ต้อนรับเฟรชชี่ ชูการศึกษาค้นพบศักยภาพ เสริมทักษะ AI–6 DNA พร้อมก้าวสู่โลกการทำงานอนาคต - ข่าวสด
DPU เปิดรั้วต้อนรับเฟรชชี่ ปี 2569 ชูการศึกษาค้นพบศักยภาพ เชื่อมการเรียนรู้กับประสบการณ์จริง เสริมทักษะ AI–6 DNA พร้อมก้าวสู่โลกการทำงานอนาคต
มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) จัดพิธีปฐมนิเทศนักศึกษาใหม่ระดับปริญญาตรี ประจำปีการศึกษา 2569 รอบที่ 2 ภายใต้ชื่องาน “จุดเริ่มต้นที่อบอุ่น สู่การค้นพบศักยภาพ และความผูกพันที่ยั่งยืน@DPU” เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2569 โดยมี ดร.ดาริกา ลัทธพิพัฒน์ อธิการบดี มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย ผศ.ดร.พัทธนันท์ เพชรเชิดชู รองอธิการบดีสายงานวิชาการและวิจัย, ผศ.ดร.ทัณฑกานต์ ดวงรัตน์ รองอธิการบดีสายงานกิจการนักศึกษาและกิจการพิเศษ ตลอดจนผู้บริหาร คณบดีและคณาจารย์จากทุกวิทยาลัยและคณะ ร่วมให้การต้อนรับนักศึกษาใหม่อย่างอบอุ่น ณ ห้องประชุมปรีดี พนมยงค์ อาคาร 7 มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์
สำหรับกิจกรรมในช่วงเช้านักศึกษาใหม่ร่วมกันสักการะ “พระสิทธิธาดา” และ ร่วมแสดงความเคารพหน้าอนุสาวรีย์ผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัย ก่อนเข้าสู่ห้องประชุม หลังจากนั้น นักศึกษาได้ร่วมพิธีกล่าวคำปฏิญาณตน นำโดย นายอภิโชค รวยลาภ นายกสโมสรนักศึกษา จากนั้นอาจารย์สุดถนอม รอดสว่าง จากศูนย์ Potentialigence Center แนะนำศูนย์บริการนักศึกษา และช่องทางการเข้าร่วมกิจกรรมเพื่อให้นักศึกษาใหม่รู้จักหน่วยงานสำคัญที่สามารถเข้าถึงได้ตลอดการศึกษา และอธิการบดีกล่าวให้โอวาทพร้อมให้คำแนะนำในการเริ่มต้นการเรียนในรั้วมหาวิทยาลัย และต่อด้วยทีมรุ่นพี่นักศึกษามารับไปยังวิทยาลัย/คณะ เพื่อรับข้อมูลเกี่ยวกับหลักสูตรและการเรียนการสอน พร้อมทั้งแลกเปลี่ยนสอบถามข้อสงสัยต่าง ๆ จากคณบดี และ อาจารย์ที่ปรึกษา

ดร.ดาริกา ลัทธพิพัฒน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ กล่าวว่า มหาวิทยาลัยให้ความสำคัญกับการเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้ค้นพบตัวเองและศักยภาพที่แท้จริง เพราะเชื่อว่าทุกคนมีศักยภาพแตกต่างกัน และความแตกต่างนั้นสามารถกลายเป็นจุดแข็งสำคัญในการสร้างเส้นทางอาชีพของแต่ละคนได้ โดยศูนย์พัฒนาศักยภาพและอาชีพที่มหาวิทยาลัยจัดตั้งขึ้น ถือเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่เข้ามาช่วยสนับสนุนนักศึกษาทั้งด้านการพัฒนาตนเอง การวางแผนอาชีพ และการเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่ตลาดแรงงาน
“เราเชื่อว่าทุกคนมีศักยภาพ แต่ศักยภาพของแต่ละคนไม่เหมือนกัน เมื่อเรารู้จักตัวเองและรู้ว่าจุดแข็งของเราอยู่ตรงไหน เราจะรู้ว่าควรพัฒนาตัวเองไปในทิศทางใด นักศึกษาไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน และไม่ใช่ว่าเพื่อนเรียนเก่งกว่าแล้วจะมีโอกาสในการทำงานมากกว่าเราเสมอไป สิ่งสำคัญคือการใช้ช่วงเวลาที่อยู่ในมหาวิทยาลัยค้นหาให้เจอว่า อะไรคือเวอร์ชันที่ดีที่สุดของตัวเราเอง” อธิการบดีมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ กล่าว
ดร.ดาริกา ระบุว่า ในช่วงประมาณ 10 ปีที่ผ่านมา โลกเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วทั้งด้านเทคโนโลยี เศรษฐกิจ และภูมิรัฐศาสตร์ โดยมีเทคโนโลยีใหม่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่รถยนต์ไฟฟ้า หรือ EV, AR, Cryptocurrency, Smart Speaker, 5G, Web3, NFT ไปจนถึง Generative AI ระบบอัตโนมัติ และ Industrial AI ซึ่งการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ไม่ได้เป็นเรื่องไกลตัว แต่ส่งผลโดยตรงต่อการเรียน การทำงาน รูปแบบอาชีพ และคุณสมบัติของบุคลากรที่สถานประกอบการต้องการ

ขณะเดียวกัน ตลาดแรงงานยังเผชิญความท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจโลก สงคราม ความขัดแย้งระหว่างประเทศ รวมถึงการเข้ามาของเทคโนโลยีใหม่ โดยข้อมูลการประกาศรับสมัครงานในหลายช่วงเวลาเริ่มสะท้อนให้เห็นว่าจำนวนตำแหน่งงานมีแนวโน้มลดลง ขณะที่หลายองค์กรให้ความสำคัญกับผู้สมัครที่มีประสบการณ์ทำงานมากขึ้น ครอบคลุมทั้งงานด้านเทคโนโลยีและวิชาชีพอื่น ๆ เช่น วิศวกรซอฟต์แวร์ นักออกแบบกราฟิก นักบัญชี และวิศวกรในหลากหลายสาขา
“หากนักศึกษาเรียนจบออกไปโดยไม่มีประสบการณ์ทำงานเลย โอกาสในการแข่งขันก็อาจลดลง เพราะฉะนั้น มหาวิทยาลัยจึงต้องช่วยให้นักศึกษาไม่ได้จบออกไปพร้อมวุฒิการศึกษาเพียงอย่างเดียว แต่ต้องมีทั้งความรู้ ทักษะ ประสบการณ์ และความพร้อมที่จะทำงานได้จริง ด้วยเหตุนี้ DPU จึงออกแบบกระบวนการเรียนรู้ตลอดระยะเวลา 4 ปี ให้เชื่อมโยงกับโลกการทำงานจริง ผ่านการเรียนกับอาจารย์ที่มีประสบการณ์ การทำโครงการร่วมกับองค์กร การฝึกงาน การเรียนรู้จากโจทย์จริง ตลอดจนสหกิจศึกษาและการศึกษาเชิงบูรณาการกับการทำงาน เพื่อให้นักศึกษาได้สะสมประสบการณ์ตั้งแต่ยังเรียนอยู่” อธิการบดีมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ กล่าว
ดร.ดาริกา เปิดเผยว่า ปัจจุบันมหาวิทยาลัยมีเครือข่ายบริษัทและสถานประกอบการ 3,000 แห่ง ซึ่งเปิดโอกาสให้นักศึกษาเข้าไปเรียนรู้ ทดลองทำงาน และแสดงศักยภาพต่อผู้ประกอบการโดยตรง ส่งผลให้นักศึกษาจำนวนหนึ่งได้รับข้อเสนอการทำงานก่อนสำเร็จการศึกษา โดยจากข้อมูลล่าสุดที่มหาวิทยาลัยติดตาม บัณฑิต DPU มีงานทำมากกว่า 95% นอกจากนี้ นักศึกษาประมาณ 54% ได้รับ Job Offer ก่อนสำเร็จการศึกษา โดยส่วนใหญ่เกิดขึ้นหลังจากนักศึกษาได้เข้าไปฝึกงาน ทำโครงการ หรือทำงานร่วมกับสถานประกอบการผ่านคณะวิชาและเครือข่ายพันธมิตรของมหาวิทยาลัย ทำให้ผู้ประกอบการได้เห็นทั้งความสามารถ ทัศนคติ วินัย และความรับผิดชอบของนักศึกษาโดยตรง
“นอกจากประสบการณ์ทำงานจริงแล้ว DPU ยังมุ่งพัฒนาทักษะสำคัญผ่านแนวคิด “6 DNA ของ DPU” ได้แก่ การคิดแบบผู้ประกอบการ การทำงานเป็นทีม การใช้เทคโนโลยีอย่างคล่องแคล่ว การสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ ความคิดสร้างสรรค์ และความสามารถในการค้นหาและแก้ไขปัญหา โดยบูรณาการทักษะเหล่านี้ผ่านการเรียนรู้ กิจกรรม และโครงการต่าง ๆ ตลอดระยะเวลา 4 ปี พร้อมเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เรียนรู้และทดลองใช้เครื่องมือ AI ใหม่ ๆ เพื่อให้สามารถปรับตัวตามการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีได้อย่างต่อเนื่อง” อธิการบดีมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ กล่าว
นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยยังให้ความสำคัญกับความรู้ด้านความยั่งยืน (Sustainability) ซึ่งกำลังกลายเป็นประเด็นสำคัญในทุกอุตสาหกรรม นักศึกษาจึงจำเป็นต้องมีความรู้และความเข้าใจในเรื่องดังกล่าวควบคู่กับทักษะวิชาชีพ เพื่อให้สามารถปรับตัวเข้ากับทิศทางการทำงานและการดำเนินธุรกิจในอนาคตได้
ดร.ดาริกา กล่าวทิ้งท้ายว่า 4 ปีในมหาวิทยาลัยจะมีครบทุกรสชาติ มีทั้งความสุข น้ำตา มิตรภาพ และประสบการณ์มากมายที่อาจกลายเป็นความทรงจำไปตลอดชีวิต สิ่งที่อยากฝากคือ ขอให้นักศึกษาทุกคนใช้โอกาสที่มีอยู่ให้คุ้มค่าที่สุด ค้นหาศักยภาพของตัวเองให้เจอ และพัฒนาตัวเองให้พร้อมที่สุดสำหรับโลกในวันที่เราก้าวออกจากมหาวิทยาลัย
ด้าน นายราชัน รุ่งไพรพนา นักศึกษาชั้นปีที่ 1 สาขาการสื่อสารการแสดงดิจิทัล คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ Mister Global Thailand 2026 เปิดเผยถึงความรู้สึกที่ได้เข้าร่วมปฐมนิเทศวันแรกว่า รู้สึกตื่นเต้นที่จะได้เริ่มต้นชีวิตนักศึกษาและประทับใจกับบรรยากาศของมหาวิทยาลัยที่มีพื้นที่สีเขียวและใกล้ชิดธรรมชาติ ซึ่งสอดคล้องกับตนเองที่เติบโตมาในพื้นที่บนดอย โดยก่อนหน้านี้เคยมีโอกาสเข้ามาที่ DPU ตั้งแต่ครั้งแรกที่เดินทางเข้ากรุงเทพฯ และไม่เคยคิดว่าวันหนึ่งจะได้กลับมาเรียนที่นี่ในฐานะนักศึกษา จึงมองว่าการได้เป็นนักศึกษา DPU ถือเป็นโอกาสสำคัญในชีวิต
ทั้งนี้ ตนเลือกศึกษาสาขาการสื่อสารการแสดงดิจิทัล เนื่องจากสอดคล้องกับความสนใจและเส้นทางอาชีพที่ต้องการเดินต่อในอนาคต โดยตั้งใจพัฒนาศักยภาพด้านการแสดงอย่างจริงจัง และนำความรู้ ทักษะ รวมถึงประสบการณ์จากการเรียนไปต่อยอดสู่การทำงานในวงการบันเทิง ซึ่งในอนาคตอันใกล้มีโอกาสเข้าร่วมงานแสดงซีรีส์และงานในวงการบันเทิง นอกจากนี้ ยังได้รับทุนการศึกษา 100% จากความสำเร็จในการประกวด Mister Global Thailand และเตรียมทำหน้าที่เป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมการประกวดระดับนานาชาติ ซึ่งมีผู้เข้าประกวดทั่วโลก ถือเป็นอีกหนึ่งโอกาสสำคัญในการสะสมประสบการณ์ เปิดโลกทัศน์ และพัฒนาตนเองนอกเหนือจากห้องเรียน
นายราชัน กล่าวต่อว่า ในช่วงที่ศึกษาอยู่ในมหาวิทยาลัยจะตั้งใจเรียนและเก็บเกี่ยวประสบการณ์ให้ได้มากที่สุด ทั้งจากการเรียนในหลักสูตร กิจกรรมของคณะและมหาวิทยาลัย รวมถึงประสบการณ์จากการทำงานจริง แม้ในบางช่วงอาจมีภารกิจด้านการแสดงหรือการเดินทางไปทำหน้าที่ตัวแทนประเทศไทย แต่จะพยายามบริหารจัดการเวลาและรับผิดชอบการเรียนให้ดีที่สุด พร้อมเข้าร่วมกิจกรรมของคณะและมหาวิทยาลัย เป็นกระบอกเสียง และนำความสามารถของตัวเองมาช่วยสร้างชื่อเสียงให้กับมหาวิทยาลัย