BDMS เด้ง 2% ลุ้นกำไร Q3 นิวไฮ รับผู้ป่วยไทยฟื้น-ต่างชาติหนุน ชูเป้า 25 บาท


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (10 ก.ย.69) ราคาหุ้น ณ เวลา 11:48 น. บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด(มหาชน) หรือ BDMS อยู่ที่ระดับ 20.20 บาท บวก 0.40 บาท หรือ 2.02% ราคาสูงสุด 20.30 บาท ราคาต่ำสุด 19.80 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 1,003.92 ล้านบาท

บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด ระบุในบทวิเคราะห์ว่า ประเมิน BDMS เป็นหุ้นเด่น โดยมองว่าบริษัทมีจุดแข็งจากเครือข่ายโรงพยาบาลขนาดใหญ่กว่า 50 แห่ง ฐานลูกค้าที่กระจายตัว และระบบนิเวศทางการแพทย์ (Ecosystem) ที่ครบวงจร ซึ่งช่วยสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน เสริมความแข็งแกร่งของรายได้ และสนับสนุนการขยายอัตรากำไร (Margin) ในระยะยาว

ทั้งนี้ โมเมนตัมกำไรของ BDMS มีแนวโน้มกลับมาฟื้นตัวจากการเติบโตของผู้ป่วยไทยที่แข็งแกร่ง ขณะที่ผู้ป่วยต่างชาติยังเติบโตได้ดี ส่งผลให้คาดว่ากำไรสุทธิในช่วงครึ่งหลังปี 2569 จะเติบโตเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) และฟื้นตัวจากครึ่งแรกปี 2569 โดยคาดว่ากำไรไตรมาส 3/2569 จะทำสถิติสูงสุดใหม่ (New High) ขณะที่บริษัทมีนโยบายจ่ายเงินปันผลอย่างสม่ำเสมอ

โดยมองว่า BDMS กำลังเข้าสู่ช่วงที่มีปัจจัยกระตุ้น (Catalyst) กลับมา โดยมีปัจจัยสนับสนุนจาก 1) การฟื้นตัวของผู้ป่วยไทยที่ไม่ใช่กลุ่มประกันสังคม (SSO) ประกอบกับการเข้าสู่ฤดูกาลโรคระบาดในไตรมาส 3/2569 2) แรงกดดันจากตลาดผู้ป่วยต่างชาติทยอยลดลง และ 3) การผ่านพ้นช่วงขึ้นเครื่องหมาย XD สำหรับเงินปันผลครึ่งแรกปี 2569 ซึ่งช่วยลดแรงกดดันต่อราคาหุ้นในระยะสั้น จึงคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 25 บาท

สำหรับปัจจัยพื้นฐาน บล.กรุงศรีระบุว่า BDMS มีความได้เปรียบในการแข่งขันจากเครือข่ายโรงพยาบาลขนาดใหญ่กว่า 50 แห่ง ฐานลูกค้าที่กระจายตัว และ Ecosystem ทางการแพทย์ครบวงจร โดยคาดว่ากำไรสุทธิครึ่งหลังปี 2569 จะเติบโตเมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน และฟื้นตัวเมื่อเทียบกับครึ่งปีแรก จากการฟื้นตัวของผู้ป่วยทั้งชาวไทยและต่างชาติ

นอกจากนี้ คาดว่าอัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) จะเพิ่มขึ้นจาก 14.8% ในปี 2569 เป็น 15.4% ในปี 2571 ขณะที่คาดเงินปันผลจะเพิ่มจาก 0.75 บาทต่อหุ้นในปี 2569 เป็น 0.80 บาทต่อหุ้นในปี 2571 โดยราคาหุ้นปัจจุบันให้อัตราผลตอบแทนรวมเฉลี่ยประมาณ 4% ต่อปี จึงมองเป็นจังหวะในการทยอยสะสม จากโมเมนตัมกำไรที่มีแนวโน้มฟื้นตัวในช่วงครึ่งหลังปี 2569

ทั้งนี้ ตลาดผู้ป่วยไทยที่ไม่ใช่กลุ่มประกันสังคม (SSO) มีสัดส่วนประมาณ 67-68% ของรายได้รักษาพยาบาล BDMS และในช่วงครึ่งแรกปี 2569 มีรายได้เติบโตเพียง 1% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ตาม ล่าสุดเริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวอย่างชัดเจน

โดยรายได้รักษาพยาบาลในเดือนกรกฎาคม 2569 เติบโต 8% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน แบ่งเป็นรายได้จากผู้ป่วยไทยเติบโต 9% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน และรายได้จากผู้ป่วยต่างชาติเติบโต 6% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนจากช่วงครึ่งแรกปี 2569 ที่รายได้ผู้ป่วยต่างชาติทรงตัว ขณะที่เดือนสิงหาคม 2569 รายได้รักษาพยาบาลมีโมเมนตัมเติบโตประมาณ 9-10% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน สะท้อนการเร่งตัวของผู้ป่วยไทย

ประกอบกับการเข้าสู่ช่วงการระบาดของโรคตามฤดูกาลมีแนวโน้มช่วยเพิ่มจำนวนผู้ป่วย (Volume) ในไตรมาส 3/2569 ทำให้ บล.กรุงศรีมองว่าตลาดผู้ป่วยไทยกำลังเปลี่ยนจากปัจจัยกดดัน (Overhang) มาเป็นปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโต (Key Growth Driver) และจะเป็นแรงหนุนสำคัญต่อการฟื้นตัวของรายได้ในช่วงครึ่งหลังปี 2569

สำหรับตลาดผู้ป่วยต่างชาติ ซึ่งคิดเป็นประมาณ 30% ของรายได้รักษาพยาบาล BDMS แม้ในช่วงครึ่งแรกปี 2569 ยังได้รับผลกระทบจากผู้ป่วยตะวันออกกลางและกัมพูชา แต่แรงกดดันเริ่มทยอยลดลง โดยเดือนสิงหาคม 2569 รายได้ผู้ป่วยตะวันออกกลางหดตัวไม่ถึง 10% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนดีขึ้นจากการหดตัว 10% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนในเดือนกรกฎาคม 2569

ขณะที่รายได้ผู้ป่วยต่างชาติไม่รวมกลุ่มตะวันออกกลางและกัมพูชาในเดือนกรกฎาคม 2569 เติบโตสูง 14% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน สะท้อนความแข็งแกร่งของฐานผู้ป่วยต่างชาติที่มีการกระจายตัวของตลาด

โดยคาดว่า รายได้จากผู้ป่วยตะวันออกกลางมีแนวโน้มกลับมาเติบโตเมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนในไตรมาส 4/2569 จากความต้องการรักษาพยาบาลที่สะสมไว้ (Pent-up Demand) ของผู้ป่วยเดิม และการขยายฐานลูกค้าใหม่ในภูมิภาคตะวันออกกลาง ส่งผลให้คาดว่ารายได้ผู้ป่วยต่างชาติจะกลับมาเป็นแรงสนับสนุนการเติบโตของรายได้รักษาพยาบาลในช่วงครึ่งหลังปี 2569

ทั้งนี้ การฟื้นตัวของ BDMS มีแนวโน้มชัดเจนขึ้นจากทั้งจำนวนผู้ป่วย (Volume) และความเข้มข้นในการรักษา (Intensity) โดยเฉพาะการรักษาโรคที่มีความซับซ้อนมากขึ้น คาดกำไรไตรมาส 3/69 อยู่ที่ 4.55 พันล้านบาท ทำ New High

คาดว่า ผลการดำเนินงานจากธุรกิจปกติของ BDMS ในไตรมาส 3/2569 จะมีกำไร 4,550 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน และ 43% จากไตรมาสก่อนหน้าฟื้นตัวขึ้นทำสถิติสูงสุดใหม่ โดยมีปัจจัยสนับสนุนจาก 1) รายได้รักษาพยาบาลคาดเติบโต 8% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน และ 13%  จากไตรมาสก่อนหน้าจากจำนวนผู้ป่วยไทยและต่างชาติที่ฟื้นตัว รวมถึง Intensity ของค่ารักษาที่เพิ่มขึ้นตามความซับซ้อนของโรค และ 2) อัตรากำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA Margin) คาดฟื้นตัวสู่ 24.3% จาก 21.1% ในไตรมาส 2/2569 จากผลของ Operating Leverage ที่คาดว่าจะเข้าใกล้ระดับ 25% ในไตรมาส 3/2568