AWC วาง 3 กลไกดันกองทรัสต์ AWR ลงทุนสินทรัพย์ 5 โครงการ มูลค่า 51,388 ล้าน ดึงนักลงทุนไทย-ต่างชาติ - Brand Buffet
แชร์ :
AWC เปิดโมเดลแพลตฟอร์มการเติบโตใหม่ จัดตั้ง AWR กองทรัสต์อสังหาฯ แบบกรรมสิทธิ์ Freehold ที่ใหญ่ที่สุดของไทย ลงทุนสินทรัพย์ 5 โครงการทั้งอาคารสำนักงานและโรงแรม ด้วยมูลค่าลงทุนเริ่มต้น 51,388 ล้านบาท
โดยยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหน่วยทรัสต์และร่างหนังสือชี้ชวน (Filing) เพื่อจัดตั้งทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ เอดับเบิ้ลยูซี ไลฟ์สไตล์ พร๊อพเพอร์ตีส์ (Asset World Lifestyle Properties REIT) หรือ AWR ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (สำนักงาน ก.ล.ต.) แล้วเมื่อวันอังคารที่ 29 กันยายน 2569 คาดว่าวันซื้อขายวันแรก (First Trading Day) อยู่ในช่วงปลายปี 2569 หรือต้นปี 2570
สรุป 3 กลไกสร้างการเติบโตของผลตอบแทนกองทรัสต์ AWR
1. Performance Growth การเติบโตจากผลการดำเนินงาน
– การสร้างพอร์ตโฟลิโอด้วยสินทรัพย์ 5 แห่ง ในธุรกิจโรงแรม (Hospitality) และ อาคารพาณิชย์ (Commercial) ได้แก่ 1. ดิ เอ็มไพร์ (The Empire) 2. บันยันทรี เกาะสมุย (Banyan Tree Koh Samui Hotel) 3. บันยันทรี กระบี่ รีสอร์ท (Banyan Tree Krabi) 4. มีเลีย เกาะสมุย (Meliá Koh Samui) 5. พัทยา แมริออท รีสอร์ต แอนด์ สปา (Pattaya Marriott Resort and Spa) ภายใต้แบรนด์ระดับโลก พร้อมฐานลูกค้าสมาชิกรวมกว่า 400 ล้านคนทั่วโลก
– โดยทรัพย์สินทั้ง 5 แห่งมี EBITDA เติบโตร้อยละ 20 ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา
2. Appreciation Growth มูลค่าทรัพย์สินที่เพิ่มขึ้น
– จากการถือกรรมสิทธิ์ Freehold ในทรัพย์สิน 5 แห่ง บนทำเลศักยภาพที่มีอยู่อย่างจำกัดและไม่อาจสร้างขึ้นใหม่ได้
– โดยเป็นกรรมสิทธิ์ Freehold ขนาดใหญ่ รองรับนักลงทุนทั้งไทยและต่างประเทศ สร้างการเติบโตต่อเนื่อง ช่วยให้ผู้ถือหน่วยทรัสต์ได้รับประโยชน์จากมูลค่าทรัพย์สินที่เพิ่มขึ้น
3. Acquisition Growth การขยายพอร์ต
– จากทรัพย์สินเริ่มต้น 5 แห่ง สู่สินทรัพย์ 9 แห่งที่ AWC คัดเลือกไว้ให้ AWR พิจารณาลงทุน พร้อมโครงการอีก 48 แห่งในพอร์ตปัจจุบันของ AWC และในอนาคต ภายใต้สิทธิในการปฏิเสธก่อน (Right of First Refusal: ROFR) และโอกาสในการเข้าลงทุนในสินทรัพย์คุณภาพจากตลาด

“คุณวัลลภา ไตรโสรัส” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ AWC
คุณวัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) (AWC) กล่าวว่าโมเดลนี้ AWC ทำหน้าที่เป็น Development Engine ตั้งแต่การเลือกทำเล ออกแบบ ลงทุนพัฒนา ก่อสร้าง และสรรหาพันธมิตรจนโครงการสร้างรายได้
ขณะที่กองทรัสต์ AWR มุ่งลงทุนในสินทรัพย์ที่ผ่านการพัฒนาและสร้างรายได้แล้ว มีความแข็งแกร่งในการดำเนินธุรกิจ สร้างกระแสเงินสดให้ผู้ถือหน่วยทรัสต์ และโอกาสการเติบโตจากการเพิ่มขึ้นของมูลค่าสินทรัพย์ในระยะยาว (Value Appreciation)
AWR จะเป็น Freehold REIT ขนาดใหญ่ที่สุดที่พร้อมขยายการเติบโต รองรับผู้ลงทุนทั้งไทยและต่างประเทศ และเพิ่มทางเลือกการลงทุนในตลาดทุนไทย โดยหน่วยทรัสต์จะจัดสรรให้แก่ผู้ลงทุนอย่างน้อยร้อยละ 72 และ AWC จะถือหน่วยทรัสต์ไม่เกินร้อยละ 28

เจาะสินทรัพย์ 5 แลนด์มาร์ก AWR
ปัจจุบันพอร์ตฯของ AWC มี 62 โครงการ มูลค่าทรัพย์สินรวม (Gross Asset Value) เพิ่มขึ้นจาก 96,460 ล้านบาท ณ วันเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ เมื่อปี 2562 เป็น 224,100 ล้านบาท ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569
ส่วนพอร์ตฯ AWR จะเริ่มต้นด้วยสินทรัพย์กรรมสิทธิ์ Freehold ระดับแลนด์มาร์ก 5 แห่งในทำเล เชื่อมโยงสองภาคส่วนสำคัญของเศรษฐกิจไทย ได้แก่ ธุรกิจ Commercial ในกรุงเทพฯ และการท่องเที่ยวใน 3 จุดหมายปลายทางชั้นนำของประเทศ
“กลยุทธ์ของเรามุ่งบริหารพอร์ตด้วยสินทรัพย์คุณภาพ ในทำเลศักยภาพที่มีรายได้มั่นคง เป็นผู้นำในตลาด (Top Positioning) และมีศักยภาพสร้างการเติบโตได้เหนือกว่าตลาด”

สินทรัพย์ 5 แห่งในพอร์ตฯ เริ่มต้นที่ AWR เสนอลงทุน
1. ดิ เอ็มไพร์ (The Empire)
– อาคารสำนักงานสูง 58 ชั้นใจกลางย่านสาทร และหนึ่งในจุดหมายปลายทางด้านธุรกิจและไลฟ์สไตล์แบบครบวงจรในศูนย์กลางธุรกิจ (CBD) ของกรุงเทพฯ ได้รับการพัฒนาให้ผสานอาคารสำนักงานเกรดเอเข้ากับประสบการณ์ด้านอาหาร ไลฟ์สไตล์ และเวลเนสไว้ในจุดหมายเดียว
– พื้นที่เช่าสุทธิ 158,021 ตารางเมตร และจำนวนผู้เช่าคุณภาพกว่า 200 รายจากหลากหลายอุตสาหกรรม อัตราการต่อสัญญาของผู้เช่าสูงถึง 99%
– ไฮไลต์คือ EA จุดหมายด้านอาหารและเวลเนสที่ใหญ่และสูงที่สุดใจกลางกรุงเทพฯ EA Rooftop at The Empire ที่รวมร้านอาหารและไลฟ์สไตล์บนรูฟท็อปขนาดใหญ่ และ EA Wellness Club เวลเนสชั้นนำของกรุงเทพฯ และ Co-Living Space แห่งแรกของประเทศไทย The Empire Residence ที่เชื่อมโยงเป็น Free Facility ให้ผู้เช่าและคอมมูนิตี้กว่า 25,000 คนต่อวัน
2. บันยันทรี เกาะสมุย (Banyan Tree Koh Samui Hotel)
– รีสอร์ตเวลเนสระดับอัลตราลักชัวรี ประกอบด้วยพูลวิลล่าส่วนตัว 88 หลัง โดดเด่นด้วยทำเลบนเนินเขาที่สามารถมองเห็นอ่าวแบบพาโนรามา พร้อมชายหาดส่วนตัวใหญ่ที่สุดในสมุย
– ช่วง 13 ปีที่ผ่านมา มี RevPAR CAGR 9.6% และ EBITDA CAGR 11%
3. บันยันทรี กระบี่ รีสอร์ท (Banyan Tree Krabi)
– รีสอร์ตลักชัวรี บนหาดทับแขก ริมชายฝั่งทะเลอันดามัน ประกอบด้วยห้องสวีทและวิลล่าวิวทะเล 72 ห้อง โดยทุกห้องมีสระว่ายน้ำส่วนตัว
– ช่วง 5 ปีที่ผ่านมา รีสอร์ตมี RevPAR CAGR 12.9% และ EBITDA CAGR 21.7%
4. มีเลีย เกาะสมุย (Meliá Koh Samui)
– รีสอร์ตลักชัวรีริมชายหาดเชิงมนขนาด 200 ห้องพัก ภายใต้การบริหารของ Meliá แบรนด์โรงแรมชั้นนำระดับโลก โดดเด่นด้วย Boat Suites ที่สร้างจากเรือไม้สักแบบดั้งเดิม สระลากูนยาวผ่านพื้นที่ทั่วรีสอร์ต
– ช่วง 5 ปีที่ผ่านมา รีสอร์ตสร้าง RevPAR CAGR 23.5% และ EBITDA CAGR 22.7%
5. พัทยา แมริออท รีสอร์ต แอนด์ สปา (Pattaya Marriott Resort and Spa)
– รีสอร์ตริมชายหาดจอมเทียนขนาด 287 ห้องพัก ซึ่งได้รับการ Repositioning ใหม่ให้ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวแบบครอบครัวและกลุ่มเพื่อน ภายใต้แบรนด์ Marriott โดดเด่นด้วย Waterplay และกิจกรรมทางน้ำริมชายหาดส่วนตัว
– ฐานลูกค้าจาก Marriott Bonvoy กว่า 300 ล้านรายทั่วโลก ยังช่วยสนับสนุนให้เกิดดีมานด์นักท่องเที่ยวคุณภาพ และการสร้างรายได้อย่างต่อเนื่อง โดยมี RevPAR เติบโต 150% หลังเปิดดำเนินงานเพียง 1 ปี
AWC เชื่อมั่นว่า AWR จะเป็นกลไกที่จะสร้างมูลค่า สร้างโอกาสการเติบโต และสนับสนุนมาตรฐานเพื่อผลักดันให้ REIT ไทยก้าวสู่การเป็นหนึ่งในทางเลือกการลงทุนชั้นนำของนักลงทุนทั้งในประเทศ และต่างประเทศในระยะยาว
แชร์ :
