บีโอไอปักหมุดไทยฐานผลิตโฟโตนิกส์โลก ลงทุนทะลุ 8 หมื่นล้านบาท
อุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์ (AI) และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลกำลังกลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของการลงทุนทั่วโลก ล่าสุด สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ไทยมีโครงการลงทุนในอุตสาหกรรม โฟโตนิกส์ (Photonics) ขอรับการส่งเสริมการลงทุนแล้ว 79 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 82,700 ล้านบาท สะท้อนบทบาทของประเทศไทยในฐานะฐานการผลิตเทคโนโลยีที่เป็นหัวใจของ AI Data Center ระบบคลาวด์ และโครงข่ายสื่อสารความเร็วสูงแห่งอนาคต
นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการบีโอไอ กล่าวว่า การขยายตัวของ AI, Cloud Computing, High Performance Computing (HPC) และระบบสื่อสารความเร็วสูง ทำให้เทคโนโลยีโฟโตนิกส์มีความสำคัญมากขึ้น เนื่องจากการรับส่งข้อมูลผ่านแสงบนสายใยแก้วนำแสงสามารถรองรับปริมาณข้อมูลมหาศาลด้วยความเร็วสูง ใช้พลังงานต่ำ และมีการสูญเสียสัญญาณน้อยกว่าระบบไฟฟ้า จึงกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัลยุคใหม่
โฟโตนิกส์ เทคโนโลยีเบื้องหลัง AI และโลกดิจิทัล
โฟโตนิกส์ (Photonics) คือ เทคโนโลยีที่ใช้แสงในการส่งผ่าน ควบคุม และประมวลผลข้อมูล ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของระบบสื่อสารความเร็วสูงในยุคดิจิทัล โดยครอบคลุมหลากหลายผลิตภัณฑ์ตั้งแต่สายใยแก้วนำแสง (Optical Fiber) ซึ่งเป็นตัวกลางในการส่งสัญญาณแสง, ชิ้นส่วนและอุปกรณ์ Optical เช่น เลเซอร์ ตัวรับสัญญาณแสง และอุปกรณ์ควบคุมสัญญาณ, Optical Module ตัวแปลงสัญญาณไฟฟ้าที่ใช้ส่งข้อมูลในคอมพิวเตอร์หรือระบบโทรคมนาคมต่าง ๆ เป็นสัญญาณแสง และแปลงสัญญาณแสงกลับเป็นสัญญาณไฟฟ้า เพื่อให้สามารถรับส่งข้อมูลผ่านสายใยแก้วนำแสงได้ด้วยความเร็วสูง
ไปจนถึงชุดอุปกรณ์รับส่งสัญญาณด้วยแสง (Optical Transceiver) ที่ใช้เชื่อมต่อเซิร์ฟเวอร์ สวิตช์ และอุปกรณ์เครือข่ายภายใน AI Data Center รวมถึงโครงข่ายสื่อสารความเร็วสูงรุ่นใหม่ที่มีอัตราส่งข้อมูลสูงถึง 1.6 Terabits per second (1.6T)

กล่าวได้ว่า ทุกครั้งที่เราแชทกับ AI สตรีมภาพยนตร์ หรือประชุมออนไลน์ข้ามทวีป ข้อมูลมหาศาลเหล่านั้นกำลังถูกแปลงเป็นแสง และส่งผ่านสายใยแก้วนำแสงด้วยความเร็วระดับเสี้ยววินาที ผ่านอุปกรณ์ชิ้นเล็ก ๆ นี้ ทั้งภายในศูนย์ประมวลผลข้อมูลเอง และผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเพื่อส่งต่อให้ระบบ 5G หรือ Wifi ไปยังคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือของผู้ใช้งานทั่วโลก
ลงทุนครบห่วงโซ่ มูลค่ากว่า 8.27 หมื่นล้านบาท
ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา (ปี 2564 – มิถุนายน 2569) บีโอไอได้รับคำขอส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมโฟโตนิกส์รวม 79 โครงการ มูลค่า 82,700 ล้านบาท แบ่งเป็น
- การผลิตสายใยแก้วนำแสง 12 โครงการ มูลค่า 13,700 ล้านบาท
- การผลิตชิ้นส่วนและอุปกรณ์ที่ใช้กับระบบสื่อสารด้วยแสงต่าง ๆ 47 โครงการ มูลค่า 19,500 ล้านบาท
- การผลิตผลิตภัณฑ์สื่อสารด้วยแสงครบชุด 20 โครงการ มูลค่า 49,400 ล้านบาท
โครงสร้างการลงทุนดังกล่าวสะท้อนว่าไทยมีห่วงโซ่อุตสาหกรรมโฟโตนิกส์ที่ครอบคลุมตั้งแต่วัตถุดิบ ชิ้นส่วน ไปจนถึงผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่มสูง รองรับการเติบโตของ AI Data Center, Cloud Computing และอุตสาหกรรมดิจิทัลในอนาคต
ผู้ผลิตระดับโลกใช้ไทยเป็นฐานการผลิต
ปัจจุบันประเทศไทยเป็นฐานการผลิตของผู้ผลิตเทคโนโลยีโฟโตนิกส์ระดับโลกหลายราย อาทิ บริษัท ลูเมนตั้ม อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) ในเครือ Lumentum Holdings ซึ่งเป็นพันธมิตรสำคัญของ Nvidia
ขณะที่ ซิเลซติกา (ประเทศไทย) และ บริษัท ฟาบริเนท เป็นผู้ผลิตชิ้นส่วน Optical รายใหญ่ให้กับ NVIDIA, Cisco และ Amazon Web Services ส่วน บริษัท เทราฮอป (ไทยแลนด์) และบริษัท อีออปโตลิงค์ เทคโนโลยี (ประเทศไทย) ซึ่งเป็นผู้ผลิต Optical Transceiver อันดับ 1-2 ของโลก มีฐานการผลิตในประเทศไทยและจ้างงานบุคลากรไทยรวมกว่า 20,000 คน
นอกจากการผลิต บริษัทเหล่านี้ยังร่วมมือกับมหาวิทยาลัยไทยในการพัฒนางานวิจัยและบุคลากรด้านวิศวกรรม เพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง
การลงทุนกระจายสู่ภูมิภาค
การลงทุนในอุตสาหกรรมโฟโตนิกส์ไม่ได้กระจุกตัวเฉพาะพื้นที่ EEC โดยจากทั้งหมด 79 โครงการ มีถึง 48 โครงการ หรือร้อยละ 60 ตั้งอยู่ในจังหวัดนอกพื้นที่ EEC ได้แก่ พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี สระบุรี สมุทรปราการ รวมถึงนครปฐม สมุทรสาคร ปราจีนบุรี และกรุงเทพมหานคร
การกระจายการลงทุนดังกล่าวช่วยสร้างการจ้างงาน พัฒนาบุคลากร และเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และโฟโตนิกส์ไปยังหลายภูมิภาคของประเทศ
นายนฤตม์ กล่าวว่า บีโอไอจะเดินหน้าส่งเสริมการลงทุนตลอดทั้งห่วงโซ่อุตสาหกรรม ตั้งแต่การผลิตวัสดุ ชิ้นส่วน ไปจนถึงผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่มสูง พร้อมประสานความร่วมมือกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เพื่อพัฒนาบุคลากรทักษะสูงรองรับอุตสาหกรรมที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว และเปิดโอกาสให้คนไทยเข้าถึงงานที่มีทักษะและรายได้สูงในอนาคต