BBL รายได้ดอกเบี้ยลด กดกำไร Q2 หด 20% เหลือ 9.5 พันล้านบาท

ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BBL รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 และงวด 6 เดือนแรก สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2569 มีกำไรสุทธิ ดังนี้
สำหรับผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 มีกำไรสุทธิ 9,497.92 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 19.78 เมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อนมีกำไรสุทธิ 11,839.87 ล้านบาท ส่วนใหญ่จากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ สอดคล้องกับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคาร ขณะที่ธนาคารพิจารณาตั้งผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นลดลง เป็นผลจากการที่ธนาคารมีการตั้งสำรองภายใต้หลักความระมัดระวังอย่างต่อเนื่อง
สำหรับผลการดำเนินงานงวดแรกปี 2569 ธนาคารกรุงเทพและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของธนาคารจำนวน 20,492 ล้านบาท ลดลงจากงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 24,457.65 ล้านบาท หรือคิดเป็นการลดลงร้อยละ 16.2 โดยมีสาเหตุหลักจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่ปรับตัวลดลงตามการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคาร ส่งผลให้ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิอยู่ที่ร้อยละ 2.46
อย่างไรก็ตาม การขยายตัวของเงินให้สินเชื่อยังคงเป็นปัจจัยสนับสนุนรายได้ของธนาคาร และช่วยชดเชยผลกระทบบางส่วนจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ย ขณะที่รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิเพิ่มขึ้น จากการเติบโตของบริการประกันผ่านธนาคาร บริการกองทุนรวม รวมถึงค่าธรรมเนียมธุรกิจหลักทรัพย์ที่ปรับตัวดีขึ้นตามภาวะตลาดทุนและกิจกรรมการซื้อขาย
ด้านรายได้จากการดำเนินงานอื่นปรับตัวลดลง โดยส่วนใหญ่เป็นผลจากกำไรสุทธิจากเงินลงทุนที่ลดลง ขณะที่ค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานลดลงร้อยละ 6.5 สะท้อนถึงการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายอย่างเหมาะสม ควบคู่กับการพัฒนาและยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้จากการดำเนินงานอยู่ที่ร้อยละ 47.1
ทั้งนี้ ธนาคารพิจารณาตั้งผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจำนวน 17,435 ล้านบาท ลดลงเมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน ภายใต้การดำเนินนโยบายการตั้งสำรองด้วยความระมัดระวังและรอบคอบอย่างต่อเนื่อง
ธนาคารกรุงเทพยังคงดำเนินธุรกิจด้วยความรอบคอบ พร้อมรักษาเสถียรภาพด้านฐานะการเงิน สภาพคล่อง และเงินกองทุนให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม โดย ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2569 ธนาคารมีเงินให้สินเชื่อจำนวน 2,678,467 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.7 จากสิ้นปีก่อน โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากสินเชื่อลูกค้าธุรกิจรายใหญ่และสินเชื่อลูกค้ากิจการต่างประเทศ
สำหรับอัตราส่วนเงินให้สินเชื่อที่มีการด้อยค่าด้านเครดิตต่อเงินให้สินเชื่อรวมอยู่ที่ร้อยละ 3.3 ซึ่งอยู่ในระดับที่สามารถบริหารจัดการได้ ขณะที่อัตราส่วนค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตต่อเงินให้สินเชื่อที่มีการด้อยค่าด้านเครดิตอยู่ในระดับแข็งแกร่งที่ร้อยละ 306.3 สะท้อนถึงการดำเนินนโยบายการตั้งสำรองด้วยความระมัดระวังอย่างต่อเนื่อง
ด้านเงินรับฝาก ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2569 มีจำนวน 3,212,308 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.5 จากสิ้นปีก่อน และมีอัตราส่วนเงินให้สินเชื่อต่อเงินรับฝากอยู่ที่ร้อยละ 83.4
ขณะที่อัตราส่วนเงินกองทุนทั้งสิ้น อัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 และอัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 ที่เป็นส่วนของเจ้าของต่อสินทรัพย์เสี่ยงของธนาคารและบริษัทย่อยอยู่ที่ร้อยละ 21.4 ร้อยละ 16.9 และร้อยละ 16.9 ตามลำดับ ซึ่งอยู่ในระดับสูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด