“ทองคำนิวยอร์ก” พุ่งนิวไฮรอบ 7 สัปดาห์ หวังเฟดชะลอขึ้นดอกเบี้ย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้น 2.3% ในวันศุกร์ที่ผ่านมา (7 ส.ค.) แตะระดับสูงสุดในรอบ 7 สัปดาห์ ปัจจัยหลักมาจากการเปิดเผยข้อมูลการจ้างงานของสหรัฐอเมริกาที่อ่อนแอกว่าคาดการณ์ ซึ่งประเด็นดังกล่าวได้ลดทอนความเป็นไปได้ที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะพิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมครั้งถัดไป
สำหรับการซื้อขายสัญญาทองคำใน ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้าสินค้าโภคภัณฑ์นิวยอร์ก หรือ COMEX (รหัสสินค้า GOLD.X) ส่งมอบเดือนธันวาคม ปรับตัวเพิ่มขึ้น 100.10 ดอลลาร์ หรือ 2.33% ปิดที่ระดับ 4,399.70 ดอลลาร์ต่อออนซ์
สำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐฯ สังกัดกระทรวงแรงงานสหรัฐฯ รายงานว่า ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรประจำเดือนกรกฎาคมปรับตัวลดลง 23,000 ตำแหน่ง สวนทางกับที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 80,000 ตำแหน่ง ขณะเดียวกันได้ปรับลดตัวเลขการจ้างงานของเดือนมิถุนายนลงเหลือเพิ่มขึ้นเพียง 20,000 ตำแหน่งจากรายงานก่อนหน้านี้
นักวิเคราะห์ประเมินว่า ตัวเลขการจ้างงานที่ทรุดตัวลงทำให้โอกาสที่เฟดจะเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งหน้าลดน้อยลง ประกอบกับการปรับตัวลงของราคาพลังงาน ได้เป็นปัจจัยกดดันให้สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลง ซึ่งส่งผลบวกโดยตรงในการหนุนราคาทองคำ เนื่องจากภาวะดอกเบี้ยขาลงจะช่วยเพิ่มความน่าสนใจให้กับทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย
สอดคล้องกับข้อมูลจาก ลอนดอน สต็อก เอ็กซ์เชนจ์ กรุ๊ป หรือ LSEG ที่ระบุว่า ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้าได้ปรับลดคาดการณ์โอกาสที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนกันยายนลงมาอยู่ที่ 43.9% จากระดับ 57% (ก่อนการรายงานตัวเลขจ้างงาน) ขณะเดียวกัน โอกาสที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยในเดือนหน้าได้ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 56.1% จาก 43.2%
ด้านมุมมองระยะยาว ยูบีเอส กรุ๊ป หรือ UBS ได้คาดการณ์ว่า ราคาทองคำมีโอกาสพุ่งขึ้นไปแตะระดับ 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ในช่วงครึ่งแรกของปี 2570
ส่วนประเด็นด้านสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าว โดยแสดงความเชื่อมั่นว่าสงครามความขัดแย้งกับประเทศอิหร่านจะสามารถยุติลงได้ในเร็วๆ นี้
Back to top button