“ฟินันเซีย ไซรัส” อัพเป้า AOT ใหม่ 72.25 บาท ลุ้นกำไร Q4 โตต่อ รับคุมต้นทุน-เพิ่ม PSC


บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์ภายหลังการประชุมนักวิเคราะห์ของบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT ว่า แนวโน้มการบริหารต้นทุนมีพัฒนาการดีขึ้น และมีโอกาสเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนกำไรของ AOT หลังไตรมาส 3 ปีงบประมาณ 2569

โดยการควบคุมค่าใช้จ่ายผลประโยชน์พนักงานและค่าใช้จ่ายจ้างเหมาภายนอก ซึ่งรวมกันคิดเป็น 43% ของค่าใช้จ่ายดำเนินงานทั้งหมด และลดลง 17% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน และลดลง 12% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน มีแนวโน้มเป็นฐานต้นทุนที่ลดลงในช่วงการปรับโครงสร้างองค์กร จนกว่าโครงการขยายสนามบินต่างๆ จะเริ่มดำเนินงาน ส่งผลบวกต่ออัตรากำไรจากการดำเนินงานในระยะกลาง และช่วยลดความเสี่ยงด้านประมาณการกำไร

สำหรับปีงบประมาณ 2570 AOT ยังคงคาดการณ์การเติบโตของจำนวนผู้โดยสารอย่างระมัดระวังที่ 1-2% โดยการจองสล็อตเที่ยวบินในตารางบินฤดูหนาวปัจจุบันอยู่ในระดับทรงตัวจากปีก่อน อย่างไรก็ตาม ยังมีโอกาสปรับเพิ่มขึ้นหากราคาน้ำมันลดลง ขณะที่การเติบโตของกำไรในปี 2570 มีแนวโน้มพึ่งพารายได้จากธุรกิจการบิน (Aeronautical Revenue) มากขึ้น โดยได้รับแรงหนุนจากการรับรู้ผลของการปรับขึ้นค่าธรรมเนียมผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ (PSC) เต็มปี

นอกจากนี้ AOT ยังมีโอกาสสร้างรายได้เพิ่มเติมจากการศึกษาปรับขึ้นค่าธรรมเนียม Landing & Parking การกลับมาเปิดบริการดิวตีฟรีขาเข้า บริการพรีเมียมสำหรับผู้โดยสาร รวมถึงส่วนแบ่งกำไรจากธุรกิจบริการภาคพื้นของ AOTGA ซึ่งจะเป็นปัจจัยสนับสนุนกำไรและกระแสเงินสดในระยะต่อไป

ด้านแผนลงทุน ผู้บริหารยังคงกรอบเวลาการดำเนินโครงการ BKK East Expansion และโครงการพัฒนาท่าอากาศยานดอนเมือง ระยะที่ 3 โดยโครงการ BKK East Expansion คาดว่าจะเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อขออนุมัติในเดือนสิงหาคม 2569 ก่อนเปิดประมูลและเริ่มก่อสร้างในช่วงต้นปี 2570 ขณะที่โครงการดอนเมืองระยะที่ 3 คาดว่าจะเปิดประมูลได้ในช่วงไตรมาส 2 ปีงบประมาณ 2570

ขณะเดียวกัน การได้รับชำระหนี้จากลูกหนี้การค้าจากกลุ่มคิง เพาเวอร์ประมาณ 9,000 ล้านบาท จะช่วยเสริมฐานะทางการเงินของ AOT ในไตรมาส 4 ปีงบประมาณ 2569 และเพิ่มความยืดหยุ่นในการรองรับแผนลงทุนระยะยาว

โดยทางฝ่ายวิจัยปรับเพิ่มประมาณการกำไรปกติของ AOT ในปี 2569-2571 ขึ้น 5%, 3% และ 2% ตามลำดับ สะท้อนสมมติฐานฐานค่าใช้จ่ายพนักงานที่ลดลง หลังบริษัทสามารถควบคุมต้นทุนได้ดีกว่าคาด พร้อมปรับเพิ่มราคาเป้าหมายอิงวิธี DCF เป็น 72.25 บาท จากเดิม 68.50 บาท

ทั้งนี้ คาดว่ากำไรปกติในไตรมาส 4 ปีงบประมาณ 2569 จะกลับมาเติบโตทั้งเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนและช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการรับรู้ผลของการปรับขึ้น PSC เต็มไตรมาสเป็นครั้งแรก ขณะที่ปี 2570 จะได้รับแรงหนุนจากการรับรู้ PSC เต็มปี และการใช้ประโยชน์จากต้นทุนคงที่ (Operating Leverage) ที่ดีขึ้น

สำหรับระยะยาว การปรับขึ้นค่าธรรมเนียม Landing & Parking การเพิ่มแหล่งรายได้เชิงพาณิชย์ และการเดินหน้าโครงการขยายสนามบิน ยังคงเป็นปัจจัย Upside ต่อประมาณการผลประกอบการของ AOT

Back to top button