7 THINGS WE LOVE ABOUT PEGGY GOU STYLE MOMENTS ดีเจสายแฟชั่นผู้ทรงอิทธิพล
จากดีเจสาวชาวเกาหลีใต้ สู่หนึ่งในบุคคลที่มีอิทธิพลทั้งในโลกดนตรีและแฟชั่น Peggy Gou หรือชื่อจริง Kim Min-ji เติบโตที่เมืองอินชอน ประเทศเกาหลีใต้ ก่อนย้ายไปใช้ชีวิตในลอนดอนตั้งแต่อายุ 14 ปี และเริ่มต้นความสนใจด้านแฟชั่นอย่างจริงจังที่ London College of Fashion เส้นทางของเธอเคยผ่านทั้งความฝันอยากเป็นดีไซเนอร์ งานสไตลิ่ง ไปจนถึงการทำงานกับ Harper’s Bazaar Korea ก่อนจะค้นพบว่าดนตรีต่างหากคือพื้นที่ที่เธอสามารถแสดงตัวตนได้อย่างเต็มที่ จนนำไปสู่การย้ายไปเบอร์ลินและสร้างชื่อในฐานะดีเจและโปรดิวเซอร์เพลงอิเล็กทรอนิกส์
- PERSONAL STYLE
- BAG COLLECTION
- PEGGY GOODS
- COLLABORATION WITH ALPHA INDUSTRIES
- STONE ISLAND CAMPAIGN
- MAYBELLINE GLOBAL AMBASSADOR
- FRIEND OF CHANEL
แต่สิ่งที่ทำให้ Peggy แตกต่างจากดีเจคนอื่นๆ คือภาพลักษณ์ที่มีแฟชั่นเป็นส่วนหนึ่งของตัวตนอย่างแยกไม่ออก ในช่วงแรกเธอเคยพยายามแต่งตัวเรียบๆ เพื่อให้คนในวงการดนตรีมองเห็นความสามารถมากกว่าภาพลักษณ์ ก่อนจะค้นพบว่าการทำเช่นนั้นกลับไม่ใช่ตัวเอง เธอจึงกลับมาแต่งตัวอย่างอิสระ และใช้เสื้อผ้าเป็นอีกภาษาหนึ่งในการสื่อสารบุคลิก เช่นเดียวกับเซตเพลงที่ไม่เคยยึดติดกับแนวทางเดียว ความนิยมของ Peggy จึงค่อยๆ ข้ามจากฟลอร์เต้นรำเข้าสู่แถวหน้าของแฟชั่นวีก ก่อนพัฒนาไปสู่การสร้างแบรนด์และร่วมงานกับแฟชั่นเฮาส์ระดับโลกมากมาย
และนี่คือ 7 โมเมนต์ของ Peggy ที่สร้างชื่อให้เธอโดดเด่นในแวดวงแฟชั่น
PERSONAL STYLE
ถ้าจะนิยามสไตล์ของ Peggy Gou คำว่า “อิสระ” น่าจะใกล้เคียงที่สุด เพราะเธอไม่เคยพยายามสร้างเครื่องแบบประจำตัวขึ้นมาให้คนจดจำ แต่กลับสนุกกับการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา วันหนึ่งเราอาจเห็นเธอในกางเกงทรงหลวม เสื้อยืด และ สนีกเกอร์ ขณะที่อีกวันสามารถเปลี่ยนเป็นเดรสเข้ารูป รองเท้าส้นสูง หรือเสื้อผ้าจากรันเวย์ได้อย่างไม่ติดขัด เธอเคยอธิบายว่าตัวเองเป็นสาวสตรีตแวร์ และ สนีกเกอร์ แต่ก็ชอบทดลองกับเสื้อผ้าหลากหลายรูปแบบ ซึ่งคล้ายกับวิธีเลือกเพลงที่ไม่ต้องการจำกัดตัวเองอยู่กับแนวดนตรีเพียงประเภทเดียว ความสนุกจึงเป็นหัวใจสำคัญในการแต่งตัวของ Peggy ไม่ว่าจะเป็นสีสด ลายพิมพ์ เสื้อผ้าทรงใหญ่ หมวก แว่นตา หรือกระเป๋าที่มีรูปร่างแปลกตา ทุกอย่างสามารถเข้ามาอยู่ในตู้เสื้อผ้าของเธอได้ ที่สำคัญคือเธอสามารถนำแฟชั่นระดับลักชัวรีมาผสมกับเสื้อผ้าที่ดูธรรมดาหรือสปอร์ตโดยไม่ทำให้ลุคดูเหมือนถูกจัดวางมากเกินไป นี่คือเหตุผลที่สไตล์ของ Peggy ยังคงน่าติดตาม เพราะแทนที่จะพยายามสร้างภาพของแฟชั่นไอคอน เธอกลับแต่งตัวเหมือนคนที่สนุกกับแฟชั่นจริงๆ

BAG COLLECTION
นอกจากเสื้อผ้า คอลเล็กชันกระเป๋าของ Peggy Gou ที่เรียกได้ว่าเป็นตู้ในฝันของคนรักกระเป๋า เพราะมีตั้งแต่ Hermès Birkin และ Kelly หลากหลายรุ่น ไปจนถึง Chanel, Bottega Veneta และ กระเป๋าหายากจากหลายยุค โดยเฉพาะ Hermès ที่เธอไม่ได้สะสมเฉพาะรุ่นคลาสสิก แต่ยังมีทั้ง Birkin Cargo, So Black Shadow Birkin และ Shoulder Birkin จากยุค Jean Paul Gaultier อยู่ในคอลเล็กชันด้วย สิ่งที่ทำให้คอลเล็กชันของเธอน่าสนใจกว่าการมีกระเป๋าแพงจำนวนมาก คือวิธีเลือกที่สะท้อนความเป็นนักสะสมอย่างชัดเจน Peggy สนใจทั้งสี วัสดุ ขนาด รุ่นหายาก ไปจนถึงชิ้นที่มีอารมณ์ขี้เล่น เช่น กระเป๋า Chanel รูปสัตว์ หรือดีไซน์จากคอลเล็กชันใหม่ที่ยังไม่วางจำหน่าย ขณะเดียวกัน Bottega Veneta Andiamo ก็เป็นอีกรุ่นที่เธอมีหลายขนาด และ หลายสี เมื่อภาพกระเป๋าเหล่านี้ปรากฏผ่านโซเชียลมีเดียของเธอ จึงไม่น่าแปลกที่คนรักกระเป๋าจะทั้งจับตามอง และ แอบอิจฉาตู้กระเป๋าของ Peggy ไปพร้อมกัน

PEGGY GOODS
ความสนใจด้านแฟชั่นของ Peggy Gou ไม่ได้หยุดอยู่เพียงการเป็นคนสวมเสื้อผ้าเท่านั้น เพราะเธอยังสร้าง Peggy Goods พื้นที่ที่นำโลกส่วนตัวของเธอมาต่อยอดเป็นสินค้า ตั้งแต่เสื้อยืด หมวก เสื้อวอร์ม ผ้าพันคอ กระเป๋าผ้า พวงกุญแจ ไปจนถึงของใช้ชิ้นเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยอารมณ์ขัน แตกต่างจากการสร้างแบรนด์แฟชั่นที่ต้องเดินตามฤดูกาล Peggy Goods ให้ความรู้สึกเหมือนร้านขายของที่ระลึกจากจักรวาลของ Peggy มากกว่า แต่ละชิ้นสามารถหยิบเรื่องราวจากเมืองที่เธอเดินทางไป ดนตรี งานปาร์ตี้ หรือสิ่งที่เธอชอบมาดัดแปลงเป็นภาพและข้อความได้อย่างเป็นกันเอง
แนวทางดังกล่าวยังทำให้ Peggy Goods แตกต่างจาก Kirin แบรนด์แฟชั่นที่เธอเคยเปิดตัวร่วมกับ New Guards Group ในปี 2019 ซึ่งมีโครงสร้างแบบแบรนด์แฟชั่นเต็มตัวมากกว่า Peggy Goods กลับใกล้ชิดกับตัวตนและชุมชนแฟนเพลงของเธอโดยตรง เป็นเสมือนสินค้าจากทัวร์คอนเสิร์ตที่ถูกขยายให้กลายเป็นโลกไลฟ์สไตล์ และเปิดพื้นที่ให้ Peggy สามารถทดลองทำอะไรก็ได้โดยไม่จำเป็นต้องวางตัวเองเป็นแฟชั่นดีไซเนอร์ นั่นทำให้เสื้อผ้าและของชิ้นเล็กๆ เหล่านี้ดูเป็น Peggy อย่างเป็นธรรมชาติ

COLLABORATION WITH ALPHA INDUSTRIES
เมื่อโลกของ Peggy Gou มาเจอกับ Alpha Industries ในปี 2025 ความเชื่อมโยงกลับดูเป็นธรรมชาติกว่าที่คิด เพราะเสื้อผ้าแนวมิลิทารีและเสื้อผ้าแนวเวิร์กแวร์ของแบรนด์สามารถเข้ากับสไตล์สปอร์ตและวัฒนธรรมกลางคืนที่เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต Peggy ได้อย่างลงตัว ทั้งสองฝ่ายจึงร่วมกันสร้างคอลเล็กชันขนาดย่อมที่นำความแข็งแรงของเสื้อผ้า Alpha Industries มาผสมกับบุคลิกที่สนุกและคล่องตัวของเธอ แนวคิดสำคัญของคอลเล็กชันอยู่ที่การเปลี่ยนผ่านจาก “กลางวันสู่กลางคืน” ซึ่ง Peggy มองว่าคนคนเดียวสามารถมีอารมณ์และความมั่นใจที่แตกต่างกันได้ตามช่วงเวลา เสื้อผ้าจึงถูกออกแบบให้ปรับใช้ได้หลายสถานการณ์ โดยมีชิ้นเด่นอย่างกระโปรงที่ทำหน้าที่เชื่อมสองลุคเข้าหากัน สามารถใส่ตั้งแต่ไปเทศกาลดนตรีจนถึงออกไปกินมื้อค่ำได้ ความร่วมมือครั้งนี้จึงไม่ได้เพียงนำชื่อของ Peggy ไปติดบนเสื้อผ้ามิลิทารี แต่สะท้อนวิธีใช้ชีวิตจริงของคนที่ต้องเคลื่อนตัวระหว่างสนามบิน เมืองต่างๆ เวทีดนตรี และงานแฟชั่นอยู่ตลอดเวลา

STONE ISLAND CAMPAIGN
อีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญเกิดขึ้นในปี 2024 เมื่อ Peggy Gou ปรากฏตัวในแคมเปญ Autumn/Winter 2024 ของ Stone Island ภายใต้แนวคิด Community as a Form of Research ร่วมกับบุคคลจากหลากหลายวงการ ไม่ว่าจะเป็น Liam Gallagher, Russell Tovey และ Sage Elsesser โดยแคมเปญอยู่ภายใต้ทิศทางสร้างสรรค์ของ Ferdinando Verderi และถ่ายภาพโดย David Sims ด้วยภาพพอร์ตเทรตเรียบง่ายที่ปล่อยให้เสื้อผ้าและบุคลิกของแต่ละคนเป็นตัวเล่าเรื่อง สิ่งที่ทำให้การปรากฏตัวครั้งนี้มีความหมายมากขึ้นคือ Peggy กลายเป็นผู้หญิงคนแรกที่ได้รับเลือกให้เป็นสมาชิกของชุมชนในแคมเปญ Stone Island นับตั้งแต่โครงการนี้เริ่มต้นขึ้น ซึ่งน่าสนใจเมื่อพิจารณาว่า Stone Island มีภาพจำที่ผูกพันกับวัฒนธรรมเสื้อผ้าผู้ชายมาอย่างยาวนาน การเลือก Peggy จึงไม่ได้เกิดขึ้นเพราะเธอเป็นเพียงคนดังที่มีฐานผู้ติดตามจำนวนมาก แต่สอดคล้องกับบุคลิกของเธอที่เชื่อมโยงดนตรี คลับคัลเจอร์ สตรีตแวร์ และแฟชั่นเข้าไว้ด้วยกัน และยังตอกย้ำว่าอิทธิพลด้านสไตล์ของเธอไม่ได้ถูกจำกัดด้วยกรอบเรื่องเพศอีกต่อไป

MAYBELLINE GLOBAL AMBASSADOR
จากดนตรีสู่แฟชั่น ก่อนจะขยับเข้าสู่โลกความงามอย่างเต็มตัว เมื่อ Maybelline New York ประกาศแต่งตั้ง Peggy Gou เป็น Global Ambassador ในเดือนพฤษภาคม 2024 ร่วมกับรายชื่อคนดังของแบรนด์อย่าง Gigi Hadid การร่วมงานครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ชื่อของ Peggy กำลังเข้าถึงผู้ฟังวงกว้างมากขึ้นจากความสำเร็จของเพลง “(It Goes Like) Nanana” ขณะเดียวกันสไตล์การแต่งตัวและภาพลักษณ์ที่ชัดเจนก็ทำให้เธอกลายเป็นบุคคลที่ผู้คนติดตามนอกเหนือจากเรื่องดนตรี
ความสัมพันธ์กับ Maybelline ยังมีเรื่องราวส่วนตัวซ่อนอยู่ เพราะ Peggy เล่าว่าเครื่องสำอางชิ้นแรกจากแบรนด์ที่เธอซื้อคือ Expert Wear Bronzer สมัยยังเป็นนักเรียนอยู่ในลอนดอน ก่อนที่หลายปีต่อมาเธอจะกลับมาเป็นตัวแทนของแบรนด์ในระดับโลก Peggy ยังมองว่าความเป็นตัวของตัวเองและความคิดสร้างสรรค์ที่ Maybelline สนับสนุนนั้นตรงกับสิ่งที่เธอเชื่อมาตลอด การก้าวเข้าสู่โลกบิวตี้จึงเหมือนเป็นอีกบทหนึ่งของเส้นทางที่เริ่มจากดนตรีและแฟชั่น แต่มีแกนกลางเดียวกันเสมอ นั่นคือการไม่กลัวที่จะแสดงออกว่า Peggy Gou คือใคร

FRIEND OF CHANEL
ความสัมพันธ์ระหว่าง Peggy Gou และ Chanel ยิ่งชัดเจนขึ้นในช่วงการมาถึงของ Matthieu Blazy ซึ่ง Peggy มีความสัมพันธ์ที่ดีกับดีไซเนอร์มาตั้งแต่ก่อนที่เขาจะรับตำแหน่งครีเอทีฟไดเรกเตอร์ของ Chanel เธอเป็นหนึ่งในแขกที่เดินทางไปร่วมชมคอลเล็กชันแรกของ Matthieu ในเดือนตุลาคม 2025 และหลังจากนั้นก็ปรากฏตัวในเสื้อผ้าและกระเป๋าจาก Chanel อย่างต่อเนื่อง รวมถึงเข้าร่วมชม Métiers d’Art 2026 ที่กรุงโซลในปีถัดมา สิ่งที่น่าสนใจคือ Chanel ในแบบของ Peggy ไม่ได้ถูกนำเสนอผ่านภาพความเรียบร้อยแบบสุภาพสตรีเพียงด้านเดียว เธอกลับเลือกชิ้นที่มีความสนุกและแปลกตา ตั้งแต่กระเป๋ารูปสัตว์ กระเป๋าขนาดใหญ่ ไปจนถึงเสื้อผ้าจากรันเวย์ของ Matthieu แล้วนำมาผสมกับบุคลิกของตัวเอง ความสัมพันธ์นี้จึงสะท้อนภาพ Chanel รุ่นใหม่ที่มีความเป็นอิสระและขี้เล่นมากขึ้นได้อย่างน่าสนใจ และด้วยพื้นฐานของ Peggy ที่อยู่กึ่งกลางระหว่างดนตรี แฟชั่น และวัฒนธรรมร่วมสมัย เธอจึงกลายเป็นหนึ่งในบุคคลที่น่าจับตามองบนแถวหน้าของ Chanel ยุคปัจจุบัน
