"สแกมเมอร์" ยังระบาดหนัก 7 เดือน สูญ 9.3 พันล้าน ฉุดเชื่อมั่นเศรษฐกิจดิจิทัล
วันนี้ (1 ก.ย.2569) ศูนย์วิเคราะห์ SCB EIC ธนาคารไทยพาณิชย์ วิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับ ภัยสแกมเมอร์ยังเป็นความเสี่ยงสำคัญต่อเศรษฐกิจดิจิทัลของไทย โดยข้อมูลในช่วงเดือน ม.ค.-ก.ค.ที่ผ่านมา ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ได้รับแจ้งเหตุอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและภัยจากสแกมเมอร์กว่า 190,000 เคส คิดเป็นมูลค่าความเสียหายรวมกว่า 9,300 ล้านบาท
“สแกมเมอร์””ยังระบาดหนัก 7 เดือน สูญ 9.3 พันล้าน ฉุดเชื่อมั่นเศรษฐกิจดิจิทัล
แม้จำนวนการรับแจ้งเหตุเฉลี่ยในปีนี้ลดลงเหลือประมาณ 902 เคสต่อวัน จากราว 1,040 เคสต่อวัน ในปี 2568 แต่ระดับการเกิดเหตุยังถือว่าสูง โดยการหลอกลวงผ่านการซื้อสินค้าและบริการออนไลน์มีจำนวนมากที่สุดกว่า 139,000 เคส หรือคิดเป็นประมาณ 73% ของจำนวนรับแจ้งทั้งหมด
SCB EIC ระบุว่า การขยายตัวของการใช้โซเชียลมีเดียและแพลตฟอร์มดิจิทัลในชีวิตประจำวัน ทำให้ช่องทางออนไลน์กลายเป็นพื้นที่สำคัญที่สแกมเมอร์ใช้เข้าถึงประชาชน ส่งผลให้ผู้บริโภคยังเผชิญความเสี่ยงจากการหลอกลวงอย่างต่อเนื่องจากผลสำรวจ SCB EIC Consumer Survey พบว่า ผู้บริโภคไทยราว 1 ใน 4 เคยได้รับความเสียหายจากสแกมเมอร์ โดยรูปแบบที่พบมากที่สุดคือการหลอกซื้อสินค้าและบริการออนไลน์
“สแกมเมอร์””ยังระบาดหนัก 7 เดือน สูญ 9.3 พันล้าน ฉุดเชื่อมั่นเศรษฐกิจดิจิทัล
โดยสิ่งที่น่ากังวล คือ ผู้ที่ได้รับความเสียหายมากกว่าครึ่งระบุว่า ความเสียหายส่วนใหญ่ยังไม่ได้รับการแก้ไขหรือเยียวยา ทั้งกรณีซื้อสินค้าแล้วไม่ได้รับสินค้าและการถูกหลอกให้โอนเงินจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ขณะที่กรณีถูกตัดบัตรเครดิตโดยไม่ได้รับอนุญาตมีแนวโน้มได้รับการแก้ไขในระดับสูงกว่า สะท้อนประสิทธิภาพของระบบสถาบันการเงินในการตรวจสอบและระงับธุรกรรมผิดปกติ
อย่างไรก็ตาม ผู้บริโภคไทยยังคงซื้อสินค้าและบริการผ่านช่องทางออนไลน์ โดยให้ความเชื่อมั่นกับแพลตฟอร์ม e-Commerce รายใหญ่และช่องทางทางการของแบรนด์มากกว่า เนื่องจากมองว่ามีกลไกคุ้มครองผู้บริโภคและระบบความปลอดภัยที่ดีกว่า
“สแกมเมอร์””ยังระบาดหนัก 7 เดือน สูญ 9.3 พันล้าน ฉุดเชื่อมั่นเศรษฐกิจดิจิทัล
ขณะเดียวกัน ผู้บริโภคจำนวนไม่น้อยยังหลีกเลี่ยงการผูกบัตรเครดิตหรือบัญชีธนาคารเข้ากับแพลตฟอร์ม เพื่อลดความเสี่ยงจากการเข้าถึงข้อมูลทางการเงินโดยไม่ได้รับอนุญาต ส่วนการซื้อสินค้าจากร้านค้าขนาดกลางและขนาดเล็ก ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับความน่าเชื่อถือของร้านค้า โดยพิจารณาจากข้อมูลร้านค้า ประวัติการดำเนินงาน และรีวิวจากผู้ใช้งานจริง
SCB EIC มองว่า ผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม e-Commerce และร้านค้าออนไลน์จำเป็นต้องเร่งยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและลดความเสี่ยงต่อผู้บริโภค ทั้งการใช้ AI ตรวจจับสแกมเมอร์ การคัดกรองร้านค้าอย่างเข้มงวด และการใช้กลไกชะลอการจ่ายเงินจนกว่าผู้ซื้อจะยืนยันว่าได้รับสินค้า
“สแกมเมอร์””ยังระบาดหนัก 7 เดือน สูญ 9.3 พันล้าน ฉุดเชื่อมั่นเศรษฐกิจดิจิทัล
ขณะที่ร้านค้าออนไลน์ควรให้ข้อมูลที่ครบถ้วนและตรวจสอบได้ ทั้งรายละเอียดสินค้า เงื่อนไขการซื้อขาย การรับประกัน และช่องทางติดต่อ พร้อมมีนโยบายคืนเงิน เปลี่ยนสินค้า หรือชดเชยความเสียหายที่ชัดเจน รวมถึงนำระบบรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลมาใช้มากขึ้น
สำหรับภาครัฐ แม้การปราบปรามสแกมเมอร์ถูกกำหนดเป็นวาระแห่งชาติ และดำเนินมาตรการเชิงรุก ทั้งการสกัดกั้นเครือข่ายสแกมเซ็นเตอร์ การอายัดบัญชี และความร่วมมือระหว่างประเทศ แต่ยังมีช่องทางในการเพิ่มประสิทธิภาพการรับมือปัญหา
“สแกมเมอร์””ยังระบาดหนัก 7 เดือน สูญ 9.3 พันล้าน ฉุดเชื่อมั่นเศรษฐกิจดิจิทัล
แนวทางสำคัญ ได้แก่ การออกกฎหมายให้เข้มงวดและครอบคลุมมากขึ้น รวมถึงกำหนดความรับผิดชอบของภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้อง การเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างภาครัฐ สถาบันการเงิน และแพลตฟอร์มดิจิทัล เพื่อเพิ่มความสามารถในการตรวจจับและระงับภัยได้แบบเรียลไทม์ ตลอดจนการนำ AI และการวิเคราะห์ข้อมูลมาใช้พัฒนาระบบแจ้งเตือนภัยสแกมเมอร์ระดับชาติ
ทั้งนี้การลดภัยสแกมเมอร์จึงไม่ใช่เพียงการปกป้องเงินของประชาชน แต่เป็นโจทย์สำคัญต่อการสร้างความเชื่อมั่นของผู้บริโภค ซึ่งจะมีผลโดยตรงต่อการเติบโตของการค้าออนไลน์และเศรษฐกิจดิจิทัลของไทยในระยะยาว
อ่านข่าว:
“พาณิชย์” จับมือ 17 หน่วยงาน ปราบนอมินี–บัญชีม้า สกัดภัยร้ายทางเศรษฐกิจ
เตือนภัยสายสุ่ม แอค X "คีมซัง" หลอกหาร-รับหิ้ว เสียหายพุ่ง 500 ราย
สภาผู้บริโภคเปิด 8 เหตุผลยื่นฟ้อง "เฟซบุ๊ก" 8 มิ.ย.นี้
ACSC เปิดสถิติ 4 เดือนแรก สแกมเมอร์พุ่ง 1.2 แสนคดี เสียหายกว่า 7 พันล้าน