นายกฯ นิวยอร์กกร้าว "AI ไม่ใช่สิ่งจำเป็นสำหรับเด็ก" เดินหน้าแบนในโรงเรียน
วันนี้ (3 ก.ย.2569) CNN รายงานว่า นครนิวยอร์ก ซึ่งเป็นเขตการศึกษาที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกา ประกาศนโยบายสั่งห้ามใช้ AI สำหรับนักเรียนในระบบโรงเรียนรัฐบาล ตั้งแต่ระดับชั้นเด็กเล็ก (K2 หรืออนุบาล 2) ไปจนถึงระดับมัธยมศึกษาตอนต้น (เกรด 8 หรือ ม.2)
โดยคำสั่งระงับการใช้งานชั่วคราวเป็นเวลา 1 ปีนี้ จะส่งผลกระทบต่อนักเรียนเกือบ 600,000 คน ซึ่งคิดเป็นเกือบ 2 ใน 3 ของจำนวนนักเรียนทั้งหมดในเขตการศึกษา
ภายใต้การดำเนินนโยบายดังกล่าว โซห์ราน มัมดานี นายกเทศมนตรีนครนิวยอร์ก เปิดเผยว่า เขตการศึกษาจะทำการยกเลิกหรือปิดการทำงานขององค์ประกอบที่เป็นระบบ AI ในโปรแกรมการศึกษาต่าง ๆ ที่เคยได้รับอนุญาตก่อนหน้านี้มากกว่า 38 โปรแกรม เนื่องจากโปรแกรมเหล่านั้น ไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานความปลอดภัยและการกำกับดูแลฉบับใหม่ที่จัดทำขึ้น
มัมดานี ร่วมกับ คามาร์ ซามูเอลส์ อธิการบดีฝ่ายการศึกษานครนิวยอร์ก แถลงเปิดตัวนโยบายดังกล่าวเมื่อวันที่ 2 ก.ย. โดยระบุว่าวัตถุประสงค์หลักของการจำกัดเทคโนโลยีในครั้งนี้ เพื่อคุ้มครองและพัฒนาศักยภาพด้านการคิดวิเคราะห์ของนักเรียน ตลอดจนรักษาสัมพันธภาพอันดี ระหว่างครูผู้สอนและนักเรียน ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการเรียนรู้
อุตสาหกรรมเทคโนโลยีพยายามทำให้เราเชื่อว่า การนำ AI มาใช้ในการศึกษาช่วงวัยเยาว์นั้น เป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ และมีความจำเป็น แต่ทางเราไม่ได้มองเช่นนั้น
นายกเทศมนตรีนครนิวยอร์ก กล่าวย้ำถึงจุดยืนที่ขัดแย้งกับกระแสผลักดันจากบริษัทเทคโนโลยี
นอกจากนี้ นโยบายใหม่ยังกำหนดเกณฑ์จำกัดเวลาการใช้งานหน้าจอ ของนักเรียนตามระดับชั้นเรียน โดยมีข้อยกเว้นสำหรับนักเรียนที่มีความต้องการพิเศษหรือผู้พิการ รวมถึงกลุ่มนักเรียนที่กำลังเรียนรู้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่ 2
สำหรับแนวทางการปฏิบัตินั้น ถูกแบ่งออกตามระดับความเหมาะสมของวัยอย่างชัดเจน ดังนี้
- มัธยมศึกษาตอนปลาย นักเรียนจะยังคงได้รับอนุญาตให้เข้าถึงเครื่องมือ AI ได้ในขอบเขตที่จำกัด พร้อมทั้งต้องเข้าเรียนในหลักสูตร "การคิดวิเคราะห์เกี่ยวกับปัญญาประดิษฐ์" เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง
- โปรแกรมแชตบอต แชตบอตประเภท Companion รวมถึงบริการ AI ยอดนิยม เช่น ChatGPT และ Claude จะถูกบล็อกการเข้าถึงสำหรับนักเรียนทุกระดับชั้นโดยไม่มีข้อยกเว้น
- การใช้งานของครูผู้สอน บุคลากรครูได้รับอนุญาตให้ใช้ AI ในการวางแผนการเรียนการสอนและงานบริหารจัดการทั่วไปได้ แต่ ห้ามนำ AI มาใช้ในการตรวจงาน ให้เกรด หรือประเมินผลนักเรียน โดยเด็ดขาด
คำสั่งครั้งนี้ ถือเป็นการคุมเข้มอีกครั้ง หลังจากที่นิวยอร์กซิตี้ เคยสั่งห้ามใช้ ChatGPT บนอุปกรณ์และเครือข่ายของโรงเรียนเมื่อปี 2566 ก่อนจะยกเลิกคำสั่งในอีกไม่กี่เดือนถัดมา
ภายใต้นโยบายล่าสุด ได้มีการจัดตั้ง "พันธมิตรเทคโนโลยีในโรงเรียน" ซึ่งประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษา ผู้ปกครอง นักเรียน และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เพื่อทำหน้าที่ประเมินผลกระทบตลอดช่วงเวลาหยุดใช้นวัตกรรม 1 ปี และจัดทำข้อเสนอแนะสำหรับการบริหารจัดการในปีการศึกษาถัดไป
ไมเคิล มัลกรูว์ ประธานสหภาพครู แสดงความชื่นชมต่อมาตรการจำกัดเวลาหน้าจอ และการยกเว้นข้อยกเว้นให้กลุ่มเด็กความต้องการพิเศษ อย่างไรก็ตาม เขาตั้งคำถามถึงกระบวนการประเมินความปลอดภัยของเครื่องมือ AI โดยแสดงความกังวลว่า ความไม่ชัดเจนในเกณฑ์อนุมัติ อาจสร้างความสับสนให้แก่โรงเรียน และครูผู้สอนในการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์การศึกษาในอนาคต
อธิการบดีฝ่ายการศึกษา คามาร์ ซามูเอลส์ ยอมรับว่า ปัจจัยท้าทายสำคัญคือการควบคุมไม่ให้นักเรียนใช้ AI นอกเวลาเรียน เช่น การใช้ช่วยทำบ้านที่บ้าน โดยมาตรการนี้พยายามจะขยายความเข้าใจของครูและระบบในการรับมือกับการใช้ AI จากภายนอก พร้อมทั้งขอความร่วมมือจากผู้ปกครอง ให้ช่วยสอดส่องการใช้เทคโนโลยีของบุตรหลานเมื่ออยู่ที่บ้าน
การเคลื่อนไหวของนิวยอร์ก เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสความกังวลทั่วสหรัฐฯ ที่หลายชุมชนเรียกร้องให้จำกัดเวลาหน้าจอและคุมเข้ม AI เนื่องจากเกรงว่าจะยับยั้งพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็ก รวมถึงสร้างความเสี่ยงด้านความปลอดภัย
โดยก่อนหน้านี้ เขตการศึกษาลอสแอนเจลิส ประกาศจำกัดการใช้หน้าจอ และอยู่ระหว่างทบทวนเพื่อจำกัดการเข้าถึง AI ขณะที่รัฐนิวยอร์กเองก็สั่งห้ามใช้นาฬิกาและโทรศัพท์มือถือส่วนตัวในเวลาเรียนไปเมื่อปีที่แล้ว นโยบายล่าสุดของนิวยอร์กซิตี้ จึงนับเป็นมาตรการจำกัด AI ที่ครอบคลุมและเข้มงวดที่สุดในระบบการศึกษาของสหรัฐฯ ณ ขณะนี้
อ่านข่าว :
เปิดภาพ "เรือลินคอล์น" สนิมเกาะทั้งลำหลังภารกิจกลางทะเลนาน 286 วัน
แจ้ง 4 ข้อหา "นักเรียน ม.3" ก่อเหตุยิงในโรงเรียนที่กำแพงเพชร
"หนีกรุงฯ" ยันรับผิดชอบเหตุที่นั่งทรุดในคอนเสิร์ต อัปเดตมาตรการความปลอดภัย