ครม. อนุมัติแผนก่อหนี้ใหม่ปี 70 วงเงิน 1.26 ล้านลบ. ยันหนี้สาธารณะยังไม่เกิน 70% ของ GDP : อินโฟเควสท์

นางจินดารัตน์ วิริยะทวีกุล ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบแผนบริหารหนี้สาธารณะ ปีงบประมาณ 2570 โดยเป็นการก่อหนี้ใหม่ วงเงิน 1.26 ล้านล้านบาท ประกอบด้วย แผนการก่อหนี้ใหม่ของรัฐบาล 1.18 ล้านล้านบาท แบ่งเป็น รัฐบาลกู้มาใช้โดยตรง 8.6 แสนล้านบาท และรัฐบาลกู้มาให้กู้ต่อ 6.3 หมื่นล้านบาท, เงินกู้เพื่อมาดำเนินแผนงานหรือโครงการภายใต้ พ.ร.ก. กู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤตด้านพลังงาน จำนวน 2 แสนล้านบาท และ เงินกู้เพื่อบริหารสภาพคล่องของเงินคงคลัง อีก 5.68 หมื่นล้านบาท ขณะเดียวกันแป็นแผนการก่อหนี้ใหม่ของรัฐวิสาหกิจ 14 แห่ง วงเงิน 8.14 หมื่นล้านบาท และแผนการก่อหนี้ใหม่ของหน่วยงานอื่นของรัฐ 850 ล้านบาท
สำหรับแผนการบริหารหนี้ อยู่ที่ 1.91 ล้านล้านบาท ประกอบด้วย แผนการบริหารหนี้เดิมของรัฐบาล 1.83 ล้านล้านบาท และแผนการบริหารหนี้เดิมของรัฐวิสาหกิจ 8.52 หมื่นล้านบาท ขณะที่เป็นแผนการชำระหนี้ วงเงิน 5.8 แสนล้านบาท
ทั้งนี้ ตามกรอบของแผนการบริหารหนี้สาธารณะปีงบประมาณ 2570 ประเมินว่า สัดส่วนหนี้สาธารณะ จะอยู่ที่ 69.7% ของ GDP ซึ่งยังอยู่ภายใต้กรอบเพดานหนี้สาธารณะที่ไม่เกิน 70% ของ GDP จากสิ้นปีงบประมาณ 2569 ที่คาดว่าสัดส่วนหนี้สาธารณะจะอยู่ที่ 68% กว่าของ GDP
“โดยตามแผนการคลังระยะปานกลาง (MTFF) นั้น มีการประเมินว่า แนวโน้มของสัดส่วนหนี้สาธารณะต่อ GDP จะทยอยลดลงเรื่อย ๆ โดยจะยังไม่เกินเพดานหนี้สาธารณะที่ 70% ของ GDP แน่นอน ซึ่งเบื้องต้น คาดว่าสัดส่วนหนี้สาธารณะของประเทศไทยจะขยับขึ้นไปสูงสุดในปีงบประมาณ 2571 ที่ราว ๆ 69% กว่า ๆ” ผู้อำนวยการ สบน. ระบุ
สำหรับความคืบหน้าการกู้เงินตาม พ.ร.ก. กู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤตด้านพลังงาน วงเงินรวม 4 แสนล้านบาทนั้น นางจินดารัตน์ กล่าวว่า มีการเบิกจ่ายเงินกู้ตามแผนแรก เพื่อเยียวยาประชาชนจากผลกระทบของวิกฤตด้านพลังงาน วงเงิน 2 แสนล้านบาท ไปแล้ว 1.93 แสนล้านบาท โดยยังมีวงเงินกู้เหลืออีกราวหลักพันล้านบาท ซึ่งได้มีการกู้เงินเพื่อรองรับการใช้จ่ายในโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” เฟส 2 เรียบร้อยแล้ว ยืนยันว่า ประชาชนจะได้ใช้จ่ายตามโครงการโดยไม่มีปัญหาอย่างแน่นอน
นางจินดารัตน์ กล่าวอีกว่า ในส่วนของการใช้จ่ายเงินกู้ส่วนที่ 2 วงเงิน 2 แสนล้านบาท เพื่อการเปลี่ยนผ่านพลังงานของประเทศนั้น ขณะนี้คณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ฯ ที่มีนายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เป็นประธาน ได้มีการพิจารณาหลักเกณฑ์ของโครงการที่จะใช้จ่ายเงินเรียบร้อยแล้ว แต่ยังไม่ได้มีการพิจารณาตัวโครงการฯ โดยในส่วนดังกล่าวคณะอนุกรรมการกลั่นกรองฯ อยู่ระหว่างพิจารณารายละเอียด ก่อนเสนอให้คณะกรรมการกลั่นกรองฯ พิจารณาต่อไป
โดยโครงการที่รอเสนอให้คณะกรรมการกลั่นกรองฯ พิจารณา ได้แก่ โครงการสนับสนุนการติดโซลาร์รูฟท็อปเพื่อประชาชน ของกระทรวงมหาดไทย และโครงการเปลี่ยนผ่านรถสาธารณะเป็นรถ EV ของกระทรวงคมนาคม รวมถึงโครงการอัพสกิล-รีสกิลแรงงานในเรื่องการเปลี่ยนผ่านพลังงาน เป็นต้น
“ตอนนี้คณะอนุกรรมการฯ ได้พิจารณาหลักเกณฑ์แล้ว รับทราบว่าภาพรวมมีหน่วยงานใดเสนอมาบ้าง กี่โครงการ วงเงินเท่าไร แต่ยังไม่ได้เสนอรายละเอียดโครงการให้คณะกรรมการกลั่นกรองฯ พิจารณา โดยยืนยันว่า น่าจะได้เห็นโครงการเปลี่ยนผ่านพลังงานของประเทศทยอยออกมาในช่วงเดือน ต.ค.นี้แน่นอน ส่วนหน่วยงานยังสามารถเสนอโครงการเข้ามาได้ ภายในวันที่ 30 ก.ย.นี้ และสามารถเบิกจ่ายเงินได้จนถึงวันที่ 31 ธ.ค. 70 ดังนั้นหากโครงการอนุมัติเรียบร้อย ก็น่าจะเริ่มเบิกจ่ายได้เลย” นางจินดารัตน์ กล่าว
โดย คลฦ/ กษมาพร กิตติสัมพันธ์