กูเกิลวางแผนทดสอบชิป AI ในอวกาศเป็นครั้งแรกภายใต้ชื่อ Project Suncatcher

  1. หน้าหลัก 
  2. ต่างประเทศ 
  3. ข่าวต่างประเทศ 
  4. สหรัฐอเมริกา 

กูเกิลวางแผนทดสอบชิป AI ในอวกาศเป็นครั้งแรกภายใต้ชื่อ Project Suncatcher

เผยแพร่: 24 ก.ย. 2569 21:39   ปรับปรุง: 24 ก.ย. 2569 21:39   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



กูเกิล (Google) บริษัทในเครืออัลฟาเบต (Alphabet) เปิดเผยในวันพฤหัสบดีว่า จะทำการปล่อยดาวเทียมต้นแบบขึ้นสู่อวกาศในสัปดาห์หน้า ซึ่งเป็นการทดสอบในวงโคจรครั้งแรกของโครงการ "Project Suncatcher" ซึ่งเป็นความพยายามในการวิจัยเพื่อสำรวจว่า อวกาศจะสามารถรองรับโครงสร้างพื้นฐานการประมวลผล AI ขนาดใหญ่ได้หรือไม่

บริษัทหลายแห่ง รวมถึง สเปซเอ็กซ์ (SpaceX) และ สตาร์คลาวด์ (Starcloud) กำลังดำเนินแผนการในการติดตั้งศูนย์ข้อมูล ในวงโคจรต่ำของโลก โดยมีเป้าหมายเพื่อเก็บเกี่ยวพลังงานจากแสงอาทิตย์ที่ส่องสว่างเกือบตลอดเวลา นำมาใช้ป้อนพลังงานให้กับระบบประมวลผล AI ที่ใช้พลังงานสูง และหลีกเลี่ยงข้อจำกัดของการจ่ายไฟฟ้าบนพื้นโลก

ภารกิจใหม่นี้ มีกำหนดส่งดาวเทียมขึ้นสู่อวกาศร่วมกับเที่ยวบินขนส่งดาวเทียม ในภารกิจ Transporter-18 ของ SpaceX ที่กำลังจะมาถึง โดยร่วมมือกับบริษัทดาวเทียม แพลนเน็ต แล็บส์ (Planet Labs) เพื่อประเมินว่าฮาร์ดแวร์ AI ของกูเกิลสามารถทนทานต่อแรงสั่นสะเทือนขณะปล่อย รังสี และอุณหภูมิที่รุนแรงในวงโคจรต่ำของโลก ได้มากน้อยเพียงใด

หลังจากการปล่อย ดาวเทียมต้นแบบที่ติดตั้งชิปประมวลผล Google Tensor Processing Units (TPUs) จะถูกส่งเข้าสู่วงโคจรต่ำของโลก เพื่อประเมินว่าชิป AI ดังกล่าวสามารถทำงานในอวกาศได้อย่างเสถียรและน่าเชื่อถือหรือไม่

ทั้งนี้ รังสีในอวกาศสามารถรบกวนหรือลดประสิทธิภาพของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ได้ รวมถึงอาจก่อให้เกิดข้อผิดพลาดของข้อมูลที่เรียกว่า "บิตฟลิพ" (Bit flips)

กูเกิลระบุว่า เคยทดสอบชิป TPU ขณะประมวลผลภาระงาน AI ในศูนย์วิจัยที่มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เดวิส มาแล้ว แต่จำเป็นต้องมีการทดสอบในวงโคจรจริงเพื่อทำความเข้าใจว่าฮาร์ดแวร์จะทำงานอย่างไรในสภาพแวดล้อมสภาวะจริง

นอกจากนี้ บริษัทจะประเมินการออกแบบระบบระบายความร้อนให้กับชิปที่ใช้พลังงานสูงในสภาวะสุญญากาศของอวกาศ ซึ่งการระบายความร้อนด้วยการไหลเวียนอากาศแบบปกติไม่สามารถทำได้ โดยจะใช้การผสมผสานท่อความร้อน ร่วมกับแผงระบายความร้อน

อย่างไรก็ตาม บรรดาผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า แนวคิดนี้ยังต้องใช้เวลาอีกหลายปีกว่าที่จะนำมาใช้งานในเชิงพาณิชย์ได้จริง เนื่องจากต้นทุนการปล่อยดาวเทียมที่สูง ข้อจำกัดทางวิศวกรรม และปัญหาคอขวดในการผลิตดาวเทียม

กูเกิลระบุว่า ภารกิจแรกของ Suncatcher ออกแบบมาเพื่อรวบรวมข้อมูลในวงโคจรและระบุจุดบกพร่องที่อาจเกิดขึ้น มากกว่าที่จะเป็นการแสดงสาธิตศูนย์ข้อมูลในวงโคจรแบบพร้อมใช้งาน

ทั้งนี้ กูเกิลตั้งเป้าที่จะปล่อยดาวเทียมอีก 2 ดวงในปี 2027 เพื่อทดสอบระบบเชื่อมต่อด้วยเลเซอร์แบนด์วิธสูง ซึ่งจำเป็นสำหรับการเชื่อมต่อกลุ่มระบบประมวลผลในอนาคต

ที่มา รอยเตอร์