สะเทือนตลาด “ฮิวแมนนอยด์-สี่ขา” รัฐบาลทรัมป์ประกาศแบนหุ่นยนต์จีนหวั่นกระทบธุรกิจ AI - Brand Buffet

แชร์ :

รัฐบาลทรัมป์ประกาศแบนการนำเข้าหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ และหุ่นยนต์สุนัขจากจีนแผ่นดินใหญ่แล้ว โดยให้เหตุผลว่า ต้องการปกป้องห่วงโซ่อุปทานด้านปัญญาประดิษฐ์หรือ AI ของประเทศ

การประกาศดังกล่าวมีขึ้นเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา โดย The Federal Communications Commission หรือ FCC ระบุว่า ห้ามการนำเข้าหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์และหุ่นยนต์สี่ขาที่ผลิตในจีน ที่มาพร้อมอุปกรณ์ Inverter ที่สามารถเชื่อมต่อเข้ากับระบบไฟฟ้า และอุปกรณ์ภายใน Data center ได้ โดยให้เหตุผลว่า ต้องการปกป้องซัพพลายเชนด้าน AI ของสหรัฐอเมริกา รวมถึงลดความเสี่ยงในการถูกจารกรรมข้อมูล หรือการโจมตีทางไซเบอร์ อีกทั้งยังอาจช่วยให้บริษัทผู้ผลิตสัญชาติต่าง ๆ เข้ามาลงทุนตั้งโรงงานในสหรัฐอเมริกามากขึ้น

ด้านสถานทูตจีนในวอชิงตันได้ออกแถลงการณ์ต่อมาตรการดังกล่าว โดยเรียกร้องให้สหรัฐอเมริกาหยุดใส่ร้ายบริษัทจีน รวมถึงพฤติกรรมการข่มขู่ว่าจะคว่ำบาตรบริษัทเหล่านั้น และระบุด้วยว่า รัฐบาลจีนจะใช้มาตรการที่จําเป็นทั้งหมดเพื่อตอบสนองต่อการกระทําใด ๆ ที่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อภาคธุรกิจ

เปิดภาพรวมตลาดหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์จีน “ยิ่งใหญ่แค่ไหน”

ทั้งนี้ จากรายงาน การคาดการณ์ตลาดหุ่นยนต์โลกปี 2026 ฉบับล่าสุดที่เผยแพร่โดย International Data Corporation (IDC) คาดการณ์ว่า ตลาดหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ (Humanoid robot) ในประเทศจีนจะมีมูลค่าเกิน 20,000 ล้านหยวน (ประมาณ 9.2 แสนล้านบาท) ในปี 2026 โดยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีมากกว่า 80%

ด้านรายงานของ iiMedia Research ได้มีการคาดการณ์เพิ่มเติมด้วยว่า ตลาดเช่าหุ่นยนต์ของจีนถือเป็นธุรกิจที่มีแนวโน้มเติบโตอย่างมากในปี 2026 โดยมีมูลค่าเกิน 10,00 ล้านหยวน (ประมาณ 4.6 แสนล้านบาท) เพิ่มขึ้นสิบเท่าจากประมาณ 1 พันล้านหยวน (4.60 พันล้านบาท) ในปี 2025 ด้วยอัตราการเติบโตต่อปีมากกว่า 900% โดยสาเหตุสำคัญมาจากเกิดการเปลี่ยนแปลงทางด้านภาพลักษณ์ ทำให้หุ่นยนต์ที่เคยเป็นอุปกรณ์เฉพาะทาง สามารถเข้าไปอยู่ในห้างสรรพสินค้า บ้าน และสถานที่ท่องเที่ยว และสามารถสร้างโมเดลการให้บริการใหม่ ๆ ได้มากขึ้น

แม้ตลาดภายในประเทศจะมีขนาดใหญ่ แต่นโยบายของรัฐบาลจีนก็ไม่ได้จำกัดการส่งออกหุ่นยนต์ โดยข้อมูลจากสำนักงานศุลกากรจีน เปิดเผยว่า จีนมีการส่งออกหุ่นยนต์อุตสาหกรรมในเดือนเมษายนเดือนเดียวกว่า 25,000 เครื่องคิดเป็นมูลค่า 430 ล้านหยวน หรือประมาณ 1,980 ล้านบาท โดยตัวเลขนี้เพิ่มขึ้น 21% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยมีตลาดสำคัญได้แก่ สหภาพยุโรป, สหรัฐอเมริกา และภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

มาตรการแบนหุ่นยนต์จากจีนโดยสหรัฐอเมริกาจึงอาจทำให้ความร้อนแรงของอุตสาหกรรมดังกล่าวที่มีจีนเป็นผู้นำชะงักลงได้ และอาจทำให้บริษัทคู่แข่งในภูมิภาคอื่น ๆ เห็นโอกาสอันดีในการเข้าบุกตลาดสหรัฐอเมริกาแทนได้อีกทางหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์มองว่า มาตรการดังกล่าวอาจไม่ได้มุ่งเป้าไปที่ตัวหุ่นยนต์เพียงอย่างเดียว แต่เป็นความกังวลเกี่ยวกับระบบ AI เซ็นเซอร์ กล้อง และข้อมูลจำนวนมหาศาลที่หุ่นยนต์ยุคใหม่สามารถรวบรวมได้ โดยเฉพาะเมื่อหุ่นยนต์เหล่านี้ถูกนำไปใช้งานในโรงงาน หรือ Data Center หรือโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ ซึ่งอาจกลายเป็นช่องทางในการเข้าถึงข้อมูลเชิงยุทธศาสตร์ได้ในอนาคตนั่นเอง

Source

Source


แชร์ :