เปิดตัว All-New TIGGO 7 และ TIGGO X7 คู่หู SUV ขุมพลังไฮบริดใหม่จาก CHERY ยกระดับรถครอบครัวสายลุย - AutoStation

เปิดตัว All-New TIGGO 7 และ TIGGO X7 สองบอดี้ใหม่สุดขั้ว! อัปเกรดขุมพลัง PHEV ทะลุขีดจำกัดรถครอบครัว เตรียมเวิลด์พรีเมียร์ตุลาคมนี้
วงการเอสยูวีคึกคักอีกครั้งในเดือนตุลาคม 2026 นี้ เมื่อค่ายยักษ์ใหญ่อย่าง CHERY จัดงาน World Premiere เผยโฉมรถยนต์รุ่นสำคัญระดับโกลบอลอย่าง All-New TIGGO 7 และโมเดลสายลุยรหัสใหม่ TIGGO X7 ซึ่งถือเป็นการบุกตลาดรถครอบครัวแบบจัดเต็ม การเปิดตัวครั้งนี้ไม่ใช่แค่การไมเนอร์เชนจ์ธรรมดา แต่เป็นการเซ็ตมาตรฐานใหม่ให้รถ C-SUV ด้วยปรัชญา “For Family” ที่ผสานทั้งความหรูหราอเนกประสงค์สำหรับการใช้งานในเมือง และขีดความสามารถในการพาครอบครัวไปลุยแบบออฟโรดในวันหยุดพักผ่อน
ความน่าสนใจของไลน์อัปใหม่นี้คือการแยกแคแรคเตอร์ชัดเจน ระหว่าง All-New TIGGO 7 ที่เน้นความพรีเมียม ประณีต (The Refined Family SUV) และ TIGGO X7 รุ่นแรกของซีรีส์ X ที่เน้นความสมบุกสมบัน (Family Comfort Exploration SUV) ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์แบบ “Explore Together, Enjoy Anywhere” ทั้งสองรุ่นแชร์เทคโนโลยีเครื่องยนต์ที่มี Thermal Efficiency สูงถึง 45.79% และระบบช่วยเหลือการขับขี่สุดล้ำ นับเป็นหมัดฮุกสำคัญที่น่าจับตามองอย่างยิ่งเมื่อเข้ามาทำตลาดในประเทศไทย

The Upgrades (What’s New / อัปเกรดใหม่มีอะไรบ้าง)
-
ดีไซน์ใหม่สไตล์ “Natural Energy”: ถอดแบบเส้นสายจากเสือ (Tiger-Inspired) ไฟหน้าทรงดุดัน และกระจังหน้าแบบ Diamond-pattern
-
แอโรไดนามิกดีเยี่ยม: ตัวถัง TIGGO 7 มีค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานอากาศ (Drag Coefficient) ต่ำเพียง 0.315
-
เบาะนั่งอัปเกรดใหม่: เบาะรองนั่งด้านหน้ายาวขึ้น 36 มิลลิเมตร (ยาว 536 มม.) นั่งสบายเต็มสัดส่วนมากขึ้น พร้อมเบาะนวด 8 จุด และที่รองน่องไฟฟ้า
-
ระบบปรับอากาศ 3 โซนอัจฉริยะ (TIGGO X7): แอร์ Three-Damper พร้อมเครื่องกำเนิดไอออนน้ำ และตัวกรองอากาศ MOF รักษาระดับ CO2 ในรถ
-
ลุยได้สุดกว่าเดิม: TIGGO X7 มาพร้อมโหมดการขับขี่ 3-6-1 (รองรับโหมดหิมะ, โคลน, ทราย, ภูเขา, หิน และลุยน้ำ)
Dimensions & Platform (มิติตัวถังและแพลตฟอร์ม)
ทั้งสองรุ่นใช้แพลตฟอร์มระยะฐานล้อเท่ากันที่ 2,700 มิลลิเมตร แต่สัดส่วนตัวถังจะถูกปรับแต่งให้เข้ากับแคแรคเตอร์ของแต่ละรุ่น:
-
All-New TIGGO 7 (สายเมือง/พรีเมียม):
-
กว้าง x ยาว x สูง: 4,600 x 1,870 x 1,710 มิลลิเมตร
-
พื้นที่เก็บสัมภาระ: ความจุ 505 ลิตร
-
-
TIGGO X7 (สายลุย/ออฟโรด):
-
กว้าง x ยาว x สูง: 4,636 x 1,970 x 1,788 มิลลิเมตร
-
ระยะต่ำสุดถึงพื้น (Ground Clearance): มากกว่า 200 มิลลิเมตร
-
ความสามารถในการลุยน้ำ (Wading Depth): 700 มิลลิเมตร
-
ขีดความสามารถลากจูง: สูงสุด 1,500 กิโลกรัม
-
-
เมื่อเปรียบเทียบกัน TIGGO X7 จะมีมิติตัวถังที่ยาวกว่า กว้างกว่า และสูงกว่า TIGGO 7 รุ่นปกติอย่างชัดเจน เพื่อรองรับสมรรถนะการปีนป่ายและซุ้มล้อที่กว้างขึ้น
Powertrain & Performance (ขุมพลังและสมรรถนะ)
สเปกเบื้องต้นที่ปล่อยออกมา ยืนยันว่ามาพร้อมตัวเลือกทั้งขุมพลังสันดาป (Petrol) และขุมพลังพลังงานทางเลือกไฮบริด (HEV / PHEV) โดยมีสเปกเครื่องยนต์ดังนี้:
-
มอเตอร์ / ระบบขับเคลื่อน: มีให้เลือกทั้งแบบ 2WD และ 4WD (ในรุ่น X7)
-
พละกำลังสูงสุดของเครื่องยนต์: 115 kW (ประมาณ 154 แรงม้า)
-
แรงบิดสูงสุด: 220 นิวตันเมตร
-
ประสิทธิภาพความร้อน (Thermal Efficiency): 45.79%
Customization & Add-ons (ออปชันการตกแต่งสีและภายใน)
-
สีตัวถังภายนอก (Exterior): สำหรับรุ่น TIGGO 7 ไฮไลต์อยู่ที่สีทอง GLEAM GOLD ที่ได้แรงบันดาลใจจากแสงอาทิตย์กระทบผิวน้ำที่ทะเลสาบโคโม ให้ความหรูหราแบบผู้ดี
-
โทนสีภายในห้องโดยสาร (Interior): TIGGO 7 มีให้เลือกสองโทนสี ได้แก่ สีดำตัดน้ำตาล (Black-and-Brown) สำหรับคนที่ชอบความอบอุ่น และ สีดำล้วน (Absolute Black) สำหรับลุคสุขุม ล้ำสมัย
Smart Tech & Autonomous Driving (เทคโนโลยีอัจฉริยะและระบบขับขี่อัตโนมัติ)
-
โครงสร้างตัวถังระดับ 5 ดาว: ใช้เหล็กกล้าความแข็งแรงสูง (High-strength steel) มากกว่า 80% ในรุ่น TIGGO 7 และมากกว่า 75% ในรุ่น X7
-
ระบบขับขี่อัตโนมัติระดับ 2 (Level 2 ADAS): มาพร้อมฟังก์ชันความปลอดภัยกว่า 20 รายการ
-
NOA (Navigate on Autopilot): วางแผนรองรับระบบนำทางอัตโนมัติทั้งบนทางหลวง (Highway) และในเมือง (Urban)
-
ระบบจอดรถสุดล้ำ: มีทั้งระบบช่วยจอดอัตโนมัติ APA, จอดผ่านรีโมต RPA, และระบบเรียกรถ VPD
-
High-Speed Tire-Blowout Stability (เฉพาะ X7): ระบบควบคุมเสถียรภาพขณะยางระเบิดที่ความเร็ว 40-140 กม./ชม. ช่วยดึงเบรกและรักษาสมดุลรถไม่ให้เสียอาการเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน
-
ระบบกล้อง 540 องศา: วงเลี้ยวแคบสุดเพียง 11 เมตร พร้อมกล้องมองใต้ท้องรถ (ในรุ่น X7)
See more
- Previous article หลุดคันจริง BYD Denza N8 EV ขุมพลัง 1,193 แรงม้า
- Next article เปิดตัว Isuzu MU-X ไมเนอร์เชนจ์ อัปเกรดเครื่องยนต์ใหม่ 2.2 Maxforce