ตลาดที่อยู่อาศัยเกิน 7.5 ล้านบาท ยอดโอน ‘หดหนัก’ ในกรุงเทพฯ-ปริมณฑล ส่งสัญญาณกำลังซื้อตลาดบนแผ่ว

ผู้ประกอบการบริษัทอสังหาฯ แตะเบรก เน้นระบายสต็อก ฉุดอุปทานตลาดที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ-ปริมณฑลครึ่งแรกของปี 2569 ร่วงทุกตัวชี้วัด โดยจำนวนหน่วยเปิดขายใหม่และมูลค่าร่วง -20.9% และ -18.0% ตามลำดับ ส่วนฝั่งอุปสงค์พบว่า ยอดโอนอสังหาริมทรัพย์ราคาเกิน 7.5 ล้านบาทหดหนัก ส่งสัญญาณกำลังซื้อตลาดบนแผ่ว

วันนี้ (24 กันยายน) ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยบทวิเคราะห์ เรื่อง “สถานการณ์ตลาดที่อยู่อาศัยกรุงเทพฯ – ปริมณฑล ไตรมาส 2 ปี 2569 และ ครึ่งแรกปี 2569” พบว่า สำหรับครึ่งแรกปี 2569 พบว่า ในฝั่งอุปสงค์ (Demand) จำนวนหน่วยการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัย (YoY) ในกรุงเทพฯ – ปริมณฑล เพิ่มขึ้น 20.8% และมีมูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์เพิ่มขึ้น 7.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) โดยปัจจัยหลักมาจากการเร่งโอนกรรมสิทธิ์ก่อนมาตรการลดค่าธรรมเนียมโอนและจดจำนองจะสิ้นสุดในวันที่ 30 มิถุนายน 2569 ก่อนที่ครม. จะมีมติต่ออายุมาตรการจนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2570

ภาพบ้านเดี่ยวหรูทันสมัย 1

เมื่อแบ่งเป็นประเภทพบว่า เป็นการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยสร้างใหม่ มีจำนวน 34,262 หน่วย เพิ่มขึ้น 14.1% และมีมูลค่า 142,142 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.3% ขณะที่การโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยมือสอง มีจำนวน 45,441 หน่วย เพิ่มขึ้น 26.4% และมีมูลค่า 99,722 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.5% ทำให้สัดส่วนจำนวนหน่วยการโอนกรรมสิทธิ์ของที่อยู่อาศัยสร้างใหม่ต่อที่อยู่อาศัยมือสอง เท่ากับ 43 : 57 ในขณะที่มูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์ มีสัดส่วนเท่ากับ 59 : 41

ตลาดที่อยู่อาศัย ‘ราคาสูง’ มีสัญญาณหดตัว

อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาจำแนกตามระดับราคา พบว่า จำนวนหน่วยและมูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยรวมเพิ่มขึ้นเกือบทุกระดับราคาเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) ยกเว้นระดับราคา 7.51 ล้านบาทขึ้นไปที่ลดลง โดยมีจำนวนหน่วยและมูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์ลดลง 12.1% และ 11.7% ตามลำดับ ขณะที่ระดับราคาไม่เกิน 1.00 ล้านบาท มีจำนวนหน่วยและมูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์เพิ่มขึ้นมากที่สุด 35.2% และ 33.0% ตามลำดับ

ภาพบ้านเดี่ยวหรูทันสมัย 2

โดยที่อยู่อาศัยแนวราบ มีจำนวนหน่วยและมูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์เพิ่มขึ้นเกือบทุกระดับราคา โดยระดับราคาไม่เกิน 1.00 ล้านบาท มีจำนวนหน่วยและมูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์เพิ่มขึ้นมากที่สุด 24.0% และ 22.3% ตามลำดับ ยกเว้นระดับราคา 7.51-10.00 ล้านบาท และมากกว่า 10.00 ล้านบาทที่ลดลงทั้งจำนวนหน่วยและมูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์ 17.3% และ 17% ตามลำดับ

ภาพบ้านเดี่ยวหรูทันสมัย 3

โดยอาคารชุด มีจำนวนหน่วยและมูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์เพิ่มขึ้นเกือบทุกระดับราคา โดยระดับราคาไม่เกิน 1.00 ล้านบาท มีจำนวนหน่วยและมูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์เพิ่มขึ้นมากที่สุด 40.3% และ 40.9% ตามลำดับ ยกเว้นระดับราคา 7.51-10.00 ล้านบาทที่ลดลงทั้งจำนวนหน่วยและมูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์

อุปทานหดหนัก เหตุหนี้สูง แบงก์เข้ม ตุ้นทุนพุ่ง ดีเวลลอปเปอร์แตะเบรกโครงการใหม่ เน้นระบายสต็อก

สำหรับ ด้านอุปทาน (Supply) ตลาดที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ – ปริมณฑล มีการปรับตัว ‘ลดลงอย่างมาก’ เนื่องจากหนี้ครัวเรือนยังอยู่ในระดับสูง สถาบันการเงินมีความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ ประกอบกับต้นทุนในการก่อสร้างพุ่งสูงขึ้น ผู้ประกอบการจึงชะลอการเปิดโครงการใหม่ และ เร่งระบายสต็อกคงเหลือ โดยตัวชี้วัดด้านอุปทานสำคัญๆ มีรายละเอียด ดังนี้

ภาพบ้านเดี่ยวหรูทันสมัย 4

ธอส. ครบรอบ 73 ปี เดินหน้าปรับบทบาทสู่ Beyond Housing Bank ทำให้คนไทยมีบ้านมากกว่า 4.8 ล้านครอบครัว

ดร.มหัทธนะ อัมพรพิสิฏฐ์ กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ธอส. จัดกิจกรรมเนื่องในโอกาสวันสถาปนาครบรอบ 73 ปี ธอส. ภายใต้แนวคิด “Beyond Housing Bank” โดยได้รับเกียรติจาก ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเข้าร่วมแสดงความยินดี พร้อมด้วยนายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ผู้บริหารหน่วยงานพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน เข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก

สำหรับการดำเนินงานตลอด 73 ปี ธอส. ทำให้คนไทยมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองมากกว่า 4.8 ล้านครอบครัว

และจากนี้ไป ธอส. พร้อมปรับบทบาทองค์กรสู่ Beyond Housing Bank มากกว่าการปล่อยกู้ ธอส. คือเพื่อนคู่คิดเรื่องบ้าน ที่พร้อมดูแลลูกค้าทุกช่วงเวลาของการมีบ้าน ที่ไม่ใช่แค่การปล่อยสินเชื่อ แต่ครอบคลุมตั้งแต่ก่อนมีบ้าน ระหว่างมีบ้าน ซ่อมแซม ต่อเติม จนถึงการอยู่อาศัยอย่างยั่งยืน เมื่อลูกค้าอยากมีบ้าน ต้องนึกถึง ธอส. เป็นที่แรก

ภาพบ้านเดี่ยวหรูทันสมัย 5

โดย ธอส. จะเป็นศูนย์กลางระบบนิเวศด้านที่อยู่อาศัย (Center of Housing Ecosystem) เพื่อเชื่อมโยงระหว่างลูกค้าและผู้ประกอบการ ด้วยการนำเทคโนโลยี Digital DATA และ AI ที่จะช่วยขยายโอกาสให้คนไทยเข้าถึงสินเชื่อที่อยู่อาศัยได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อย กลุ่มผู้มีอาชีพอิสระ ยกระดับการปล่อยสินเชื่อให้เข้าถึงประชาชนทุกกลุ่มอย่างทั่วถึง (Financial Inclusion) ซึ่งเป็นการอัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจผ่านภาคอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจเกี่ยวเนื่อง ทั้งวัสดุก่อสร้าง แรงงาน และภาคบริการให้เติบโตขึ้น ซึ่งถือเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้ก้าวต่อไปอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน

ภาพ: Sunji7777 / Shutterstock