รวบคู่รักแก๊งสแกมเมอร์หนีกลับไทย หลอกขายของออนไลน์โยง 601 คดีเสียหายกว่า 23 ล้าน

เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. พล.ต.ต.ชนันนัทธ์ สารถวัลย์แพศย์ ผบก.ปอท., พ.ต.อ.วัชรพันธ์ ศิริพากย์ รอง ผบก.ปอท. พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ รอง ผบก.ปอท. ว่าที่ พ.ต.อ.นิธิ ตรีสุวรรณ ผกก.3 บก.ปอศ.รรท.ผกก.2 บก.ปอท., ว่าที่ พ.ต.ท.ศุภเดช ธนชัยศิริ สว.กก.2 บก.ปอท., พ.ต.ต.ลัทธพล อัครปัญญา สว.(สอบสวน) กก.2 บก.ปอท. ร่วมกันจับกุม นายฉัตรชัยฯ อายุ 27 ปี และ น.ส.สุภารัตน์ฯ อายุ 31 ปี ความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่น, ร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอม ไม่ว่าทั้งหมด หรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน, สมคบโดยการตกลงตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน, ร่วมกันฟอกเงิน และร่วมกันเป็นอั้งยี่”

สืบเนื่องจาก บก.ปอท. เปิดปฏิบัติการทลายเครือข่ายหลอกลงทุนเปิดร้านค้าออนไลน์ “Style Cycle” ซึ่งกลุ่มคนร้ายใช้สื่อสังคมออนไลน์โฆษณาชักชวนประชาชนที่สนใจ ขายสินค้าให้มาเปิดร้านขายสินค้าออนไลน์บนแพลตฟอร์มเว็บไซต์ของคนร้าย ก่อนนำผู้เสียหายเข้าสู่กลุ่มสนทนาทางไลน์และเว็บไซต์ที่จัดทำขึ้นเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อ กลุ่มคนร้ายจะสร้างสถานการณ์ให้มีบุคคลแสดงตนเป็นลูกค้าเข้ามาสั่งซื้อสินค้า ก่อนอ้างว่าผู้เสียหายต้องลงทะเบียนร้านค้า เปิดการมองเห็น สร้างเครดิต หรือเติมเงินเข้าระบบ จึงจะสามารถรับยอดขายและถอนเงินได้ ผู้เสียหายหลงเชื่อ โอนเงินให้แก๊งสแกมเมอร์รวม 25 ครั้ง เป็นเงินกว่า 14 ล้านบาท ซึ่งท้ายที่สุดแล้วก็ไม่สามารถถอนเงินออกจากระบบได้ โดย บก.ปอท.ปฏิบัติการจับกุมกลุ่มขบวนการดังกล่าว เมื่อวันที่ 15-16 กรกฎาคม 2569 ตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย 19 จุด ใน 11 จังหวัด จับกุมผู้ต้องหา 17 ราย แบ่งเป็นกลุ่มผู้ควบคุมสั่งการและฟอกเงิน กลุ่มรับ-ส่งและถอนเงินสด และกลุ่มบัญชีม้า พร้อมตรวจยึดทรัพย์สินมูลค่ากว่า 23 ล้านบาท ซึ่งขณะนั้นนายฉัตรชัยฯ และ น.ส.สุภารัตน์ฯ (2 สามี-ภรรยา) ซึ่งเป็นผู้ดูและระบบเว็บไซต์ที่แก๊งสแกมเมอร์ใช้ในการหลอกลวง ได้หลบหนีหมายจับอยู่ที่ประเทศลาว

ต่อมา กก.2 บก.ปอท. ร่วมกับ ตม.เชียงแสน สืบสวนติดตามจับกุมนายฉัตรชัย และ น.ส.สุภารัตน์ ขณะกำลังเดินทางกลับมายังประเทศไทย สอบถามนายฉัตรชัย รับว่าทำหน้าที่เป็นผู้จัดการ มีหน้าที่ดูแลและประสานงานทุกภาคส่วนของเครือข่ายสแกมเมอร์ โดยเมื่อกลางปี 2568 ทำงานกับแก๊งสแกมเมอร์ซึ่งมีบอสเป็นคนจีน อยู่ที่ประเทศกัมพูชา ก่อนที่แก๊งสแกมเมอร์ดังกล่าวจะย้ายไปที่ประเทศลาว ก.ค.ที่ผ่านมา มีหน้าที่ดูแลจัดการเรื่องการสร้างแพลตฟอร์มที่ใช้ในการหลอกลวง จัดหาบัญชีธนาคารที่ใช้ในการรับเงินจากเหยื่อ ดูแลควบคุมสั่งการหัวหน้าทีมซึ่งเป็นผู้พูดคุยและหลวงลวงเหยื่อให้โอนเงิน ส่วน น.ส.สุภารัตน์ ทำหน้าที่เป็นแอดมิน คอยหาเหยื่อ พูดคุยกับเหยื่อเบื้องต้นแล้วส่งต่อให้กับหัวหน้าทีมเพื่อทำการหลอกลวง โดยจากการสืบสวนขยายผลดังกล่าวพบว่า แก๊งสแกมเมอร์ดังกล่าวมีโครงสร้างการทำงานแบบครบวงจร ตั้งแต่การเตรียมเครื่องมือหลอกลวง การหาเหยื่อ การรับเงิน ไปจนถึงการบริหารจัดการเงินที่ได้จากผู้เสียหาย

ตรวจสอบพบเลขบัญชีธนาคารที่ใช้รับโอนเงินจากเหยื่อ จำนวน 548 บัญชี และเว็บไซต์ที่ใช้ในการหลอกลวง ตรวจสอบกับระบบรับแจ้งออนไลน์ พบความเชื่อมโยงอีก 601 คดี มูลค่าความเสียหายกว่า 23 ล้านบาท โดยพฤติการณ์ที่มักใช้หลอกลวงเหยื่อ คือแก๊งคอลเซนเตอร์แอบอ้างหน่วยงานหรือเจ้าหน้าที่, หลอกทำงานออนไลน์หารายได้เสริม, สินเชื่อ/กู้เงินออนไลน์ปลอม, หลอกลงทุนเทรดหุ้น/Hybrid Scam ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการชักชวนให้ผู้เสียหายเปิดร้านหรือลงขายสินค้าออนไลน์ ก่อนสร้างยอดสั่งซื้อปลอมและเรียกให้โอนเงินโดยอ้างว่าเป็น ค่าสมัครสมาชิก ค่าเปิดการมองเห็นร้านค้า การสร้างเครดิตร้านค้า หรือเงินสำรองหมุนเวียน เมื่อผู้เสียหายขอถอนเงิน คนร้ายจะสร้างเงื่อนไขหรืออ้างข้อผิดพลาดให้โอนเพิ่ม จนไม่สามารถถอนเงินออกจากระบบได้