Aston Martin DBX GT เน้นความหรูหรา 727 แรงม้า อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 3.1 วินาที - HeadLight Magazine

2 ตุลาคม 2026 เวลา 22:03 น. | หมวดหมู่ New Cars : Worldwide | โดย PLUG_IN | อ่านไปแล้ว: 22 ครั้ง

เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2026 Aston Martin เปิดตัว DBX GT รุ่นใหม่ในฐานะรถ SUV สมรรถนะสูงที่เป็นการผสมผสานความหรูหราระดับ Ultra-Luxury เข้ากับความสะดวกสบายและสุนทรีย์ในการใช้งานประจำวัน ขณะที่ยังคงไว้ซึ่งสมรรถนะระดับ Super SUV เอาไว้อย่างเต็มรูปแบบ ทำให้ DBX GT ถูกวางตำแหน่งให้แตกต่างจาก DBX S ซึ่งเน้นความดุดันและบุคลิกสปอร์ตมากกว่า โดยรุ่น GT เลือกใช้แนวทาง “Quiet Luxury” เน้นความเรียบหรู วัสดุคุณภาพสูง และความสบายตลอดการเดินทาง

ภายนอกได้รับการปรับรายละเอียดหลายจุดเพื่อสร้างบุคลิกที่สุขุมและสง่างามมากขึ้น ด้านหน้าเปลี่ยนมาใช้กระจังหน้าแบบ Double-Vane Grille ดีไซน์ใหม่ มีให้เลือกทั้งแบบสีสว่างและสีเข้ม โดยครีบโลหะของกระจังหน้าถูกออกแบบให้ต่อเนื่องไปยังช่องระบายอากาศด้านข้าง ซึ่งรวมเอาไฟส่องสว่างเวลากลางวันหรือ Daytime Running Light และแนวเส้นแนวนอนเข้าไว้ด้วยกัน ช่วยทำให้กันชนหน้าส่วนล่างดูมีมิติและเพิ่มความรู้สึกว่าตัวรถมีขนาดใหญ่ขึ้น ขณะที่ด้านข้างตัวถังมาพร้อมคิ้วโลหะแบบ 2 ชิ้น ใช้ผิวสัมผัสแบบเงาและ Satin ผสมกัน ซึ่ง Aston Martin ระบุว่าได้รับแรงบันดาลใจจากเทคนิคการผลิตนาฬิกาแบบดั้งเดิม

DBX GT โดดเด่นด้วยล้ออัลลอย Forged ขนาด 22 นิ้ว ดีไซน์ใหม่ สี Satin Titanium Diamond Turned โดยเน้นความนุ่มนวลของช่วงล่างและลดเสียงรบกวนจากพื้นถนน สำหรับผู้ที่ต้องการบุคลิกสปอร์ตมากขึ้น สามารถเลือกชุดล้ออัลลอยขนาด 23 นิ้วได้ ขณะที่กันชนหน้าส่วนล่าง สเกิร์ตด้านข้าง และดิฟฟิวเซอร์หลังถูกทำสีเดียวกับตัวถังเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ปิดท้ายด้วยปลายท่อไอเสีย 4 ตำแหน่ง 

ภายในห้องโดยสาร DBX GT ยกระดับงานฝีมือและความสบายขึ้นอีกขั้น ด้วยเบาะนั่งดีไซน์ใหม่ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง พร้อมการเดินด้ายและงานปักเฉพาะรุ่น มีการปรับปรุงเบาะนั่งทั้งส่วนรองรับ การโอบกระชับ และรูปทรงเพื่อรองรับการเดินทางระยะไกล โดยเพิ่มชั้น Memory Foam หนา 10 มิลลิเมตรเข้าไปในโครงสร้างเบาะ นอกจากนี้ยังมีการออกแบบเบาะหลังแบบแยกตำแหน่ง 2 ที่นั่ง พร้อมพนักพิงศีรษะและปีกเบาะขนาดใหญ่ขึ้น แต่ยังคงความสามารถในการใช้งานแบบ 5 ที่นั่ง และติดตั้งหลังคากระจก Panoramic เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน

งานตกแต่งภายในเลือกใช้วัสดุและรายละเอียดที่เน้นความประณีต ทั้งชุดควบคุมโหมดการขับขี่และสวิตช์ต่าง ๆ ที่ใช้โลหะ Anodised ให้สัมผัสคล้ายเครื่องประดับ พร้อมตัวเลือกเบาะแบบ Monotone Duotone และ Tritone เฉพาะรุ่น GT เสริมด้วยลวดลายข้าวหลามตัดและรูระบายอากาศ รวมไปถึงงานปักที่ออกแบบมาเฉพาะ DBX GT โดยเบาะใช้หนัง Semi-Aniline และพรมแบบ Deep Pile ทั้งคัน การผลิตเบาะคู่หน้าแต่ละชุดต้องใช้ด้ายความยาวทั้งหมด 691 เมตร และมีการเจาะรูระบายอากาศจำนวนมากถึง 3,297 รู และใช้เวลางานฝีมือมากกว่า 4 ชั่วโมงครึ่ง

เครื่องยนต์เบนซิน V8 สูบ DOHC 32 วาล์ว ขนาด 4.0 ลิตร 3,982 ซีซี. กระบอกสูบ x ระยะช่วงชัก : 83.0 x 92.0 มิลลิเมตร อัตราส่วนกำลังอัด 8.6 : 1 ฉีดจ่ายน้ำมันแบบ Direct-Injection พ่วงระบบอัดอากาศ Twin-Turbocharger กำลังสูงสุด 727 แรงม้า (PS) ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 900 นิวตันเมตร ที่ 2,750 – 4,500 รอบ/นาที จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ ZF 9 จังหวะ ขับเคลื่อน 4 ล้อ

พร้อมการปรับจูนใหม่เพื่อให้เปลี่ยนเกียร์ได้ต่อเนื่องและนุ่มนวลขึ้น ตั้งแต่การขับขี่ในเมืองด้วยความเร็วต่ำไปจนถึงการใช้คันเร่งเต็มพิกัด ขณะที่อัตราเร่ง 0–100 กม./ชม. ภายในเวลา 3.3 วินาที และความเร็วสูงสุด 310 กม./ชม.

ระบบเบรกใช้จานแบบ Carbon Ceramic Brake ขนาด 420 มิลลิเมตรที่ล้อหน้า และ 390 มิลลิเมตรที่ล้อหลัง พร้อมอัตราทดพวงมาลัยที่เร็วขึ้นเช่นเดียวกับ DBX S ช่วยเพิ่มความคล่องตัวและการตอบสนองของรถ ขณะที่รัศมีวงเลี้ยวอยู่ที่ 12.0 เมตร นอกจากนี้ยังปรับปรุงระบบช่วงล่างด้วยการตั้งค่าดูดซับแรงใหม่ รวมถึงวาล์วภายในแดมเปอร์แบบเฉพาะรุ่น ซึ่งช่วยกรองแรงสั่นสะเทือนความถี่สูงจากพื้นถนน เช่น ผิวถนนหยาบหรือแถบเตือนบนพื้นผิว โดยยังควบคุมตัวถังได้ดีเมื่อต้องขับด้วยความเร็วสูง

DBX GT ยังได้รับการปรับปรุงระบบรองรับการสั่นสะเทือนจากโครงสร้างด้วยแท่นยึดเกียร์ใหม่ที่มีความแข็งแรงเพิ่มขึ้น รวมถึงติดตั้งโช้คอัพ Longitudinal Damper อีก 2 ตัว (Performance damper) เพื่อควบคุมการเชื่อมต่อระหว่างตัวถังกับ Subframe ด้านหลัง ช่วยเพิ่มความรู้สึกแน่นและเป็นหนึ่งเดียวของตัวรถเมื่อเจอหลุมบ่อ เนิน หรือการยุบตัวของช่วงล่างขนาดใหญ่ 

ท้ายที่สุด DBX GT ยังได้รับการปรับจูนเสียงท่อไอเสียใหม่ โดยออกแบบการไหลของไอเสียภายในหม้อพักด้านหลังใหม่ 2 ชั้น เพื่อลดความถี่เสียงโลหะที่แข็งกระด้างและสร้างโทนเสียงที่สะอาดและทุ้มขึ้น ในโหมด GT จะเน้นเสียงที่สุขุมและเหมาะกับการเดินทาง แต่เมื่อเปลี่ยนเป็น Sport หรือ Sport+ ระบบจะเปิดเสียงเครื่องยนต์และท่อไอเสียให้ชัดเจนขึ้น เพื่อรองรับการขับขี่แบบสปอร์ต โดย DBX GT จะเข้ามาเป็นรุ่นที่เน้นความหรูหราและความเงียบมากที่สุดของตระกูล DBX ขณะที่ยังคงสมรรถนะระดับเดียวกับ DBX S เอาไว้

ที่มา: Aston Martin


aston martin aston martin dbx Aston Martin DBX GT DBX GT