อินโดนีเซียสั่งปิด 8 สนามบิน ภูเขาไฟปะทุ กระทบนักเดินทาง 1.7 แสนคน

อินโดนีเซียระงับการบินที่ท่าอากาศยานถึง 8 แห่ง หลังการปะทุของภูเขาไฟ อานัก กรากาตัว ซึ่งพ่นเถ้าถ่านขึ้นฟ้าสูงหลายกิโลเมตร ส่งผลกระทบให้มีผู้โดยสารติดค้างกว่า 170,000 คน

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 6 ก.ย. 2569 การปะทุของภูเขาไฟ “อานัก กรากาตัว” (Anak Krakatau) ในอินโดนีเซีย ส่งผลให้เกิดเถ้าภูเขาไฟฟุ้งกระจายในอากาศเป็นวงกว้าง จนต้องสั่งระงับบริการที่ท่าอากาศยาน 8 แห่ง รวมถึงสนามบินหลักในจาการ์ตา ส่งผลกระทบต่อเที่ยวบินมากกว่า 1,500 เที่ยว และผู้โดยสารราว 170,000 คน

ท่าอากาศยานนานาชาติ ซูการ์โน-ฮัตตา ในกรุงจาการ์ตา มีเที่ยวบินถูกยกเลิก 964 เที่ยวบิน และเจ้าหน้าที่สั่งระงับการบินถึงเที่ยงคืนวันจันทร์ หลังตรวจพบเถ้าภูเขาไฟ โดยผู้บริหารสนามบินจัดหาอาหาร เครื่องดื่ม และรถรับส่งไปยังโรงแรมให้แก่ผู้โดยสารที่ตกค้างแล้ว

ภูเขาไฟ อานัก กรากาตัว พ่นเถ้าถ่านปกคลุมสูงถึง 6,000 เมตรในฝั่งเกาะชวา และสูงถึง 15,000 เมตรในฝั่งเกาะสุมาตรา ผู้คนที่อาศัยอยู่ใกล้เคียงเริ่มมีปัญหาเคืองตาจากฝุ่นเถ้า เจ้าหน้าที่ต้องเร่งแจกหน้ากากอนามัย ขณะที่ผู้ว่าราชการจังหวัดลัมปุง รวมถึงจาการ์ตาสั่งให้โรงเรียนเปลี่ยนไปเรียนออนไลน์ตั้งแต่วันจันทร์

บริการเรือข้ามฟากบริเวณช่องแคบซุนดายังเปิดให้บริการตามปกติ แต่ทางการอินโดนีเซียกำชับให้เรือเดินทางโดยเว้นระยะห่างจากปล่องภูเขาไฟอย่างน้อย 3 กิโลเมตร

รถยนต์คันหนึ่งที่ถูกปกคลุมไปด้วยเถ้าภูเขาไฟ หลังการปะทุของภูเขาไฟอานัก กรากาตัว ในเมืองบันดาร์ ลัมปุง จังหวัดลัมปุง ประเทศอินโดนีเซีย
รถยนต์คันหนึ่งที่ถูกปกคลุมไปด้วยเถ้าภูเขาไฟ หลังการปะทุของภูเขาไฟอานัก กรากาตัว ในเมืองบันดาร์ ลัมปุง จังหวัดลัมปุง ประเทศอินโดนีเซีย

ด้านหน่วยงานบรรเทาสาธารณภัยอินโดนีเซีย (BNPB) ระบุว่า เจ้าหน้าที่กำลังทำฝนเทียมเพื่อช่วยล้างเถ้าภูเขาไฟในอากาศ

ทั้งนี้ ภูเขาไฟ อานัก กรากาตัว เป็นหนึ่งในภูเขาไฟ 5 แห่งในอินโดนีเซีย ที่อยู่ภายใต้การเตือนภัยระดับ 3 ซึ่งเป็นขั้นสูงสุดอันดับ 2 โดยในวันเดียวกันนี้ ภูเขาไฟเซเมรู ก็เพิ่งปะทุพ่นเถ้าถ่านสูง 1 กม.

เจ้าหน้าที่ยืนยันว่า ไม่มีความเสี่ยงเกิดสึนามิในขณะนี้ ต่างจากเหตุการณ์ปี 2561 ที่ภูเขาไฟ อานัก กรากาตัว ปะทุรุนแรงจนทำให้โครงสร้างด้านข้างของภูเขาไฟพังถล่มลงสู่ทะเล กลายเป็นคลื่นสึนามิซัดเข้าฝั่ง คร่าชีวิตผู้คนไปกว่า 437 ศพ และบาดเจ็บนับพันคน

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna