ไอลอว์ยื่นวิปฝ่ายค้าน 9 ชื่อรัฐมนตรี-นักการเมืองภูมิใจไทย โยงฮั้ว สว. จี้ กกต.เร่งส่งสำนวน “ไอติม” หวั่นตัดตอน จ่อซักฟอกสมัยหน้า

  1. หน้าหลัก 
  2. การเมือง 
  3. ข่าวการเมือง 

ไอลอว์ยื่นวิปฝ่ายค้าน 9 ชื่อรัฐมนตรี-นักการเมืองภูมิใจไทย โยงฮั้ว สว. จี้ กกต.เร่งส่งสำนวน “ไอติม” หวั่นตัดตอน จ่อซักฟอกสมัยหน้า

เผยแพร่: 21 ก.ค. 2569 13:05   ปรับปรุง: 21 ก.ค. 2569 13:23   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ไอลอว์ ยื่นข้อมูลวิปฝ่ายค้าน เปิด 9 รายชื่อรัฐมนตรี-นักการเมืองภูมิใจไทย อ้างเชื่อมโยงคดีฮั้วเลือก สว. พร้อมเรียกร้องให้ กกต.เร่งส่งสำนวนผู้ถูกกล่าวหา 229 คน ต่อศาลฎีกา ด้าน “พริษฐ์ วัชรสินธุ” ระบุ ฝ่ายค้านจะใช้ทุกกลไกตรวจสอบ หวั่นเกิดการตัดตอนหรือเป่าคดี พร้อมเตรียมหารือพรรคร่วมฝ่ายค้านยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลในสมัยประชุมหน้า

วันนี้ (21 ก.ค. ) นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) รับมอบข้อมูลจาก นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) ซึ่งระบุว่า เป็นข้อมูลเกี่ยวกับคดีทุจริตการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ที่มีบุคคลทางการเมืองเกี่ยวข้อง พร้อมเรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เร่งดำเนินการส่งคดีผู้ถูกกล่าวหา 229 คน ให้ศาลฎีกาพิจารณาโดยเร็ว

นายยิ่งชีพ กล่าวว่า iLaw ติดตามกระบวนการเลือก สว.มาตั้งแต่เริ่มต้น และเห็นว่า กกต.ควรทำหน้าที่ส่งเรื่องเข้าสู่กระบวนการศาลโดยเร็ว ไม่ควรใช้ดุลพินิจเกินจำเป็น พร้อมระบุว่ามีผู้ถูกกล่าวหา 138 คน และเครือข่ายรวม 229 คนที่ควรเข้าสู่การพิจารณาของศาลฎีกา

นอกจากนี้ นายยิ่งชีพ ยังนำข้อมูลที่อ้างว่าเกี่ยวข้องกับรัฐมนตรีและนักการเมืองรวม 9 ราย มอบให้ฝ่ายค้านตรวจสอบ โดยเป็นข้อมูลที่อ้างอิงจากคำให้การของพยานและข้อมูลที่รวบรวมได้ ซึ่งประกอบด้วย 1. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในปี 67 ระหว่างการเลือกสมาชิกวุฒิสภา เป็นรองนายกรัฐมนตรี ของพรรคภูมิใจไทย ซึ่งในระหว่างการเลือกสมาชิกวุฒิสภามีพยานกลุ่ม 14 พบ นายอนุทิน ที่อาคารรัฐสภา เพื่อขอให้ช่วยในการเลือก สว. แต่นายอนุทิน มีการรักษาท่าทีโดยให้หมายเลข โทรศัพท์ของคนที่เกี่ยวข้องและให้ไปคุยกันเอง เมื่อโทร.ไปคุยบุคคลปลายสาย คือ นางสุขสมรวย วันทนียกุล สส.อำนาจเจริญ พรรคภูมิใจไทย ที่เป็นผู้จัดการประสานงาน และนอกจากนี้ เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 67 มีพยานยืนยันหลายคนว่าได้พบ นายอนุทิน ไปนั่งพูดคุยกับ สว.จำนวนมากกว่า 100 คน ที่โรงแรมพูลแมน ซอยรางน้ำ หลังจากการประชุมครั้งนั้นได้ผลลัพธ์ว่าจะเลือกให้ใครเป็นประธานวุฒิสภา และรองประธานวุฒิสภา 2 คน แล้วเมื่อวันเลือกจริงผลก็ออกมาเป็นไปตามนั้น

2. นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี เป็น สส.บุรีรัมย์ มาแล้วหลายสมัยและบุคคลในครอบครัวก็อยู่ในแวดวงการเมือง และที่สำคัญ นายพรเพิ่ม ทองศรี พี่ชายก็เป็นสมาชิกวุฒิสภาชุดปัจจุบัน พยานในจังหวัดภาคอีสานได้เล่าว่ากระบวนการก่อนการเลือก สว.ถูกเชิญไปที่ โรงแรมณัฐพงษ์แกรนด์ หนองบัวลำภู พบผู้สมัคร สว.คนหนึ่ง เป็นผู้ดำเนินการ การประชุมและประกาศในที่ประชุมว่าเป็นคำสั่งของนายทรงศักดิ์ ทองศรี ที่ให้แบ่งรายชื่อกันให้ชัดเจนว่าใครอยู่กลุ่มไหนใครเป็นใคร และจะนำรายชื่อทั้งหมดส่งให้นายทรงศักดิ์ ทราบและได้รับแจ้งว่าให้ไปนั่งพักในห้องพักที่โรงแรมจะมีคนของนายทรงศักดิ์ นำค่าตอบแทนไปให้ แต่สุดท้ายพยานคนนี้ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้ช่วย สว. ไม่ได้มาทำงาน แต่ได้รับค่าตอบแทนเป็นเงินเดือนของผู้ช่วย สว.

3. นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในระหว่างการเลือก สว.นายภราดร เป็นรองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พยานคนหนึ่งที่เคยเป็น สส.ของพรรคภูมิใจไทย ได้ออกมาเล่าว่า มีคณะกรรมการบริหารพรรคที่เป็นคนรุ่นใหม่ นำโดยนายภราดร เป็นคนศึกษาข้อมูลและออกแบบกลไกกระบวนการที่ต้องวางแผนส่งผู้สมัครไปลงตามจังหวัดต่างๆ โดยเน้นไปที่จังหวัดที่มีอำเภอน้อย เพื่อเสนอต่อกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทยและขอเงินสนับสนุน ต่อผู้สมัครคนละ 10,000 บาท สำหรับผู้สมัครที่เข้ารอบไปถึงระดับประเทศได้จะได้รับเงินสนับสนุนคนละ 40,000 บาท

4. นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล ประธานวิปรัฐบาล น้องชายของนายภราดร พยานคนหนึ่งเล่าว่า ผู้ช่วย สส.ของนายกรวีร์ ทำหน้าที่ขับรถพาผู้สมัครสว.ในขณะนั้น ไปที่โรงแรม จังหวัดนครนายกเพื่อเข้าร่วมประชุมเตรียมการเลือกร่วมกับผู้สมัคร สว.อีกจำนวนหนึ่ง เมื่อเสร็จจากที่จังหวัดนครนายกก็พาไปต่อที่โรงแรมมารวยการ์เด้น เพื่อให้ผู้สมัครจังหวัดอ่างทองเดินทางมาพัก ก่อนการเลือกระดับประเทศ

5. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เมื่อสมัยปี 62-66 นายพิพัฒน์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้แต่งตั้งที่ปรึกษารัฐมนตรี คือ นายพิบูลย์อัฑฒ์ หฤหรรษ์ปราการ ซึ่งปัจจุบันเป็นสมาชิกวุฒิสภา ทั้ง 2 คนนี้ นอกจากจะเคยทำงานด้วยกันแล้วยังมีสถานะเป็นลูกพี่ลูกน้องกันด้วย พยานยังให้ข้อมูลว่าภรรยาของนายพิพัฒน์ ยังมีความสัมพันธ์ส่วนตัวเป็นเครือญาติเป็นลูกพี่ลูกน้องกับนายประเทือง มนตรี และลูกชายของนายประเทือง เป็นผู้ประสานงานให้ผู้สมัครทุกคนมาพูดคุยกันที่โรงแรมอัศวิน ก่อนที่จะมีการเลือกระดับประเทศ แล้วยังมีพยานพบว่าภรรยานายพิพัฒน์ พร้อมลูกสาวได้เข้าร่วมเพื่อเตรียมการเลือก สว.ที่โรงแรมธาราแกรนด์ปทุมธานีด้วย

6. นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในระหว่างการเลือก สว. นายนภินทร เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ มีผู้สมัคร สว. ที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มอาชีพเกษตรกรรม เปิดเผยว่าได้เข้าพบนายนภินทรที่ห้องทำงานที่กระทรวงพาณิชย์ แล้วนายนภิณทร ได้พูดคุยตกลงและขอให้ลงชื่อในใบลาออกของสว.เตรียมเอาไว้ ซึ่งคนใกล้ชิดกับนายนภิณทรก็บอกว่ามีการขอเข้าพบนายนภิณทรจริงแต่ไม่ทราบรายละเอียดว่ามีการช่วยเหลือกันจริงหรือไม่

7. นางสุขสมรวย วันทนียกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน พยานเปิดเผยว่าสามีของนางสุขสมรวย ได้มาชักชวนให้ไปเป็นผู้สมัคร สว.ในจังหวัดอำนาจเจริญและได้จ่ายเงิน 6,000 บาท เป็นค่าป่วยการ ระหว่างนั้นยังมีการจัดประชุมที่รีสอร์ทสุขสำราญ จังหวัดอำนาจเจริญด้วย และยังพบว่ามีคนนามสกุลเดียวกับนางสุขสำรวย ลงสมัครกลุ่มสตรีทั้งที่จังหวัดอำนาจเจริญและจังหวัดสงขลา จึงไม่ทราบว่าเกี่ยวข้องอย่างไรกับนางสุขสมรวยหรือไม่

8. นายพิชัย ชมภูพล สส.สุราษฎร์ธานี พรรคภูมิใจไทย ก่อนวันเลือก สว. มีเงินโอนเข้าบัญชีนายพิชัย จำนวน 500,000 บาท พยานที่เป็นผู้โอนเงินบอกเพียงว่าเป็นเพียงการยืมเงินกัน จึงอยากให้ตรวจสอบว่าความจริงเป็นอย่างไร และยังพบข้อมูลว่านายสุบินศักดาผู้ช่วยสส.ของนายพิชัยตกเป็นผู้ต้องหาในคดีฟอกเงินของ DSI เพราะมีการโอนเงินเกิดขึ้นหลายครั้งในช่วงการเลือกสว เป็นการโอนเงินให้กับผู้สมัครสว.จำนวน 1 และยังมีพยานบอกว่าพบกับการกระทำ ผู้ช่วยสส.อีกคนหนึ่ง ของนายพิชัยที่ขับรถพาผู้สมัครสว.จำนวนกว่า 10 คนไปสมัครที่อำเภอท่าช้างจังหวัดสุราษฎร์ธานี และยังพบข้อมูลทางการเงินของเสมียนพรรคภูมิใจไทย จังหวัดสุราษฎร์ธานีเขต 6 ที่ทำงานร่วมกับนายพิชัยตกเป็นผู้ต้องหาคดีฟอกเงิน คนนี้ได้โอนเงินหลักหมื่นบาทและหลักแสนบาทหลายครั้งในระหว่างเดือนพฤษภาคมและ มิถุนายน 67 และเป็นการโอนให้กับผู้สมัครสว.ด้วย

9. นายศุภชัย โพธิ์สุ อดีตรองประธาน สภาผู้แทนราษฎรวุฒิ ที่ปรากฏอยู่ในคลิปงานเลี้ยงสว. ที่จังหวัดนครพนม และเป็นที่มาของคำกล่าวที่ว่านี่คือ “สว.สีน้ำเงิน” พยานหลายคนจากจังหวัดนครพนมยืนยันว่าพบกับนายศุภชัย ที่โรงแรมกรุงศรีริเวอร์ จังหวัดอยุธยาในช่วงก่อนวันเลือกสวและนายศุภชัยได้อยู่ในห้องที่มีกระบวนการคุยกันจัดทำโพยและสั่งให้ผู้สมัครแต่ละคนตีตารางและจดหมายเลขที่ต้องเลือกลงไปด้วย นายศุภชัย ยอมรับกับพนักงานสอบสวนแล้ว ว่าได้เดินทางไปที่โรงแรมนั้นจริง โดยบอกเพียงว่าให้กำลังใจผู้สมัคร สว. และได้เข้าไปสังเกตการณ์ในห้องประชุมด้วยแต่ปฏิเสธว่าไม่มีการทำโพยฮั้วเกิดขึ้น
ทั้งนี้ นายยิ่งชีพระบุว่า ข้อมูลดังกล่าวเป็นข้อมูลที่ได้จากคำให้การของพยานและข้อเท็จจริงที่รวบรวมไว้ พร้อมเรียกร้องให้ฝ่ายค้านตรวจสอบว่ามีมูลเพียงพอหรือไม่ และหากเป็นความจริงจะสะท้อนถึงความน่าเชื่อถือของรัฐบาลอย่างไร โดยยังไม่มีคำวินิจฉัยหรือข้อยุติจากศาลเกี่ยวกับบุคคลที่ถูกกล่าวถึง

ด้าน นายพริษฐ์ กล่าวว่า ขอขอบคุณ iLaw ที่นำข้อมูลมามอบให้ฝ่ายค้าน พร้อมยืนยันว่า จะทำหน้าที่ตรวจสอบคดีฮั้วเลือก สว.อย่างเต็มที่ ทั้งในฐานะ สส.พรรคประชาชนและประธานวิปฝ่ายค้าน

นายพริษฐ์ กล่าวว่า ข้อมูลของ iLaw ยิ่งตอกย้ำข้อสังเกตที่ฝ่ายค้านเคยตั้งไว้ว่า คดีฮั้วเลือก สว.ไม่ได้เป็นเพียงการกระทำของผู้สมัครบางราย แต่เป็นขบวนการขนาดใหญ่ที่อาจมีเครือข่ายนักการเมืองและพรรคการเมืองอยู่เบื้องหลัง โดยบางรายชื่อสอดคล้องกับข้อมูลที่พยานเคยให้ไว้ในเวทีวิปฝ่ายค้านเมื่อวันที่ 12 ก.ค.ที่ผ่านมา ขณะที่บางส่วนเป็นข้อมูลใหม่ซึ่งฝ่ายค้านจะนำไปตรวจสอบต่อ

นายพริษฐ์ ระบุว่า สิ่งที่สังคมต้องจับตาคือการทำหน้าที่ของ กกต. เพื่อไม่ให้เกิดการ “ตัดตอน” คดีจนไม่สามารถส่งถึงศาลได้ พร้อมแสดงความกังวลใน 3 ประเด็น ได้แก่
1. การส่งฟ้องเฉพาะผู้ปฏิบัติการ แต่ไม่ดำเนินการกับผู้ที่ถูกกล่าวหาว่าอยู่เบื้องหลังการวางแผนหรือบริหารจัดการเครือข่าย
2. การดำเนินคดีเฉพาะบางจังหวัด ทั้งที่เห็นว่าลักษณะของคดีมีความเชื่อมโยงหลายพื้นที่ทั่วประเทศ
3. การดำเนินคดีกับบุคคลเพียงบางกลุ่ม ขณะที่บุคคลซึ่งถูกมองว่าอยู่ใกล้ศูนย์อำนาจอาจไม่ได้ถูกดำเนินการในลักษณะเดียวกัน

นายพริษฐ์ กล่าวว่า ฝ่ายค้านจะใช้ทุกกลไกทั้งในและนอกสภาตรวจสอบเรื่องนี้ โดยเมื่อเปิดสมัยประชุมจะใช้เครื่องมือของรัฐสภา รวมถึงการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ซึ่งคดีฮั้วเลือก สว.จะเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญที่ฝ่ายค้านนำมาพิจารณา แต่จะยังมีการหารือร่วมกับพรรคร่วมฝ่ายค้านถึงช่วงเวลา บุคคล และประเด็นที่จะใช้ในการอภิปรายต่อไป

นอกจากนี้ วิปฝ่ายค้านมีมติจัดเวทีเสวนาอีกครั้งในวันที่ 26 ก.ค. เพื่อเปิดเผยข้อมูลและรับฟังพยานเพิ่มเติมจากหลายจังหวัด โดยหวังว่าจะช่วยให้การตรวจสอบมีความชัดเจนมากขึ้น

นายพริษฐ์ ยังตั้งข้อสังเกตถึงผลการประเมินการปฏิบัติหน้าที่ของนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. โดยระบุว่าประชาชนมีช่องทางตรวจสอบองค์กรอิสระค่อนข้างจำกัด และฝ่ายค้านจะประสานกับคณะกรรมาธิการที่เกี่ยวข้องเพื่อขอเอกสารสำคัญ เช่น สัญญาจ้างเลขาธิการ กกต. มาประกอบการตรวจสอบ

เมื่อถูกถามว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจจะครอบคลุมบุคคลที่มีรายชื่อในข้อมูลของ iLaw ทั้งหมดหรือไม่ นายพริษฐ์ตอบว่า ฝ่ายค้านจะตรวจสอบทุกคนที่มีข้อมูลหรือเบาะแส โดยไม่จำกัดเฉพาะรายชื่อชุดนี้ หากมีข้อมูลเพิ่มเติมก็พร้อมนำมาพิจารณาเช่นกัน

นายพริษฐ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า หลักฐานหลายส่วนที่ฝ่ายค้านและภาคประชาชนเข้าถึง เชื่อว่าหน่วยงานของรัฐสามารถเข้าถึงได้มากกว่า แต่สิ่งที่น่ากังวล คือ การดำเนินการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเห็นว่า กกต.มีความล่าช้า ขณะที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ยังรอท่าทีของ กกต. จึงกังวลว่าหาก กกต.ไม่ดำเนินคดีอย่างครบถ้วน อาจส่งผลต่อการดำเนินคดีในความผิดฐานฟอกเงินและอั้งยี่ของดีเอสไอด้วย

ขณะที่ นายยิ่งชีพ กล่าวเพิ่มเติมว่า จากคำให้การของพยานส่วนใหญ่ พบว่า การจ่ายเงินในขบวนการที่ถูกกล่าวหาเป็นเงินสด ทำให้หลักฐานเส้นทางการเงินมีไม่มาก และข้อมูลทางการเงินที่ปรากฏในขณะนี้อาจเป็นเพียงส่วนหนึ่งของข้อเท็จจริงที่ยังต้องมีการตรวจสอบเพิ่มเติมต่อไป