"Air to Food" ปั้นอากาศสู่โปรตีน ดันไทยฮับอาหารแห่งอนาคต
วันนี้ (1 ก.ย.2569) นายอลงกรณ์ พลบุตร ประธานสถาบันเอฟเคไอไอ และรองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ กล่าวว่า เทคโนโลยี Air to Food คือ การเปลี่ยนอากาศกลายเป็นมื้ออาหาร ด้วยนวัตกรรมไบโอเทค ซึ่งจะดันไทยไปสู่การเป็นฮับอาหารแห่งอนาคตของไทย แนวโน้มดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางความต้องการอาหารและโปรตีนของโลกที่เพิ่มขึ้น โดยภายในปี 2593 ประชากรโลกคาดว่าจะเพิ่มเป็น 9,700-10,000 ล้านคน และความต้องการโปรตีนอาจเพิ่มขึ้นกว่า 70% ขณะที่ภาคเกษตรและปศุสัตว์แบบดั้งเดิมเผชิญข้อจำกัดด้านทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม
“ปลาไทย”เหินฟ้าบุกนครเซี่ยงไฮ้ ชูสิทธิประโยชน์ FTA อาเซียน-จีน
ดังนั้น Air-to-Food จึงถูกมองเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีสำคัญของเศรษฐกิจชีวภาพ โดยผสานชีววิทยาสังเคราะห์ วิศวกรรมเคมี และเทคโนโลยีสิ่งแวดล้อม เพื่อเปลี่ยนปัญหาการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้กลายเป็นวัตถุดิบสำหรับผลิตอาหารและสารชีวภาพ
สำหรับต่างประเทศ เริ่มมีการใช้งานเชิงพาณิชย์ เช่น Solar Foods ของฟินแลนด์ มีกำลังผลิต 160 ตันต่อปี ขณะที่จีนมีการผลิตโปรตีนจากกระบวนการหมักก๊าซในระดับอุตสาหกรรม โดยใช้คาร์บอนจากโรงงานอุตสาหกรรมเป็นวัตถุดิบ ส่วนสหรัฐฯ และยุโรปมีการพัฒนาโปรตีนจากอากาศเพื่อรองรับตลาดอาหารมนุษย์ อาหารสัตว์น้ำ และผลิตภัณฑ์ชีวภาพมูลค่าสูง เป็นต้น
“ปลาไทย”เหินฟ้าบุกนครเซี่ยงไฮ้ ชูสิทธิประโยชน์ FTA อาเซียน-จีน
สำหรับไทยมีโอกาสต่อยอดเทคโนโลยีดังกล่าวได้หลายอุตสาหกรรม โดยเฉพาะ Future Food, Aquafeed, Premium Pet Food, Nutraceuticals และ Cosmeceuticals ซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูง ซึ่งมีการคาดการณ์ว่า ตลาดอาหารแห่งอนาคต (Future Food) ของไทยมีมูลค่าประมาณ 135,000 ล้านบาท ในปี 2570
ขณะที่ไทยเป็นผู้ส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงรายสำคัญของโลก มีมูลค่าการส่งออกประมาณ 85,000-100,000 ล้านบาทต่อปี และยังมีตลาดโภชนเภสัชภัณฑ์กว่า 80,000 ล้านบาท รวมถึงตลาดเวชสำอางและสกินแคร์มูลค่ากว่า 120,000-150,000 ล้านบาท
“ปลาไทย”เหินฟ้าบุกนครเซี่ยงไฮ้ ชูสิทธิประโยชน์ FTA อาเซียน-จีน
นอกจากนี้ อุตสาหกรรมอาหารสัตว์น้ำ ยังเป็นหนึ่งในโอกาสสำคัญของไทย โดยในหนึ่งปีไทยผลิตอาหารสัตว์น้ำประมาณ 1-1.2 ล้านตันต่อปีซึ่งถือว่ายังไม่เพียงพอต่อความต้องการการและยังพึ่งพาปลาป่นเป็นวัตถุดิบหลัก แต่หากใช้โปรตีนจุลินทรีย์ทดแทนปลาป่นนำเข้าได้ 15% จะช่วยประหยัดต้นทุนและสร้างมูลค่าหมุนเวียนในประเทศได้ราว 3,500-5,000 ล้านบาทต่อปี
เทคโนโลยี Air-to-Food ช่วยลดการนำเข้าวัตถุดิบ ไทยนำเข้ากากถั่วเหลืองสำหรับอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ปีละ 3.5-4 ล้านตัน มูลค่าประมาณ 60,000-80,000 ล้านบาท หากทดแทนการนำเข้าได้เพียง 10% จะช่วยรักษาเงินไว้ในประเทศได้ประมาณ 6,000-8,000 ล้านบาทต่อปี
“ปลาไทย”เหินฟ้าบุกนครเซี่ยงไฮ้ ชูสิทธิประโยชน์ FTA อาเซียน-จีน
อย่างไรก็ตาม การพัฒนาอุตสาหกรรมดังกล่าวยังมีความท้าทาย ทั้งต้นทุนพลังงานสะอาด เงินลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน และกฎระเบียบด้าน Novel Food โดยเฉพาะกระบวนการประเมินความปลอดภัยของอาหารและสารสกัดจากจุลินทรีย์ชนิดใหม่ ซึ่งจำเป็นต้องพัฒนาให้รวดเร็วและเทียบเท่ามาตรฐานประเทศชั้นนำ เพื่อดึงดูดการลงทุนที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง (Deep Tech)เข้าสู่ไทย
เทคโนโลยี Air-to-Food ไม่ใช่เพียงแนวคิดทางวิทยาศาสตร์ แต่กำลังก้าวสู่ อุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ขั้นสูง (Deep-Tech Bioeconomy) ที่สามารถลดข้อจำกัดด้านที่ดิน น้ำ และสภาพภูมิอากาศ โดยไทยมีจุดแข็งจากฐานการผลิตอาหาร อาหารสัตว์น้ำ และอาหารสัตว์เลี้ยงอยู่แล้ว
ดังนั้น การต่อยอดเทคโนโลยีจากอากาศสู่โปรตีนและชีวภัณฑ์มูลค่าสูง จะเป็นโอกาสในการยกระดับไทยจากผู้ผลิตสินค้าเกษตรและอาหารขั้นต้น ไปสู่ ศูนย์กลางเศรษฐกิจชีวภาพคาร์บอนต่ำและฮับอาหารแห่งอนาคตของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
อ่านข่าว:
นวัตกรรมพลิกคาร์บอนเป็นโปรตีน สนค. เร่งปั้นไทยฮับอาหารแห่งอนาคต
THAIFEX 2026 จุดไฟเศรษฐกิจครึ่งปี โชว์ศักยภาพไทย"ฮับ"ธุรกิจอาหารของภูมิภาค
“ไข่ผำ”หรือ Wolffia โปรดักส์แชมเปี้ยน Future Food ดันไทยผงาดตลาดโปรตีนโลก