ถอดบทเรียนการผลิตสีเขียวจาก 7 โรงงาน Lighthouse สิงคโปร์

การลงทุนด้าน Green Manufacturing สามารถสร้างผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) ได้จริงภายใน 10-20 เดือน บทเรียนจาก 7 โรงงานระดับ Lighthouse ในสิงคโปร์ชี้ว่า ผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์และอุตสาหกรรมอาหารในไทยสามารถลดก๊าซเรือนกระจกพร้อมกับเพิ่ม Productivity ได้ถึง 40% หากใช้เทคโนโลยี 4.0 ควบคู่กับโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานอย่างถูกต้อง

การเปลี่ยนผ่านสู่ Smart Factory ไม่ใช่แค่การทดลองเทคโนโลยีอีกต่อไป เมื่อข้อมูลชี้ว่าโรงงานที่นำระบบอัตโนมัติและ Artificial Intelligence มาใช้เต็มรูปแบบสามารถคืนทุนได้ภายใน 10-20 เดือน เครือข่าย Global Lighthouse Network (GLN) ของ World Economic Forum (WEF) ได้ถูกตั้งขึ้นเพื่อเป็นเกณฑ์มาตรฐานสำหรับความเป็นเลิศด้านการผลิตเชิงอุตสาหกรรม ซึ่งปัจจุบันสิงคโปร์เป็นประเทศที่มีโรงงานระดับ Lighthouse หนาแน่นที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รวม 7 แห่ง ข้อมูลอัปเดตล่าสุดจากคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจสิงคโปร์ (EDB) เผยให้เห็นผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมจากการปรับใช้เทคโนโลยี 4.0 ของบริษัทชั้นนำเหล่านี้

ผลตอบแทนจากการลงทุนของเครือข่าย WEF Lighthouse

เครือข่าย WEF Lighthouse ปัจจุบันมีโรงงาน 238 แห่งทั่วโลก (เติบโตจาก 16 แห่งในปี 2018) รายงานจาก EDB ระบุว่าโรงงานในกลุ่มนี้มักมีผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) 2-3 เท่าภายใน 3 ปี โดยกลุ่มที่เข้าร่วมเครือข่ายล่าสุดสามารถสร้าง ROI ได้อย่างรวดเร็วภายใน 10-20 เดือน นอกจากนี้ยังมีข้อมูลระบุว่าเครือข่ายระดับโลกเหล่านี้สามารถเพิ่ม Labour Productivity ได้เฉลี่ย 40% และลดระยะเวลา Lead Time ลงได้เกือบครึ่งหนึ่งจากการขยายผลเทคโนโลยีไปทั่วทั้งองค์กร

7 โรงงานต้นแบบอุตสาหกรรม 4.0 ในสิงคโปร์

สำหรับโรงงานที่ได้รับการรับรองที่ 7 แห่งของประเทศสิงคโปร์ที่รัฐบาลได้รวบรวมมา มีดังนี้

FoodX

ปัจจัยสนับสนุนนิเวศอุตสาหกรรมของสิงคโปร์

ข้อมูลจาก EDB ระบุว่าความสำเร็จในการยกระดับโครงสร้างการผลิตของสิงคโปร์จนมีโรงงานระดับ Lighthouse หนาแน่น เป็นผลจากปัจจัยโครงสร้างพื้นฐาน 4 ประการ

ที่มา:
ebd.gov.sg