ปชน. ย้ำหนุนแก้ กม.บัตรทอง ไม่ลดสิทธิปชช. ชู 7 แนวทางปฏิรูป ดันบอร์ด สปสช. เปิดกว้าง-ลดอำนาจราชการ

เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม นายเอกภพ สิทธิวรรณธนะ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) เปิดเผยถึงจุดยืนและนโยบายของพรรคประชาชนต่อระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า หรือบัตรทอง ภายหลังชมรมแพทย์ชนบทออกมาตั้งคำถามถึงจุดยืนของพรรค ว่า พรรคประชาชนสนับสนุนการแก้ไขพระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2545 หรือกฎหมายบัตรทอง เพราะต้องการแก้ไขจุดอ่อนเพื่อทำให้ระบบมีความยั่งยืนและมีประสิทธิภาพสูงสุด ทั้งในแง่งบประมาณ คุณภาพบริการ และขวัญกำลังใจของคนทำงาน
นายเอกภพ กล่าวต่อว่า โดยสาระสำคัญของการแก้ไขกฎหมาย 7 ข้อประกอบด้วย 1.ปรับโครงสร้างของบอร์ด หรือคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ โดยเพิ่มสัดส่วนประชาชนผู้ใช้สิทธิและบุคลากรผู้ให้บริการ เช่น แพทย์ พยาบาล และลดสัดส่วนผู้แทนจากราชการ เพื่อแก้ไขปัญหาบอร์ดนั่งยาวและนั่งวน จนส่งผลให้บอร์ดขาดมุมมองใหม่ๆ ในการตัดสินใจ
นายเอกภพ กล่าวต่อว่า 2.สนับสนุนประชาธิปไตย ให้ตัวแทนบางส่วนในบอร์ดมาจากการเลือกตั้งโดยตรง เพื่อส่งเสริมการรับผิดรับชอบในการตัดสินใจ 3.สนับสนุนการใช้ข้อมูลวิชาการที่มีคุณภาพเพื่อประกอบการตัดสินใจเลือกชุดสิทธิประโยชน์ และปรับอัตราที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) จ่ายให้โรงพยาบาล ให้สะท้อนต้นทุนจริงตามที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน
นายเอกภพ กล่าวด้วยว่า 4.ผลักดันให้เกิดชุดสิทธิประโยชน์หลักที่เป็นมาตรฐานเดียวกันของทั้ง 3 กองทุนได้แก่ กองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ กองทุนประกันสังคม และสวัสดิการรักษาพยาบาลของข้าราชการ ล้มปรากฏการณ์โรบินฮูดหรือการที่โรงพยาบาลเอาเงินกองทุนอื่นมาชดเชยบัตรทอง 5.เพิ่มงบประมาณและดูแลบุคลากร เติมงบประมาณสำหรับการซื้อชุดสิทธิประโยชน์หลักให้เพียงพอต่อทั้งผู้ป่วยและบุคลากร จ่ายค่าตอบแทนคนทำงานอย่างเป็นธรรม เพื่อให้ทำงานได้ยาวๆ ลดภาวะสมองไหลหรือการลาออกจากระบบ
นายเอกภพ กล่าวอีกว่า 6.หาแหล่งเงินเพิ่มจากผู้ที่มีความสามารถในการจ่ายชุดสิทธิประโยชน์เสริม เช่น ผลักดันให้นายจ้างร่วมจ่ายเป็นสวัสดิการของลูกจ้าง เปิดช่องให้ประชาชนที่มีประกันสุขภาพเอกชนใช้ประกันของตัวเองจ่ายในส่วนนี้ได้ ส่วนผู้ที่ไม่มีนายจ้างและไม่มีประกันเอกชน เช่น แรงงานนอกระบบ เกษตรกร ให้รัฐร่วมจ่าย ประชาชนจะได้ไม่ต้องจ่ายเองทั้งหมด โดยหลักเกณฑ์ให้ขึ้นกับการตัดสินใจของบอร์ด และ 7.ยกระดับบริการสุขภาพปฐมภูมิ ลงทุนกับการจัดบริการสุขภาพปฐมภูมิทั้งที่ชุมชนและที่ทำงาน เพิ่มประสิทธิภาพการสร้างเสริมสุขภาพ การรักษาที่หน่วยปฐมภูมิ และส่งรักษาต่ออย่างแม่นยำ
นายเอกภพ กล่าวต่อว่า แนวทางส่วนใหญ่ที่กล่าวมาข้างต้น เป็นข้อเสนอนโยบายในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาของพรรคประชาชน ยกเว้นข้อ 2 ซึ่งเป็นแนวคิดที่ตนและเพื่อน สส.ที่ได้เสนอเพิ่มเติมประกอบแนวทางที่เหลือ ส่วนกระบวนการในการปรับแก้กฎหมายหลักประกันสุขภาพ ทางพรรคจะพิจารณาข้อเสนอต่างๆ รวมถึงร่าง พ.ร.บ.ของฝ่ายรัฐบาล ก่อนมีมติพรรคว่าจะดำเนินการอย่างไร
“พรรคยืนยันว่าจะไม่เห็นด้วยกับร่างกฎหมายที่ทำให้สิทธิประโยชน์ของประชาชนลดลง หรือทำให้ประชาชนมีภาระในการเข้าถึงระบบการดูแลสุขภาพมากขึ้น และพรรคจะมุ่งผลักดันให้คณะกรรมการ สปสช. มีสัดส่วนของภาคประชาชนและผู้ให้บริการมากขึ้น ลดสัดส่วนของราชการลงตามที่ได้กล่าวมา” นายเอกภพ กล่าว