อดีตข้าราชการสาธารณสุขวัย 65 ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์อ้างเป็นตำรวจ สภ.น่าน หลอกหมดตัว 4.2 ล้าน แถมทอง 5 บาท

  1. หน้าหลัก 
  2. ภูมิภาค 
  3. ภาคกลาง-ตะวันออก 

อดีตข้าราชการสาธารณสุขวัย 65 ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์อ้างเป็นตำรวจ สภ.น่าน หลอกหมดตัว 4.2 ล้าน แถมทอง 5 บาท

เผยแพร่: 3 ก.ย. 2569 19:04   ปรับปรุง: 3 ก.ย. 2569 19:04   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



พระนครศรีอยุธยา - ภัยไซเบอร์สุดโหด! อดีตข้าราชการสาธารณสุขวัย 65 ปี ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์อ้างเป็นตำรวจ สภ.น่าน ข่มขู่พัวพันคดีฟอกเงิน-ยาเสพติด ส่งหมายศาลปลอมตราครุฑผ่าน LINE ก่อนบังคับวิดีโอคอลเฝ้าดูตลอด 24 ชั่วโมง สั่งถอนเงิน-กู้สหกรณ์-ขายสลากออมสิน รวมกว่า 4.2 ล้านบาท แถมทองอีก 5 บาท

วันนี้ ( 3 ก.ย.) ผู้สื่อข่าวเดินทางไปพบ “ป้าแดง” อายุ 65 ปี อดีตข้าราชการสาธารณสุข ในพื้นที่หมู่ 1 ต.บ้านแพน อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา หลังตกเป็นเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์ สูญเงินเก็บที่สะสมมาตลอดชีวิตกว่า 4.2 ล้านบาท และทองคำอีก 5 บาท โดยยังมีภาระหนี้จากการกู้สหกรณ์ประมาณ 500,000 บาท ซึ่งเป็นเงินที่ถูกหลอกให้นำมาให้กลุ่มมิจฉาชีพ

ป้าแดงเปิดสมุดบัญชีธนาคาร 5 เล่ม จาก 3 ธนาคารให้ผู้สื่อข่าวดู พบว่าเงินในบัญชีเหลือเพียงหลักพันบาท พร้อมเปิดเผยว่า เหตุการณ์เริ่มขึ้นช่วงบ่ายวันที่ 26 สิงหาคมที่ผ่านมา มีหมายเลขโทรศัพท์แปลกโทรเข้ามา อ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.น่าน กล่าวหาว่าตนมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีฟอกเงินและยาเสพติด ก่อนส่งเอกสารราชการปลอมที่มีตราครุฑมาให้ดู ทำให้เกิดความหวาดกลัวและเชื่อว่าเป็นเรื่องจริง

จากนั้นคนร้ายให้เพิ่มเพื่อนใน LINE พร้อมส่งเอกสารและหมายศาลปลอมมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งยังกำชับห้ามนำเรื่องไปบอกบุคคลอื่น แม้แต่คนในครอบครัว โดยข่มขู่ว่าหากข้อมูลรั่วไหลจะถูกดำเนินคดีและอาจต้องโทษจำคุก 2–3 ปี ก่อนบังคับให้เปิดวิดีโอคอลทิ้งไว้ตลอดเวลา เพื่อเฝ้าดูความเคลื่อนไหวของผู้เสียหาย แม้กระทั่งเวลาเข้าห้องน้ำก็ยังถูกสั่งให้เปิดกล้องไว้

เมื่อผู้เสียหายอยู่ในภาวะหวาดกลัว จึงทำตามคำสั่งทุกอย่าง คนร้ายให้ถ่ายภาพสมุดบัญชีธนาคารเพื่อตรวจสอบเส้นทางการเงิน เมื่อพบว่ามีเงินอยู่หลายบัญชี จึงออกอุบายให้ถอนเงินสดออกจากธนาคาร รวมทั้งให้กู้เงินจากสหกรณ์ และนำเงินกลับมาเก็บไว้ที่บ้าน โดยอ้างว่าจะมีเจ้าหน้าที่มารับไปตรวจสอบ นอกจากนี้ยังหลอกให้นำสลากออมสินไปขาย ก่อนนำเงินมามอบให้กลุ่มคนร้าย รวมถึงทองคำอีก 5 บาท

ระหว่างวันที่ 27–31 สิงหาคม คนร้ายไม่ได้ให้ผู้เสียหายโอนเงิน แต่ใช้วิธีส่งบุคคลมารับเงินสดและทรัพย์สินถึงบ้าน โดยเปลี่ยนคนและรถยนต์หลายคัน ทำให้ผู้เสียหายเชื่อว่าเป็นเจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายให้มาตรวจสอบทรัพย์สิน

ภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณบ้านพบว่า วันที่ 27 สิงหาคม มีชายสวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาว กางเกงขายาวสีดำ และสวมหน้ากากปิดบังใบหน้า เดินทางมารับเงินจากผู้เสียหาย ส่วนวันที่ 31 สิงหาคม พบรถยนต์เก๋งสีดำ Toyota Innova มารับป้าแดงจากบ้าน เพื่อพาไปดำเนินการกู้เงินสหกรณ์ในตัวเมือง

ต่อมาวันที่ 1 กันยายน พบรถยนต์ Honda CR-V สีขาว เดินทางมารับผู้เสียหายจากบ้าน เพื่อพาไปขอใบรับรองบำเหน็จตกทอดที่สำนักงานสาธารณสุขแห่งหนึ่ง หวังนำไปใช้ประกอบการกู้เงินเพิ่มเติม แต่ไม่สามารถดำเนินการได้ ก่อนคนร้ายจะพาผู้เสียหายกลับมาส่งที่บ้าน และหลังจากนั้นไม่ได้ติดต่อมาอีก

นอกจากนี้ คนร้ายยังพาผู้เสียหายเดินทางไปยังห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง โดยอ้างว่าจะพาไปดำเนินการเรื่องกู้เงินเพิ่มเติม ขณะที่ผู้เสียหายระบุว่า กลุ่มมิจฉาชีพใช้รถยนต์สับเปลี่ยนกันประมาณ 3 คัน และคนที่มารับแต่ละครั้งไม่ซ้ำหน้า ขณะนี้กล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพรถได้อย่างน้อย 2 คัน ซึ่งอาจเป็นหลักฐานสำคัญในการติดตามเส้นทางของกลุ่มคนร้าย

ป้าแดงถึงกับร่ำไห้ เปิดใจว่า เงินและทองทั้งหมดเป็นทรัพย์สินที่ทำงานและเก็บหอมรอมริบมาตลอดชีวิต แต่กลับสูญหายไปภายในเวลาเพียงไม่กี่วัน จนรู้สึกเหมือน “ตายทั้งเป็น” เพราะนอกจากไม่มีเงินเก็บแล้ว ยังมีหนี้สินจากการกู้เงินสหกรณ์ และต้องเผชิญกับความบอบช้ำทางจิตใจอย่างหนัก

เบื้องต้น ผู้เสียหายเข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.เสนาแล้ว เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด และติดตามบุคคลรวมถึงยานพาหนะที่เข้ามารับเงินและทรัพย์สิน เพื่อนำตัวผู้เกี่ยวข้องมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป