโฮ แต่หน้างานมีเครื่องจักรเพียง 2 คัน คันหนึ่งพังเสียหาย อีกคันกำลังซ่อมแซม และคาดว่ามีผู้ติดค้างอยู่ข้างในถึง 500 คน ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ทีมกู้ภัยสามารถช่วยคนงานออกมาได้แล้ว 279 คน จากโครงการไฟฟ้าพลังน้ำหลายแห่ง
เนปาลเร่งผุดโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำตามแนวเขามาตั้งแต่ต้นศตวรรษที่ 21 เพื่อดึงทรัพยากรน้ำบนเทือกเขาหิมาลัยมาแก้ปัญหาไฟฟ้าขาดแคลนในประเทศและส่งออกไปอินเดีย โครงการเหล่านี้ต้องเจาะอุโมงค์ผ่านแนวเขาสูงชัน จึงกลายเป็นจุดอันตรายเมื่อเกิดดินโคลนถล่มปิดทับ
กู้ภัยลุยพื้นที่ห่างไกล พบดับ 24 ศพในบ้านหลังเดียว
เจ้าหน้าที่เปิดเส้นทางเข้าสู่เขตนวโกฏ (Nuwakot) ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่เสียหายหนักที่สุดได้แล้ว ด้าน บิปิน เรคมี เจ้าหน้าที่ตำรวจ เผยว่า ทีมค้นหากู้ร่างผู้เสียชีวิตได้ถึง 24 รายจากบ้านเพียงหลังเดียวในหมู่บ้านเวตรวดี (Betrabati)
นายกรัฐมนตรี บาเลนทรา ชาห์ โพสต์ผ่านโซเชียลมีเดียเมื่อคืนวันจันทร์ (31 ส.ค.) ว่า ประชาชนหลายพันคนต้องสูญเสียบ้านเรือน ครอบครัว คนรัก และทรัพย์สิน รัฐบาลเข้าใจถึงความเจ็บปวดอันใหญ่หลวงนี้ พร้อมระบุว่าช่วยชีวิตผู้ประสบภัยได้แล้วกว่า 11,000 คน และเริ่มกู้ระบบไฟฟ้ากับการสื่อสารคืนมาได้ในบางจุด โดยภัยพิบัติครั้งนี้ถือเป็นบททดสอบครั้งใหญ่ของรัฐบาลชาห์ที่เพิ่งบริหารประเทศได้เพียง 6 เดือน
นานาชาติระดมส่งเทคโนโลยี-งบช่วยเหลือทะลุ 42 ล้านดอลลาร์
แม้เนปาลปฏิเสธรับทีมกู้ภัยทั่วไปจากต่างชาติ แต่ได้ร้องขอเทคโนโลยีขั้นสูงและผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง เช่น เครื่องตรวจจับสัญญาณชีพ ตู้แช่ขนาดใหญ่สำหรับเก็บรักษาร่างผู้เสียชีวิต และสะพานโครงเหล็กชั่วคราว (Bailey bridge)
จีนเร่งเปิดเส้นทางเลียบชายแดนเนปาลในช่องแคบหุบเขาสูงชัน พร้อมส่งผู้เชี่ยวชาญตรวจพิสูจน์ DNA รวมถึงสิ่งของบรรเทาทุกข์ โดรน และเครื่องกรองน้ำ ด้านเกาหลีใต้ส่งทีมกู้ภัยฉุกเฉิน 44 นาย ลงพื้นที่เขตรสุวา หลังมีแรงงานชาวเกาหลีใต้สูญหายในโครงการโรงไฟฟ้า 9 คน
สำหรับพันธมิตรนานาชาติที่มาช่วยเหลือเนปาลนั้น มีอินเดียและจีนเป็นแกนนำหลัก ร่วมด้วยสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ สิงคโปร์ ออสเตรเลีย สหภาพยุโรป (EU) และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) โดยมียอดเงินช่วยเหลือหลั่งไหลเข้าเนปาลแล้วกว่า 42 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ผลพวงโลกร้อน หิมาลัยเสี่ยงสูง
นายกฯ ชาห์ ระบุว่า หายนะครั้งนี้ส่งสัญญาณเตือนภัยถึงความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นบนเทือกเขาหิมาลัย และถึงเวลาแล้วที่ต้องหยิบยกภัยพิบัติจากภาวะการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศขึ้นมาหารือในเวทีโลกอย่างจริงจัง สอดคล้องกับสื่อทางการจีนที่ระบุว่า มหาอุทกภัยครั้งนี้เกิดจากความไม่มั่นคงของธารน้ำแข็งภายใต้ผลกระทบระยะยาวของภาวะโลกร้อน
โดย พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต/ปรียพรรณ มีสุข