"พลพีร์-บิ๊กราญ" แถลงทลายนอมินีต่างชาติสมุย เฟส 7 พบผิดกฎหมาย 138 บริษัท
วันนี้ (15 ส.ค.2569) นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย พร้อมด้วย พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ร่วมกันแถลงข่าวทลายนอมินีสมุย เฟส 7
โดยนายพลพีร์ ระบุว่า ตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี ในการปกป้องชาติ ประชาชนและบริษัทที่ทำถูกต้องตามกฎหมายหรือประเด็นภารกิจที่กระทรวงมหาดไทย และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ บูรณาการงานร่วมกันและปฏิบัติร่วมกันมาโดยตลอด จะมาถึงวันนี้เป็นเฟส 7 ของ สมุย ซึ่งบริษัทนิติบุคคลบนเกาะทั้งหมดมีประมาณ 12,000 บริษัท มีบริษัทต้องสงสัยประมาณ 8,000 บริษัท แต่ในมุมของกรมที่ดิน ภายใต้สังกัดกระทรวงไทย บริษัทที่ครอบครองที่ดินใน อ.สมุย จ.สุราษฎร์ธานี มีทั้งหมด 3,892 บริษัท เป็นบริษัทที่ครอบครองโดยผิดกฎหมายหรือผู้ถือหุ้นต่างชาติมากกว่าคนไทย 138 บริษัท และมีบริษัทที่ถือครองที่ดินเข้าข่ายเป็นนอมินีอีก 2,579 บริษัท
พลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย
พร้อมมองว่า ตัวเลขถือเป็นตัวเลขที่น่าตกใจ ซึ่งตัวนอมินีตนได้ให้นโยบายให้กับผู้ว่าราชการจังหวัดว่า 138 บริษัทนั้นที่ตรวจสอบกับทางกรมธุรกิจการค้าแล้ว มีความชัดเจนว่าผู้ถือครองบริษัทและที่ดินบนเกาะสมุยผิดกฎหมาย เพราะฉะนั้นคณะคณะกรรมการจังหวัดจะต้องเร่งนำทั้ง 138 บริษัทเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการจังหวัดเพื่อบังคับใช้กฎหมาย และจำหน่ายต่อไป
ส่วนบริษัทที่ยังมีความสงสัย 2,000 กว่าบริษัท ได้มอบให้ทางผู้ว่าราชการจังหวัด กรมที่ดิน พาณิชย์จังหวัดได้บูรณาการงานร่วมกันในการหาข้อมูลในเชิงลึกที่เกี่ยวข้องหากผิด จะต้องดำเนินคดีเช่นเดียวกัน
ส่วนในภารกิจวันนี้ต้องขอบคุณรอง ผบ.ตร. ในเรื่อง โครงข่ายหุ้นส่วน หนึ่งในนั้นเป็นสัญชาติอิสราเอล ซึ่งจากการสืบสวนในการพูดคุยกับต่างชาติบริเวณด้านหน้าห้องประชุม ปรากฏว่ามีบริษัทถือครองที่ดิน สถานที่วันนี้มีหมายออกมา โดยต่างชาติครองที่ดินในการซื้อเปลี่ยนเป็นการเช่าระยะยาว 30 ปี เพื่อหลีกเลี่ยงการครอบครองที่ดินอย่างผิดกฎหมายและมีการปล่อยเช่าที่พักอาคารหมู่บ้านที่เป็นบริษัทนอมินีตามหมาย จริงและเป็นการจ่ายเงินสดส่วนหนึ่งให้กับชาวต่างชาติที่จะมารอรับเงิน และวันเข้าพักและอีกส่วนหนึ่งเป็นการโอนเงินผ่านบัญชีธนาคารต่างประเทศ ซึ่งพฤติกรรมต่าง ๆ ถือเป็นบริษัทที่ตั้งใจที่จะประกอบธุรกิจหรือประกอบการในสมุยโดยผิดกฎหมาย
พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
ด้าน พล.ต.อ.สำราญ ระบุว่า ได้รายงานให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ทราบว่าวันนี้มีปฏิบัติการเรื่องนอมินี ที่สมุยเป็นเฟสที่ 7 ซึ่ง นายกรัฐมนตรีสั่งการชัดเจนให้ดำเนินการให้สิ้นซาก และทางผู้การจังหวัดสุราษฎร์ธานีได้รายงานให้ทราบว่า คดีเสร็จสิ้นไปแล้ว 187 คดี ซึ่งได้มีการประสานกันต่อในประเด็นนี้จะดำเนินการต่อผู้ช่วยเหลือ แนะนำ สนับสนุน ทางบริษัทด้านกฎหมายและการบัญชี เพื่อให้ดำเนินการมรรยาท ทนายความและมรรยาทนักบัญชี เพื่อที่จะไม่ให้เกิดขึ้นอีก จึงอยากเน้นย้ำไปที่บริษัทเหล่านี้ให้ชี้แนะเพื่อให้เกิดการดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย
พล.ต.อ.สำราญ ยังระบุว่า นอกจากนี้ วันนี้ผู้ต้องหาตนไม่อยาก ระบุสัญชาติใดชาติหนึ่งเพราะเป็นนานาชาติ ยืนยันว่าไม่ได้ติดตามจับกุมเพียงอย่างเดียว แต่ต้องดูแลคุ้มครองในส่วนที่เป็นนักท่องเที่ยว อย่างในกรุงเทพฯ มีชาวญี่ปุ่นถูกทำร้าย โดยคนไทย 5 คนเราสามารถจับกุมดำเนินคดีได้ครบ เพราะ ไม่อยากให้เห็นว่า พอเห็นตนและนายพลพีร์ มาไม่ใช่เพียงแค่มาจับ มาปราบต่างชาติ แต่เราก็ต้องดูแลคุ้มครองเพราะเราสนับสนุนการลงทุนและการท่องเที่ยว เพราะที่นี่เองก็มีบริษัทที่ทำถูกต้อง ซึ่งในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 8 ถือเป็นต้นทางแม่แบบสำนวนการสอบสวนเรื่องนอมินี
โดยในพื้นที่สามารถออกหมายจับได้ถึง 101 หมาย ส่วนการจับกุมผู้ต้องหาที่เป็นต่างชาติ สามารถจับกุมได้แล้ว 27 หมาย
อ่านข่าว :
คุม 7 เยาวชนปล้นทรัพย์-ทำร้ายนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่น ฝากขังศาลเยาวชนฯ
ปล่อยตัว "เล่าต๋า แสนลี่" วัย 86 ปี ผู้ต้องขังคดียาเสพติด-อาวุธปืน หลังได้รับพระราชทานอภัยโทษ
พบแล้ว 4 นักดำน้ำต่างชาติ ปลอดภัยทั้งหมด หลังรับแจ้งสูญหายทะเลแสมสาร