ระบบ AC และ CNC พร้อม AI รับ EU Cyber Resilience Act
กฎหมาย EU Cyber Resilience Act (CRA) กำหนดให้ระบบควบคุมอัตโนมัติ AC และ CNC ที่ใช้เทคโนโลยี AI ต้องมีมาตรฐานความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่รัดกุม ผู้ผลิตเครื่องจักรและชิ้นส่วนอุตสาหกรรมในไทยที่ส่งออกไปยังตลาดสหภาพยุโรป จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนสถาปัตยกรรมระบบเป็น 64-Bit เพื่อปฏิบัติตามกฎหมายและป้องกันความเสี่ยงด้านไซเบอร์
การเชื่อมต่อเครือข่ายอุตสาหกรรมและการประมวลผลข้อมูลมหาศาลเพื่อขับเคลื่อน Industrial AI กำลังทำให้โรงงานผลิตตกเป็นเป้าหมายความเสี่ยงทางไซเบอร์ที่รุนแรงขึ้น กฎหมายใหม่อย่าง EU Cyber Resilience Act (CRA) จึงเข้ามาบังคับใช้มาตรฐานความปลอดภัยที่เข้มงวด ส่งผลให้ผู้ผลิตต้องเร่งปรับเปลี่ยนสถาปัตยกรรมระบบควบคุมเครื่องจักรให้พร้อมทั้งด้านความคุ้มกันทางไซเบอร์และการประมวลผลข้อมูลขั้นสูง ล่าสุด ซีเมนส์ (Siemens) ได้เปิดตัวฮาร์ดแวร์เจเนอเรชันใหม่สำหรับชุดควบคุม CNC ในตระกูล ‘Sinumerik One’ เพื่อเป็นโมเดลตัวอย่างของการปรับตัวให้สอดรับกับข้อกำหนด CRA และรองรับภาระงานด้าน AI ในภาคการผลิต
มาตรฐาน EU Cyber Resilience Act กับโจทย์ความปลอดภัยทางไซเบอร์ระยะยาว
การเติบโตของการเชื่อมต่อข้อมูลในระบบอุตสาหกรรมทำให้ภัยคุกคามทางไซเบอร์ซับซ้อนยิ่งขึ้น กฎหมาย EU Cyber Resilience Act จึงสร้างกรอบระเบียบใหม่ที่เน้นย้ำเรื่องความสามารถในการอัปเดตระบบและการรักษาความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ดิจิทัลตลอดอายุการใช้งาน
ข้อกำหนดนี้บีบให้ฮาร์ดแวร์ยุคใหม่ต้องมีพลังการประมวลผลที่สูงพอสำหรับติดตั้งกลไกความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์เพิ่มเติม โดยไม่กระทบต่อสมรรถนะการทำงานหลักของเครื่องจักร ซึ่งการปรับสถาปัตยกรรมใหม่ของระบบควบคุม CNC ในปัจจุบันถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการบำรุงรักษาระยะยาวและความยืดหยุ่นของระบบ ช่วยให้ผู้ประกอบการและผู้ผลิตเครื่องจักรสามารถบริหารจัดการความเสี่ยงตามที่กฎหมายกำหนด โดยปัจจุบันพอร์ตโฟลิโอทั้งหมดของตระกูล Sinumerik ได้รับการปรับปรุงให้พร้อมตอบรับข้อกำหนดดังกล่าวในสถานะ ‘CRA-ready’
สถาปัตยกรรม 64-Bit และพลังประมวลผลใหม่ ปูทางสู่ Industrial AI
นอกเหนือจากความปลอดภัยทางไซเบอร์ การขับเคลื่อนโรงงานด้วยข้อมูลต้องอาศัยการประมวลผลที่รวดเร็วและรองรับเวิร์กโหลดมหาศาล การย้ายสถาปัตยกรรมระบบควบคุม CNC ไปสู่ระบบ 64-Bit จึงกลายเป็นรากฐานสำคัญในการเชื่อมต่อกับ Industrial AI รวมถึงการทำงานร่วมกับโครงสร้างพื้นฐานระดับ Cloud และ Edge
โครงสร้างทางเทคนิคใหม่นี้ช่วยให้เครื่องจักรสามารถนำข้อมูลการผลิตมาวิเคราะห์เพื่อปรับปรุงกระบวนการได้โดยตรง ไม่ว่าจะเป็นการยกระดับคุณภาพชิ้นงาน การเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการผลิต หรือการทำประเมินสภาพเพื่อการบำรุงรักษาเชิงคาดการณ์ (Predictive Maintenance)
ขุมพลัง NCU และ PLC-ASIC ยกระดับระบบแสดงผล HMI
ในแง่ของวิศวกรรมฮาร์ดแวร์ หัวใจสำคัญของการอัปเกรดประกอบด้วยโปรเซสเซอร์ NCU โมเดล 1740.2 และ 1760.2 ที่ให้กำลังการประมวลผลสูงขึ้น เพิ่มความเสถียรและความเร็วในการสื่อสารข้อมูล เสริมด้วยฮาร์ดแวร์ชิปเฉพาะทางอย่าง PLC-ASIC ที่พัฒนาขึ้นเพื่อฟังก์ชัน PLC โดยเฉพาะ ช่วยเพิ่มขีดความสามารถของระบบ Profinet พร้อมรับประกันการสนับสนุนอะไหล่และการใช้งานในระยะยาว
นอกจากนี้ การเพิ่มประสิทธิภาพของโปรเซสเซอร์กราฟิกยังช่วยยกระดับหน้าจอควบคุม HMI ให้แสดงผลได้คมชัดและมีอินเทอร์เฟซที่ใช้งานง่าย ช่วยลดเวลาปรับตั้งเครื่องจักร (Setup Time) และลดภาระในการฝึกอบรมบุคลากร ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อกำลังการผลิตในภาพรวม
MM