เปโซฟิลิปปินส์วูบใกล้แตะ 64 เปโซต่อดอลลาร์ ทำนิวโลว์ครั้งที่ 32

สมาคมธนาคารฟิลิปปินส์เปิดเผยว่า สกุลเงินเปโซของฟิลิปปินส์ปิดตลาดในวันนี้ (26 ต.ค.) ที่ระดับ 63.95 เปโซต่อดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ครั้งใหม่

การปรับตัวดังกล่าว ทำให้เปโซปิดตลาดในวันนี้ทำสถิติต่ำสุดเป็นประวัติการณ์เป็นครั้งที่ 32 ของปีนี้

หากเปรียบเทียบกับค่าเงินบาทของไทย ปิดตลาดในวันนี้ที่ระดับ 33.80 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ

ก่อนหน้านี้ ในช่วงก่อนเกิดวิกฤตต้มยำกุ้งในเดือนกรกฎาคม 2540 สกุลเงินบาทและเปโซมีอัตราแลกเปลี่ยนต่อดอลลาร์สหรัฐใกล้เคียงกันมาก โดยบาทอยู่ที่ประมาณ 25 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ส่วนเปโซอยู่ที่ประมาณ 26 เปโซต่อดอลลาร์สหรัฐ

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อรัฐบาลไทยประกาศลอยตัวค่าเงินบาทในวันที่ 2 กรกฎาคม 2540 และฟิลิปปินส์ผ่อนคลายกรอบการเคลื่อนไหวของเปโซในวันที่ 11 กรกฎาคม 2540 ส่งผลให้ทั้งสองสกุลเงินอ่อนค่าลงในช่วงวิกฤตการเงินเอเชีย

อย่างไรก็ดี บาทสามารถฟื้นตัวขึ้นจนขณะนี้อยู่ที่ราว 33 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่เปโซทรุดตัวลงใกล้แตะ 64 เปโซต่อดอลลาร์สหรัฐในวันนี้

การอ่อนค่าของเปโซส่งผลให้ต้นทุนการนำเข้าสินค้าที่กำหนดราคาเป็นดอลลาร์สหรัฐ เช่น น้ำมันเชื้อเพลิง ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งเพิ่มแรงกดดันต่ออัตราเงินเฟ้อ และทำให้เกิดความเสี่ยงที่ต้นทุนการชำระหนี้สกุลเงินต่างประเทศจะสูงขึ้นตามไปด้วย

นายจอห์น เปาโล ริเวรา นักวิจัยอาวุโสจากสถาบันศึกษาเพื่อการพัฒนาของฟิลิปปินส์ กล่าวว่า การอ่อนค่าของเปโซสะท้อนถึงอุปสงค์ที่พุ่งขึ้นของดอลลาร์สหรัฐ ความไม่แน่นอนของตลาดการเงินโลก ราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูง และความกังวลที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับการขาดดุลการชำระเงินของประเทศที่ขยายตัวมากขึ้น

นายริเวราเตือนว่า หากเปโซยังคงอ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่อง ก็อาจทำให้ต้นทุนการนำเข้าสินค้าสูงขึ้น และเพิ่มแรงกดดันต่ออัตราเงินเฟ้อ โดยเฉพาะในหมวดเชื้อเพลิง อาหาร และการขนส่ง

เขากล่าวเพิ่มเติมว่า หากเปโซอ่อนค่าต่อเนื่องเป็นเวลานาน อาจบั่นทอนกำลังซื้อของภาคครัวเรือน และเพิ่มต้นทุนในการดำเนินธุรกิจของภาคเอกชน

โดย ก้องเกียรติ กอวีรกิติ