เทรนลงทุนโสมขาวเปลี่ยนขั้ว วอลุ่มคริปโตดิ่งวูบ 89% ใน 1 ปี สวนทางตลาดหุ้นพุ่ง 114%
- หน้าหลัก
- หุ้น
- Cryptocurrency
เทรนลงทุนโสมขาวเปลี่ยนขั้ว วอลุ่มคริปโตดิ่งวูบ 89% ใน 1 ปี สวนทางตลาดหุ้นพุ่ง 114%
เผยแพร่: 22 ก.ค. 2569 18:22 ปรับปรุง: 22 ก.ค. 2569 18:22 โดย: ผู้จัดการออนไลน์
ข้อมูลเชิงลึกการลงทุนเกาหลีใต้เผยปริมาณซื้อขายเฉลี่ยรายวันของกระดานคริปโตหลักห้าแห่งในเกาหลีใต้ระหว่างเดือนกรกฎาคม 2568 และกรกฎาคม 2569 พบว่าปริมาณรวมดิ่งลง 89% จาก 2,820 ล้านดอลลาร์ต่อวัน เหลือเพียง 305 ล้านดอลลาร์ต่อวัน ในช่วงเวลาเดียวกัน โดยดัชนี KOSPI พุ่งขึ้น 114.44% รายงานจาก Tiger Research ชี้ว่านี่ไม่ใช่แค่วัฏจักรขาลงทั่วไป แต่เป็นการเปลี่ยนผ่านเชิงโครงสร้างที่นักลงทุนรายย่อยถอยออก ขณะที่สถาบันการเงินกำลังเดินหน้าเข้ามาแทน
Cointelegraph รวบรวมข้อมูลปริมาณซื้อขาย 24 ชั่วโมงจาก CoinGecko สำหรับกระดานเทรด 5 แห่งชั้นนำของเกาหลีใต้ได้แก่ Upbit, Bithumb, Coinone, Korbit และ Gopax เปรียบเทียบช่วงเจ็ดวันในเดือนกรกฎาคม 2568 กับกรกฎาคม 2569 เมื่อคำนวณค่าเฉลี่ยอย่างง่าย ปริมาณเฉลี่ยลดลงราว 77% และเมื่อรวมยอดทั้งห้ากระดาน ปริมาณรายวันรวมหายไป 89% โดย ZDNet Korea รายงานแยกต่างหากว่าในวันที่ 20 กรกฎาคมที่ผ่านมา ปริมาณซื้อขายรวมทั้งห้ากระดานลดลง 88% เมื่อเทียบปีต่อปี
ผลพวงของปริมาณซื้อขายที่ร่วงหนักเริ่มกระทบงบการเงินของกระดานโดยตรงแล้ว ZDNet Korea รายงานว่า Korbit ระดมเงินได้ราว 1,600 ล้านวอนหรือประมาณ 1 ล้านดอลลาร์ โดยขายบิทคอยน์ 15 เหรียญและ Ether 60 เหรียญออกไป เพื่อชดเชยรายได้ค่าธรรมเนียมที่ลดลง กรณี Korbit สะท้อนให้เห็นว่าโมเดลธุรกิจของกระดานที่พึ่งพิงค่าธรรมเนียมซื้อขายเป็นหลักเริ่มถูกกดดันเมื่อ retail activity ซบเซา
ขณะที่ภาพรวมที่ Tiger Research อธิบายไว้ในรายงานที่เผยแพร่บน CoinGecko เดือนเมษายน 2569 ชี้ว่าการหดตัวของ volume ไม่ได้มีแค่ปัจจัยราคาบิทคอยน์ที่ย่อตัวเป็นตัวผลักดันเพียงอย่างเดียว แต่มาจากการที่นักลงทุนรู้สึกเหนื่อยล้ากับเรื่องเล่าซ้ำซากและโปรเจกต์ที่สัญญาไว้แต่ไม่สามารถส่งมอบได้
ในทางกลับกันที่ KOSPI ตลาดซื้อขายหลักทรัพย์ของเกาหลีใต้ที่พุ่งขึ้นกว่าสองเท่าในหนึ่งปีเปิดทางเลือกใหม่ที่จับต้องได้มากกว่าให้กับนักลงทุนรายย่อย Tiger Research ระบุว่าการที่ช่องว่างระหว่างปริมาณซื้อขายหุ้นกับคริปโตขยายกว้างขึ้นไม่ได้หมายความว่าชาวเกาหลีหมดความสนใจในคริปโต แต่เป็นเพราะตอนนี้มีทางเลือกมากขึ้น
ที่น่าสนใจกว่าคือภาพของตลาดที่กำลังเปลี่ยนโครงสร้างข้างใต้ตัวเลขที่ดูน่าเป็นห่วง Tiger Research กล่าวถึงสถานการณ์ว่าเป็น "การเปลี่ยนผ่านเชิงโครงสร้าง" ที่รายย่อยค่อยๆ ถอยออก ขณะที่สถาบันการเงินเดินหน้าเข้ามาแทน กลุ่มธนาคารและบริษัทการเงินกำลังวางตำแหน่งรับ won-denominated stablecoin สินทรัพย์โลกจริงที่ถูก tokenize และการลงทุนในกระดานซื้อขาย แม้กระทั่งก่อนที่กฎหมายที่เกี่ยวข้องจะสรุปสมบูรณ์ โดย Tiger ประเมินว่ากิจกรรมสถาบันอาจเป็นตัวทดแทนที่ดีกว่าสำหรับ participation ของรายย่อยที่กำลังหดตัว แม้สถาบันจะยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นหาทิศทางก็ตาม
สำหรับตลาดไทยและอาเซียน กรณีเกาหลีใต้เป็นบทเรียนที่ควรนำมาพิจารณา เพราะโครงสร้างตลาดคริปโตไทยก็พึ่งพานักลงทุนรายย่อยเป็นแกนหลักในลักษณะเดียวกัน หากตลาดหุ้นไทยฟื้นตัวขึ้นอย่างมีนัยยะ ปรากฏการณ์ rotation จากคริปโตสู่หุ้นที่เกิดในเกาหลีใต้ก็อาจเกิดขึ้นซ้ำในไทย
ในทางกลับกันเส้นทางการเปลี่ยนผ่านจากรายย่อยสู่สถาบันที่เกิดในเกาหลีใต้ ผ่าน won-denominated stablecoin และ tokenized RWA อาจเป็นโมเดลที่ตลาดทุนไทยนำไปปรับใช้ในช่วงที่ ก.ล.ต. กำลังผลักดันกรอบกำกับ stablecoin และสินทรัพย์ดิจิทัลอยู่พร้อมกัน สัญญาณที่ต้องจับตาคือว่า ปริมาณการซื้อขายบนกระดานไทยจะเดินตามเส้นทางเดียวกันกับเกาหลีหรือไม่ในไตรมาสที่สาม